Skip to content

CPF เปิดกลยุทธ์เลี้ยงกุ้งให้ได้กำไร 3 : 1 : 0 เคล็ดลับรวยไร่ละ 5 แสน/รอบ

05 ม.ค. 2569 | 08:00น.
CPF เปิดกลยุทธ์เลี้ยงกุ้งให้ได้กำไร 3 : 1 : 0 เคล็ดลับรวยไร่ละ 5 แสน/รอบ

มีการคาดการณ์ว่า อุตสาหกรรมกุ้งไทยในปี 2569 จะเป็นปีแห่งการพลิกฟื้นการส่งออกกุ้งกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง โดยเป็นผลมาจากการที่สหรัฐประกาศอัตราภาษีนำเข้ากุ้งจากประเทศคู่แข่งอย่างอินเดีย ในอัตรา 60% หากเทียบกับอัตราภาษีนำเข้าที่ไทยได้รับ อยู่ที่ 19% จึงเป็นโอกาสที่อุตสาหกรรมกุ้งไทยจะได้โอกาสในตลาดสหรัฐ ที่เคยเป็นของอินเดียถึง 3 แสนตันได้

นอกจากนี้ ยังมีตลาดสหภาพยุโรปที่ใกล้เจรจาความตกลงเปิดเขตการค้าเสรีกับไทยได้สำเร็จอีก 30,000 ตัน อย่างไรก็ตาม หากจะไขว่คว้าตลาดส่งออกกุ้งได้ ก็ต่อเมื่อไทยต้อง “ผลิตกุ้ง” เพิ่มขึ้นจากปัจจุบัน 270,000 ตัน ให้ได้ตามเป้าหมายของสมาคมกุ้งไทยที่มองไว้ 400,000 แสนตันเสียก่อน ไม่เช่นนั้น ตลาดดี แต่ไม่มีสินค้า ก็เท่ากับเสียโอกาส ไม่ได้ประโยชน์แต่อย่างใด

สูตร 3 : 1 : 0 เพิ่มผลผลิตกุ้ง

นายไพโรจน์ อภิรักษ์นุสิทธิ์ ผู้อำนวยการใหญ่ ธุรกิจสัตว์น้ำครบวงจรเขตประเทศไทย บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ได้เปิดมุมมองและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การเพิ่มผลผลิตกุ้ง ในงาน Thai Aqua Expo 2025 ที่ผ่านมา ระบุว่า ปัญหาหลักของเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งไทย ในวันนี้มี 2 เรื่อง 1.ความเสียหายที่เกิดขึ้น ไม่สามารถสร้างผลผลิตเพิ่มได้ และแม้จะเพิ่มผลผลิตกุ้งได้ก็ยังไม่ถึงเป้าหมาย 2.ต้นทุนการผลิตสูง และการที่เกษตรกรไทยจะเพิ่มผลผลิตได้ ไปสู่การเป็นผู้นำด้านต้นทุนการผลิตที่ต่ำ จำเป็นต้องมีกลยุทธ์สู่ความสำเร็จเข้ามาช่วย และการจะเพิ่มผลผลิตโดยการปล่อยลูกกุ้งเข้าบ่อ ไม่ได้นำไปสู่การเพิ่มผลผลิต แต่จะเป็นการสร้างจำนวนกุ้ง ความหนาแน่นในกุ้งในบ่อมากเกินไป ซึ่งไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องในการเพิ่มผลผลิต และเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร

โดยเรามีสูตร 3 : 1 : 0 ที่จะเพิ่มผลผลิตกุ้งให้สูงขึ้นนั้น คือ สูตรที่ว่า 3 สูง 1 ต่ำ 1 ศูนย์ (3 : 1 : 0) คือ อัตรารอดสูงผลผลิตสูง โตเร็ว ส่วน 1 ต่ำ คือ ความเสียหายต้องต่ำหรือไม่เสียหายเลย โดยจะต้องเพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยง รักษาความสมดุลในการเลี้ยง เพื่อความสำเร็จและมีกำไรอย่างยั่งยืน และ 1 ศูนย์ สุดท้าย หมายถึง ไม่มีความเสียหายระหว่างการเลี้ยง หากเกิดความเสียหายภายใน 30 วัน จะส่งผลทำให้ไม่มีผลผลิต ซึ่งจะกลายเป็นต้นทุนแฝงให้กับเกษตรกร เช่น ถ้ามีความเสียหาย 10% จากการเลี้ยงทั้งหมด จะมีต้นทุนแฝง 5 บาท/กก.กุ้ง ถ้ามีความเสียหาย 20% จากการเลี้ยงทั้งหมด จะมีต้นทุนแฝง 10 บาท/กก.กุ้ง และถ้ามีความเสียหาย 50% จากการเลี้ยงทั้งหมด จะมีต้นทุนแฝง 40 บาท/กก.กุ้ง

ดังนั้น เพื่อให้ได้ผลผลิตกุ้ง เรามีมาตรฐานระบบไบโอซีเคียวริตี้ (Biosecurity) คือ ระบบการจัดการและมาตรการที่เข้มงวดเพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรคเข้าสู่พื้นที่เลี้ยงสัตว์ (เช่น ฟาร์ม) เพื่อลดความเสี่ยงจากโรคระบาดโดยเน้นควบคุมการเข้าออกของคน, ยานพาหนะ, วัตถุดิบ (อาหาร, น้ำ) และการจัดการสิ่งแวดล้อมในฟาร์ม เช่น ใช้โรงเรือนระบบปิด (EVAP) และระบบฆ่าเชื้อที่จุดเข้าออก เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยสำหรับผู้บริโภค จึงเป็นหัวใจสำคัญในการป้องกันโรคที่เกษตรกรควรให้ความสำคัญและเข้มงวดเป็นอย่างยิ่ง

อย่างไรก็ดี ความท้าทายของผู้เลี้ยงกุ้งยังมี คือ ต้นทุน โรคกุ้ง การเพิ่มประสิทธิภาพ ทำให้เกิดความเสี่ยงว่าอาจจะไม่มีผลผลิต คำถาม คือ เกษตรกรจะผ่านพ้นปัญหานี้ได้อย่างไร คำตอบ คือ การวางระบบไบโอซีเคียวริตี้ สำคัญเพราะระบบนี้ จะสามารถป้องกันกุ้งในฟาร์มได้ ทั้งทางน้ำ ทางบก ทางอากาศ โดยเฉพาะ “ทางน้ำ” ต้องให้ความสำคัญมากที่สุด มากกว่า 60%

กุ้งยิ่งตัวใหญ่ยิ่งกำไรดี

สูตรการเลี้ยงกุ้ง ยิ่งตัวใหญ่ยิ่งได้ราคาดี จะสามารถสร้างผลตอบแทนต่อเกษตรกรในรูปกำไรได้สูงสุดถึง 500,000 บาทต่อไร่ หรือกำไร กก.ละ 100 บาทต่อกุ้งขนาดใหญ่ 20 ตัว/กก. การเลี้ยงกุ้ง 1 ไร่ จะได้ผลผลิต 5,000 กก. กุ้งไซซ์ใหญ่ได้ราคา กก.ละ 280 บาท จากต้นทุน 180 บาท กำไร กก.ละ 100 บาท เพราะเทียบกับการผลิตไซซ์เล็ก เช่น 70 ตัว/กก. จะได้ผลผลิต 1,400 กก. กุ้งไซซ์เล็กได้ราคา กก.ละ 150 บาท เทียบกับต้นทุน 120 บาท กำไร กก.ละ 30 บาท ทำกำไรต่อไร่ได้เพียง 40,000 บาทเท่านั้น

หลายคนอาจจะยังสงสัยว่า กุ้งตัวใหญ่เลี้ยงนานขึ้น เปลืองอาหาร แล้วจะมีกำไรดีได้อย่างไร นายไพโรจน์อธิบายว่า ต้นทุนการผลิตกุ้ง จะประกอบไปด้วย ค่าลูกกุ้ง ค่าอาหารกุ้ง ค่าเวชภัณฑ์ ค่าพลังงาน ค่าแรงงาน และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ การปรับวิธีการเลี้ยงที่ถูกต้องเริ่มจาก “การเพิ่มประสิทธิภาพ” หมายถึง การใช้ทรัพยากรในการผลิตคุ้มค่าแค่ไหน ใช้บ่อกับการเลี้ยง เราใช้ความสามารถในการผลิตกี่เปอร์เซ็นต์ บางคนอาจจะ 30-80% แล้วแต่คน เพราะแต่ละคนจะมีระยะเวลาการหยุดพัก ขณะที่ “การรักษาสมดุลการเลี้ยง” คือ สมดุลของกุ้ง จุลินทรีย์ เชื้อโรคในบ่อกุ้ง ลดของเสียในระบบ และเราจะบริหารอย่างไร ซึ่งมันจะเกี่ยวกับต้นทุนและประสิทธิภาพรวมถึงเงินในกระเป๋า เรื่องนี้จะต้องอาศัยการใช้ “โปรไบโอติกฟาร์มมิ่ง” มาช่วยสร้างสมดุลให้กับจุลินทรีย์เสริมสุขภาพกุ้ง จุลินทรีย์บำบัดในเนื้อน้ำ และจุลินทรีย์บำบัดพื้นบ่อ

3 คีย์เวิร์ดสร้าง “กำไร”

อย่างไรก็ดี การเลี้ยง การเพิ่มผลผลิต สิ่งที่คาดหวัง คือ การสร้างผลกำไร รายได้ตอบแทน และการจะได้มานั้น 1.ผลผลิตสูง คือ ต้องมีความสามารถในการรองรับผลผลิต (Carrying Capacity) สูง จากองค์ประกอบต่าง ๆ เช่น ปริมาณแร่ธาตุ ออกซิเจน ปริมาณสารอินทรีย์ สิ่งมีชีวิตอื่น การเพิ่มความสามารถในการรองรับผลผลิตจะหมายถึงการเพิ่มพื้นที่สะอาดในบ่อ การเพิ่มระดับน้ำ เช่น จากบ่อลึก 1.5 เมตร เป็น 2 เมตร ผลผลิตเพิ่ม 33% หากเพิ่มความลึกจาก 1.5 เป็น 3 เมตร ผลผลิตเพิ่ม 100% การจัดการ เช่น การดูดตะกอน การให้อาหาร และคุณภาพน้ำ และความหนาแน่นที่ปล่อย เฉลี่ย 100,000 ตัวต่อไร่ และขนาดกุ้งที่จับได้ ยิ่งใหญ่ยิ่งได้ราคาดี

อีกเคล็ดลับ คือ การแบ่งจับกุ้งบางส่วน สมมุติ ถ้าบ่อสามารถรองรับผลผลิตได้ 3,000 กก./ไร่ เกษตรกรอาจจะแบ่งจับกุ้ง 30% จำนวน 1,000 กก.ก่อน คงเหลือกุ้ง 70,000 ตัว สามารถเลี้ยงได้ถึงขนาด 23 ตัว/กก. จะได้ผลผลิต 3,000 กก. รวมการจับสองรอบ ได้ผลผลิต 4,000 กก.

2.คุณภาพผลผลิตดี คือ กุ้งสุขภาพดี ไม่ป่วย สามารถขาย “กุ้งเป็น” ได้ ปลอดสารตกค้างและไซซ์ใหญ่ และ 3.กุ้งไม่เสียหาย จึงไม่เกิดต้นทุนแฝง อัตรารอดสูง เท่ากับต้นทุนค่าลูกกุ้งต่ำ ในทางตรงกันข้าม หากอัตรารอดต่ำ เช่น อัตรารอดหายไป 20% ต้นทุนค่าอาหารจะเพิ่มขึ้น 10-12 บาท/กก. ค่าลูกกุ้งจะเพิ่มขึ้น 20% และกุ้งโตเร็ว อัตราแลกเนื้อต่ำ ค่าพลังงานและค่าเวชภัณฑ์ก็ต่ำ

“ขอให้เกษตรกรท่องไว้เลยว่า ค่าใช้จ่ายรายวัน เช่น ค่าอาหาร ค่าไฟฟ้า ค่าปัจจัยการผลิต เฉลี่ยอยู่ที่วันละ 1 บาท ถ้ากุ้งโตเร็ว 10 วัน ต้นทุนลดลง 10 บาท/กก.เช่น รอบหนึ่งเลี้ยง 90 วัน จากปกติเลี้ยง 120 วัน ต้นทุนหายไป 30 บาท/กก.”

ดังนั้น การเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต เริ่มตั้งแต่ความสำเร็จต้อง 100% เพื่อลดต้นทุนแฝง การเพิ่มความสามารถในการรองรับผลผลิตกุ้งของบ่อเพื่อเพิ่มปริมาณผลผลิตต่อพื้นที่ การเป็นผู้นำต้นทุนการเลี้ยงต่ำ การสร้างสมดุลการเลี้ยงให้เหมาะสมด้วยโพรไบโอติกฟาร์มมิ่ง การผลิตกุ้งคุณภาพ ปลอดภัยไร้สารตกค้าง เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ทั้งหมดนี้ ไม่เพียงสร้างรายได้งาม แต่ยังสร้างความยั่งยืนให้กับเกษตรกรและอุตสาหกรรมกุ้งไทย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

CPF กุ้ง