สำนักส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) เปิดเกมใหม่ปี’69 ปั้นคนรุ่นใหม่ในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ตั้งแต่คอนเทนต์ ดนตรี ไปจนถึงดีไซน์ ด้วยการอัพสกิล เติมโอกาส และเปิดเวทีเชื่อมตลาดทั้งในและต่างประเทศ หวังดันครีเอทีฟไทยให้เติบโต มีรายได้ และไปไกลในเวทีโลกอย่างยั่งยืน
อินทพันธุ์ บัวเขียว รองผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) เปิดเผยว่า CEA ปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ ตั้งสำนักอุตสาหกรรมสื่อสร้างสรรค์และสำนักอุตสาหกรรมสินค้าและบริการสร้างสรรค์ เพื่อดูแลภาคอุตสาหกรรมอย่างเจาะลึก ขณะเดียวกันขยายความร่วมมือกับพันธมิตรในประเทศ ทั้งสมาคมวิชาชีพและสมาคมธุรกิจ รวมถึงเครือข่ายระดับโลกอย่าง COCCA, Taicca, ASI และ TCDC เพื่อผลักดันให้อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ครอสโอเวอร์กับภาคการผลิต บริการ และท่องเที่ยว
จากการศึกษาพบว่าอุตสาหกรรมคอนเทนต์มีศักยภาพแต่ยังมีช่องว่างสำคัญในช่วงต้นน้ำ CEA จึงเปิดตัว Content Lab สำหรับ Newcomers โดยร่วมมือกับมืออาชีพในวงการและ Netflix จัดหลักสูตรแบบ Intensive บ่มเพาะโปรดิวเซอร์รุ่นใหม่ที่เข้าใจตลาดคอนเทนต์โลกและมีทักษะพัฒนาโปรเจ็กต์ IP ใหม่ด้วยมาตรฐานสากล ในปีนี้จัดที่กรุงเทพฯ และสงขลา ก่อนจะหมุนเวียนไปจังหวัดอื่นต่อไป
สำหรับ Content Lab Mid-Career มุ่งยกระดับความสามารถของ Upcoming Mid-Career Talents กว่า 100 คน ที่ทำงานในภาพยนตร์ ทีวี และแอนิเมชั่น ให้เข้าใจตลาดคอนเทนต์โลกและมีทักษะสร้างโปรเจ็กต์ IP ใหม่พร้อม Pitch Deck ระดับสากล แบ่งเป็น 2 โปรแกรม คือ Mid-Career Project สำหรับโปรดิวเซอร์ และ Mid-Career Story สำหรับนักเขียนบท พร้อมเพิ่ม Masterclass อีก 3 หลักสูตร ได้แก่ BL & GL Scriptwriting, Animation Character & Story Structure และ Content Business Deal Making
นอกจากนี้ยังเสริมความรู้เรื่อง IP Protection ร่วมกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อให้ผู้ทำงานในวงการคุ้มครองผลงานของตนเองอย่างมีประสิทธิภาพ
อินทพันธุ์กล่าวต่อว่า CEA ยกระดับโครงการ Flagship ชื่อ Content Project Market เป็น Bangkok International Content Market (BICM) ซึ่งเป็นตลาดซื้อขายโปรเจ็กต์คอนเทนต์แห่งแรกและแห่งเดียวในไทย เปิดพื้นที่ให้โปรดิวเซอร์และนักเขียนบททำ B2B Business Matching และ Pitching กับผู้ผลิต ค่ายหนัง ค่ายละคร และนักลงทุนกว่า 70 เจ้าจากทั้งในและต่างประเทศ
ปีนี้ CEA ร่วมมือกับกรมการค้าระหว่างประเทศและกรมทรัพย์สินทางปัญญา รวมตัว Bangkok International Content Market, Bangkok International Digital Content Festival และ IP Market เข้าด้วยกัน เพื่อผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางตลาดคอนเทนต์ระดับภูมิภาค
หนุนปลายน้ำ พัฒนาธุรกิจ-อุตสาหกรรมดนตรี
ในส่วนนี้ CEA ดำเนินโครงการ Music Exchange สนับสนุน Rising Star Talent ที่ผ่านการคัดเลือกจากเทศกาลดนตรีชั้นนำในอาเซียนและเอเชีย ประมาณ 50-70 คนต่อปี ให้เดินทางไปขยายตลาดต่างประเทศและสร้างรายได้เพิ่มขึ้น โดยผู้ทรงคุณวุฒิในวงการคัดเลือกศิลปินเข้าร่วมเทศกาลดนตรีที่มีศักยภาพทางธุรกิจ พร้อมกันนั้นยังดึง Buyer จากต่างประเทศเข้ามาดูศิลปินไทยในเทศกาลดนตรีในประเทศ โดยมีค่ายเพลงไทยประมาณ 40 ค่ายเข้าร่วม Matching ในแต่ละปี
อินทพันธุ์เผยว่า ผลงานของโครงการ Music Exchange สร้างผลกระทบ 40+ ศิลปิน เข้าร่วม 40+ เทศกาลนานาชาติ ใน 11 ตลาดสำคัญ สร้าง Total Reach ได้ 24 ล้านคน
ขณะเดียวกันเปิดโปรแกรม Music Business Lab ยกระดับความสามารถของผู้จัดการศิลปินและค่ายเพลงขนาดกลาง-เล็ก ให้มีความสามารถทำ Business Model ของศิลปิน เจรจาธุรกิจ และจัดการ IP กับผู้ซื้อ เพื่อขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
บ่มเพาะ-ครอสโอเวอร์ บริการสร้างสรรค์
ในกลุ่มโฆษณา CEA จัดโครงการ Young Blood Lion คัดเลือก New Talent Next Gen ประมาณ 400 คน มาบ่มเพาะกับมืออาชีพในวงการ เพื่อสร้างกำลังสำคัญให้อุตสาหกรรมโฆษณาที่มีศักยภาพสูงอยู่แล้ว พร้อมเปิดโครงการ Advertising Power Up นำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาทำงานร่วมกับ Production House และบริษัทโฆษณา เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขัน
นอกจากนี้ยังร่วมมือกับสมาคมโฆษณาและสมาคมโฆษณาดิจิทัล นำมืออาชีพไปทำงานกับผู้ประกอบการ SMEs ในภูมิภาค ช่วยเสริมความสามารถในการขยายตลาดและโปรโมตสินค้าและบริการ
สำหรับกลุ่มสถาปัตยกรรม CEA ร่วมมือกับสมาคมสถาปนิกสยามที่มีสมาชิกกว่า 30,000 คนทั่วประเทศ ครอสโอเวอร์เข้ามาพัฒนาพื้นที่สาธารณะร่วมกับเทศบาล อบจ. หรือจังหวัด โดยประกวดแบบตั้งแต่แนวคิดจนถึงแบบก่อสร้างจริงใน 4 พื้นที่ 4 ภูมิภาค เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่
ด้านกลุ่มดีไซน์ CEA ร่วมมือกับสภาอุตสาหกรรมและสภาหอการค้า นำความรู้การออกแบบไปยกระดับและทำงานร่วมกับผู้ผลิตเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และขยายตลาด ในปีนี้ร่วมกับสมาคมบรรจุภัณฑ์พัฒนาผลิตภัณฑ์และออกแบบร่วมกัน
โดย CEA ร่วมมือกับสมาคมและกรมสารนิเทศ คัดเลือกผู้ประกอบการธุรกิจในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไปร่วมงานเทศกาลไทยในต่างประเทศประมาณ 6 ประเทศ พร้อมเข้าร่วม International Trade Fair ของกลุ่มอุตสาหกรรมสร้างสรรค์
ผ่านการคัดเลือก Trade Fair ร่วมกับสมาคมตามตลาดเป้าหมาย และสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเข้าไปทำงานในตลาดนั้น เพื่อช่วยให้อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทยขยายตลาดสู่ต่างประเทศและแข่งขันได้อย่างเต็มศักยภาพ