เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (8 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 400 บาท ทองรูปพรรณ 69,750 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (8 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 400 บาท ทองรูปพรรณ 69,750 บาท
ศุภจี คาดดีลภาษีสหรัฐ 1 สัปดาห์ชัดเจน ชี้ถ้าจบต่อสาย ‘อนุทิน’ คุย ‘ทรัมป์’
Politics ศุภจี คาดดีลภาษีสหรัฐ 1 สัปดาห์ชัดเจน ชี้ถ้าจบต่อสาย ‘อนุทิน’ คุย ‘ทรัมป์’
คพ. เผยกำจัดน้ำเสีย–ตะกอนน้ำมันดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม 9 แล้วเสร็จ ค่าก๊าซพิษเป็นศูนย์
Economic คพ. เผยกำจัดน้ำเสีย–ตะกอนน้ำมันดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม 9 แล้วเสร็จ ค่าก๊าซพิษเป็นศูนย์
ITD ชี้ ไทยขึ้นแท่นจุดเชื่อมอาเซียนยุคใหม่ EV-ชิป-ฮาลาล-ดิจิทัล-เศรษฐกิจสีเขียว 
Economic ITD ชี้ ไทยขึ้นแท่นจุดเชื่อมอาเซียนยุคใหม่ EV-ชิป-ฮาลาล-ดิจิทัล-เศรษฐกิจสีเขียว 
วราวุธ ลั่นล้างบางขบวนการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมเถื่อน
Politics วราวุธ ลั่นล้างบางขบวนการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมเถื่อน
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (8 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (8 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
SET วันนี้แกว่ง 1,610-1,630 จุด ชู DELTA-HANA-KCE รับแรงส่งเซมิคอนดักเตอร์
Finance SET วันนี้แกว่ง 1,610-1,630 จุด ชู DELTA-HANA-KCE รับแรงส่งเซมิคอนดักเตอร์
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังความขัดแย้งตะวันออกกลางมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังความขัดแย้งตะวันออกกลางมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น
นครินทร์ เผย ‘มีชัย’ เสียใจ กติกาเลือก สว. เป็นความผิดพลาดที่สุด
Politics นครินทร์ เผย ‘มีชัย’ เสียใจ กติกาเลือก สว. เป็นความผิดพลาดที่สุด
FETCO มองคุม Data Center ไม่ทำทุนต่างชาติหนี ชี้ไทยยังมีจุดแข็งดึงลงทุน
Finance FETCO มองคุม Data Center ไม่ทำทุนต่างชาติหนี ชี้ไทยยังมีจุดแข็งดึงลงทุน
ดูทั้งหมด

ศึก ‘ธรรมนัส-อภิสิทธิ์’ ประดาบก็เลือดเดือด

27 ธ.ค. 2568 | 09:20น.
ธรรมนัส พรหมเผ่า-กล้าธรรม
คอลัมน์ : สู่สนามเลือกตั้ง 2569

งานนี้ต้องเรียกว่า “ประดาบก็เลือดเดือด” ตามชื่อเบสต์เซลเล่อร์เล่มหนึ่งของ “สุจิตต์ วงษ์เทศ”

เป็นการใช้วรรณศิลป์ของภาษา ทำให้เห็นภาพนักรบกระโจนลงสมรภูมิ แค่ฟาดดาบปะทะกัน ยังไม่ทันรู้ผลแพ้ชนะ ก็ร้อนฉ่าขนาดเลือดเดือด

เลือกตั้งรอบนี้ดีกรีร้อนฉ่าแต่หัววันประมาณนั้น

สมรภูมิชิง 500 สส.จะเปิดรับสมัครเสาร์ที่ 27 ธ.ค.นี้ ไปจนถึง 31 ธ.ค. 2568

หลังจากปิดรับสมัครแล้ว คงได้มาสรุปกันอีกครั้ง

จะได้เห็นแนวโน้มว่าพรรคไหนจะได้มากได้น้อย

เดิมพันของสมรภูมิเลือกตั้ง คือ “อำนาจรัฐ”

การเมืองประชาธิปไตยเปิดโอกาสให้ประชาชนอาสาเข้ารับการคัดเลือกจากประชาชน

Advertisement

เพื่อจะทำหน้าที่ สส. และเป็นรัฐบาล เป็นระบบการเมืองที่ใช้กันทั่วโลก

ประเทศไหนผูกขาดอำนาจการเมืองโดยคณะบุคคล แทนที่จะเลือกตั้ง กลับส่งต่อสืบทอดอำนาจไปเรื่อย ๆ ก็จะถูกสังคมโลก นานาประเทศ ตั้งคำถาม

ประเทศไทยในยุครัฐประหาร ก็โดนต่างชาติคว่ำบาตร ไม่ค้าขายด้วย ไม่เจรจาด้วย

สุดท้ายต้องกลับสู่ระบบเลือกตั้ง มีสภา และมีรัฐบาลที่ยึดโยงกับประชาชน โดยผ่านการเลือกตั้ง

แต่ก็ยังไม่ใช่ประชาธิปไตยที่มีมาตรฐานสมบูรณ์ เพราะรัฐธรรมนูญอันเป็นกฎหมายแม่บท อันเป็นกติกากลางของประเทศยังมีปัญหา

จะแก้ไขก็ไม่ได้ บาดเจ็บสาหัสกันมาเยอะแล้ว เพราะกับระเบิด ทุ่นระเบิดวางไว้แน่นขนัดไปหมด

เลือกตั้งเป็นเรื่องใหญ่ เป็นโอกาสของการเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลง โดยมีเสียงโหวตของประชาชนเป็นพลังผลักดัน

หลังจากคืนอำนาจให้เลือกตั้ง ประชาชนคนไทยได้เข้าคูหามา 2 รอบ วันที่ 8 ก.พ. 2569 นี้จะเป็นครั้งที่ 3

เครือมติชนทำหน้าที่เกาะติด ทำข่าว รายงานข่าว ทำบทวิเคราะห์ และทำโพล เพื่อให้ประชาชนได้มีข่าวสารข้อมูลไว้ประกอบการตัดสินใจ

ถามว่าเลือกตั้งรอบนี้ใครมาแรง หากเปิดโพลจะพบว่ามี 3 พรรคขับเคี่ยวกัน

คือพรรคภูมิใจไทย พรรคประชาชน และพรรคเพื่อไทย

“ภูมิใจไทย” เป็นรัฐบาลรักษาการที่เข้ามาในยามหน้าสิ่วหน้าขวาน และทำงานแก้ปัญหาได้ ด้วยทีมเศรษฐกิจชั้นดี และ รมว.ต่างประเทศระดับมืออาชีพ

พรรคประชาชนเป็นพรรคคนรุ่นใหม่ ทำงานจริงจัง เป็นพรรคที่ชนะใจผู้มีสิทธิออกเสียง ด้วยการทำงานอย่างจริงจัง พูดและทำตรงไปตรงมา

รอบนี้อยู่ในกลุ่มท็อป 3 จะเป็นที่หนึ่ง หรือสอง หรือสาม มีโอกาสเป็นไปได้หมด

ส่วน “เพื่อไทย” เคยเป็นเบอร์ต้นของการเมืองไทย แต่รอบที่ผ่านมา เจอศึกหนักมาก ๆ

ยิ่งพรรคประชาชนเติบโต ก็มาเบียดคะแนนนิยมของเพื่อไทย

ถึงกับเชื่อกันว่า เลือกตั้งครั้งนี้พรรคเพื่อไทยอาจต้องเตรียมรับความผิดหวังอย่างมาก ๆ

อย่างไรก็ตาม การเปิดตัว “เชน ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” ลูกชายอดีตนายกฯสมชาย กับ “เจ๊แดง เยาวภา” กลายเป็นตัวช่วยฉุดคะแนนนิยมของพรรคกลับคืนมา

นอกจาก 3 พรรคกลุ่มนำที่แย่งกันเป็นพรรคระดับ 100 เสียงขึ้นแล้ว

ยังมีพรรคลำดับรอง ๆ ลงมาในกลุ่มนี้ มี “กล้าธรรม” ของผู้กองธรรมนัส พรหมเผ่า กับ “ปชป.” ที่ซบเซามาพักใหญ่ ภายใต้ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ”

พรรคอันดับ 4-5 ถือว่าเป็นองค์ประกอบที่ขาดไม่ได้ในการจัดตั้งรัฐบาล

ที่ผ่านมาพรรคกล้าธรรมได้ร่วมทั้งรัฐบาลเพื่อไทยและภูมิใจไทย และคาดว่าหลังเลือกตั้งครั้งนี้ก็ไม่น่าพลาดได้เป็นพรรคร่วมอีก

ส่วน ปชป.เคยไปร่วมรัฐบาลเพื่อไทย ในยุคที่มี “เฉลิมชัย ศรีอ่อน” เป็นหัวหน้าพรรค

เมื่อ “อภิสิทธิ์” กลับมา เฉลิมชัยก็ไปเข้าพรรคกล้าธรรม

วันก่อนอภิสิทธิ์ไปขึ้นเวทีดีเบต ประกาศว่าจะไม่ร่วมรัฐบาลที่มีพรรคกล้าธรรม

ทำให้เกิด “คลื่นความร้อน” ในการเมืองพอสมควร

ผู้กองธรรมนัสถึงกับ “เดือด” ออกรายการสรยุทธ สุทัศนะจินดา ตอบโต้ทันที

ผู้กองธรรมนัสกล่าวว่า ที่พรรคประชาชนบอกว่าจะไม่ร่วมกับกล้าธรรมนั้น เป็นเรื่องที่พูดมานานแล้ว เป็นจุดยืนที่เข้าใจได้

“ผมชื่นชมในความสามารถของเด็กกลุ่มนี้นะครับ เขามีจุดยืนชัดเจนแต่แรกแล้ว เขาไม่ได้เพิ่งมากระแดะทำตอนนี้” หัวหน้าพรรคกล้าธรรมกล่าว

ใครที่กำลังคิดเรื่องการรวบรวมพรรคการเมืองเพื่อตั้งรัฐบาล อาจจะเริ่มปวดหัวแล้ว

เป็นโจทย์ยากอีกเรื่องของการเลือกตั้งครั้งนี้