สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) ประกาศขยายกรอบเวลาโครงการ Music Exchange 2026 รอบที่ 3 พร้อมเปิดตัวโปรแกรม Music Lab: Business Accelerator ร่วมกับคณะดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากรเป็นครั้งแรก เสริมทักษะธุรกิจให้ศิลปิน-ค่ายเพลงไทย
ดร.ชาคริต พิชญางกูร ผู้อำนวยการ CEA กล่าวว่า การผสานโครงการที่สนับสนุนด้านเงินทุนสำหรับการเดินทางไปขึ้นแสดงในเทศกาลดนตรีต่างประเทศให้ศิลปินไทย (Music Exchange) เข้ากับการเสริมความแข็งแกร่งด้านทักษะธุรกิจ (Music Lab) เพื่อต่อยอดสู่ตลาดสากลจะเป็นกลไกสำคัญในการสร้างมาตรฐานใหม่ให้ศิลปินและคนทำงานเบื้องหลังของไทย แข่งขันในตลาดโลกได้
CEA ดำเนินโครงการ Music Exchange ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2567 โดยสนับสนุนทุนบางส่วนสำหรับการเดินทางของศิลปินไทยไปแสดงในเทศกาลดนตรีระดับนานาชาติ สำหรับปีนี้ CEA ขยายกรอบระยะเวลาของโครงการในรอบที่ 3 จากเดิมที่ครอบคลุมเทศกาลที่จัดถึงเดือนกรกฎาคม เป็นช่วง 1 มิ.ย.-16 ส.ค. 69 เพื่อให้ครอบคลุมเทศกาลดนตรีสำคัญในช่วงกลางปีได้มากขึ้น
เงื่อนไขการสมัครรอบนี้กำหนดให้ศิลปินต้องได้รับ Invitation Letter จากเทศกาลดนตรีต่างประเทศแล้ว และมีผลงาน Original รวมกันไม่ต่ำกว่า 30 นาที เปิดรับสมัครศิลปินไทยทุกแนวเพลงถึงวันที่ 16 พฤษภาคม 2569
ขณะเดียวกัน CEA เปิดตัวโปรแกรม Music Lab: Business Accelerator ภายใต้โครงการ Music Lab 2026 เป็นครั้งแรก โดยพัฒนาหลักสูตรร่วมกับคณะดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นการอบรมเชิงลึก 30 ชั่วโมง ครอบคลุมกลยุทธ์การตลาดสากล กฎหมายลิขสิทธิ์ สัญญาการแสดง การจัดการแสดงในต่างประเทศ และเทคนิคการเจรจาธุรกิจ (Pitching) โดยมีวิทยากรจากทั้งในและต่างประเทศ ได้แก่ ผู้บริหารค่ายเพลงและผู้จัดการเทศกาลดนตรีระดับสากล
โปรแกรมนี้เปิดรับสมัครสำหรับศิลปิน นักดนตรี นักแต่งเพลงอิสระ รวมถึงฝ่าย A&R การตลาด และผู้จัดการศิลปิน สมัครได้เป็นทีมไม่เกิน 3 คน โดยเปิดรับถึงวันที่ 30 เม.ย. 69
เมื่อจบหลักสูตร จะมีการคัดเลือก 10 โปรเจ็กต์ที่มีความพร้อมขยายตลาดต่างประเทศ เพื่อรับทุนสนับสนุนสูงสุดโปรเจ็กต์ละ 150,000 บาท รวมมูลค่า 1.5 ล้านบาท พร้อมบริการจับคู่ธุรกิจกับผู้ซื้อที่มีศักยภาพในกลุ่มประเทศเป้าหมายแถบเอเชีย