Skip to content

‘สีหศักดิ์’ เชิญอุปทูตสหรัฐชี้แจงแล้ว กังวลไทยพันธมิตรเก่าแก่ ถูกเหมารวมระงับวีซ่าอพยพ

15 ม.ค. 2569 | 14:49น.
‘สีหศักดิ์’ เชิญอุปทูตสหรัฐชี้แจงแล้ว กังวลไทยพันธมิตรเก่าแก่ ถูกเหมารวมระงับวีซ่าอพยพ
ข้อมูลเผยแพร่ครั้งแรก 15 ม.ค. 2026 เวลา 14.49 น. และอัพเดตเวลา 16.00 น.

รัฐมนตรีต่างประเทศเรียกอุปทูตสหรัฐมาชี้แจง พร้อมแสดงความไม่พอใจและกังวลกรณีไทยถูกเหมารวม 75 ชาติ โดนระงับวีซ่าอพยพ และต้องการคำตอบเกี่ยวกับว่าเหตุใดไทย ซึ่งเป็นพันธมิตรที่ยาวนานที่สุดของสหรัฐในอาเซียน จึงถูกจัดอยู่ในลิสต์นี้ 

เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2026 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนกรณีสหรัฐประกาศระงับกระบวนการออกวีซ่าผู้อพยพ โดยมีไทยเป็น 1 ใน 75 ประเทศว่า วันนี้ได้เชิญ เอลิซาเบธ เจ. โคนิก อัครราชทูตที่ปรึกษาในฐานะอุปทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย มาพบหารือเพื่อรับทราบรายละเอียดข้อมูล ซึ่งอุปทูตสหรัฐแจ้งว่ายังไม่มีข้อมูลทั้งหมด และพยายามหาข้อมูลเพิ่มเติมจากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆให้

ขณะนี้นายฌอน โอนีล เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำกรุงเทพฯคนใหม่เดินทางไปประชุมที่สหรัฐ หลังจากคนก่อนหน้าเพิ่งหมดวาระไปเมื่อปีที่แล้ว

“เรื่องนี้เกิดขึ้นกะทันหัน เราไม่ได้คาดการณ์ว่าจะมีการประกาศอย่างนี้” สีหศักดิ์กล่าว

อุปทูตสหรัฐชี้แจงว่า การระงับวีซ่านี้ เฉพาะกลุ่มบุคคลที่ไปอยู่ถาวร หรือบุคคลที่มุ่งหวังจะมีสัญชาติอเมริกัน ดังนั้นจึงไม่เกี่ยวกับนักเดินทาง นักธุรกิจ นักศึกษา และการระงับดังกล่าวไม่ได้มีผลถาวรต่อเนื่อง แต่เพื่อประเมินกระบวนการ สถานการณ์ในภาพรวม ซึ่งเหตุผลที่มีการประกาศนี้ เนื่องจากสหรัฐมองว่างบประมาณสำหรับดูแลบุคคลเหล่านี้ ที่หลายคนต้องพึ่งระบบสวัสดิการของอเมริกันเป็นจำนวนมาก อาจทำให้ไปแย่งงบประมาณที่จะไปดูแลคนอเมริกัน

สีหศักดิ์กล่าวต่อว่า ก็เป็นนโยบายอเมริกาต้องมาก่อนของประธานาธิบดีทรัมป์อยู่แล้ว ซึ่งตนได้ขอบคุณอุปทูตสหรัฐที่ได้มาชี้แจง และจะหาข้อมูลเพิ่มเติมให้ต่อไป

รัฐมนตรีต่างประเทศจึงได้แสดงความกังวลและไม่สบายใจไปว่า การจะเหมารวมทุกประเทศ ใน 75 ประเทศนี้เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งประเทศไทยไม่ได้เหมือนกับหลายประเทศในกลุ่มดังกล่าว จึงไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงไม่ดูแต่ละประเทศเป็นราย ๆ ไป ซึ่งน่าจะเป็นวิธีที่ดีกว่า และคนไทยที่อยู่ในอเมริกันแบบผิดกฎหมายอาจไม่เยอะ หากเทียบกับบางประเทศ ซึ่งไม่ได้อยู่ห่างจากเราเท่าไร และมีบางประเทศที่อาจจะมีปัญหามากกว่าไทย ทำไมถึงไม่อยู่ในลิสต์ คนไทยที่อยู่ในอเมริกาหลายคนประกอบอาชีพสุจริต ทั้งหมอ พยาบาล ทำงานในสาขาต่าง ๆ รวมถึงมีการเปิดร้านอาหาร ซึ่งถือเป็นการช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ไปสหรัฐ

“ด้วยเหตุนี้จึงสงสัยว่า การประกาศแบบเหมารวมเช่นนี้มีเหตุผลอะไรและเป็นเพราะอะไรกันแน่ ตรงนี้ฝ่ายสหรัฐควรทำให้เกิดความกระจ่าง เพราะขณะนี้มีการส่งสัญญาณที่ผิดในเรื่องของความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐ เนื่องจากนายไมเคิล ดีซอมเบร ผู้ช่วย รมว.กต.สหรัฐเพิ่งมาเยือนไทย และบอกกับฝ่ายไทยว่าจากนี้เราต้องเดินหน้าความสัมพันธ์ ซึ่งไทย-สหรัฐ เป็นประเทศที่มีความสัมพันธ์ที่พิเศษ เป็นพันธมิตรที่ยาวนานที่สุดของสหรัฐในภูมิภาค เหตุใดไทยถึงไปอยู่ในลิสต์นี้ เรามีสิทธิที่จะตั้งคำถามเหล่านี้ ซึ่งอุปทูตสหรัฐก็เข้าใจ” นายสีหศักดิ์กล่าว

นายสีหศักดิ์กล่าวว่า สหรัฐต้องมองในภาพรวม เพราะมีบริษัทไทยที่ไปลงทุนในอเมริกา ทั้งบริษัทบ้านปู ปตท. สร้างงานนับหมื่นตำแหน่งให้กับคนอเมริกัน และหลังจากนี้ภายใต้ข้อตกลงที่เรากำลังเจรจาเรื่องภาษีการค้า เราจะลงทุนมากขึ้น ซื้อสินค้ามากขึ้น ดังนั้น สิ่งที่ทำคุ้มหรือไม่กับความรู้สึกของคนไทย สวนทางกับนโยบายที่กำลังเดินหน้าหรือไม่ ฉะนั้น ภายในรัฐบาลสหรัฐคงต้องไปคุยกันเองเพื่อให้มีทิศทางเดียวกัน

ทั้งนี้ รายชื่อประเทศทั้งหมดที่จะได้รับผลกระทบจากการระงับวีซ่าอพยพหรือวีซ่าย้ายถิ่นดังกล่าว ตามที่เจ้าหน้าที่สหรัฐ ระบุ ได้แก่ อัฟกานิสถาน, อัลบาเนีย, แอลจีเรีย, แอนติกาและบาร์บูดา, อาร์เมเนีย, อาเซอร์ไบจาน, บาฮามาส, บังกลาเทศ, บาร์เบโดส, เบลารุส, เบลีซ, ภูฏาน, บอสเนีย, บราซิล, พม่า, กัมพูชา, แคเมรูน, เคปเวอร์เด, โคลอมเบีย, คองโก, คิวบา, โดมินิกา, อียิปต์, เอริเทรีย, เอธิโอเปีย, ฟิจิ, แกมเบีย, จอร์เจีย, กานา, เกรนาดา, กัวเตมาลา, กินี, เฮติ, อิหร่าน, อิรัก,

ไอวอรี่โคสต์, จาเมกา, จอร์แดน, คาซัคสถาน, โคโซโว, คูเวต, คีร์กีซสถาน, ลาว, เลบานอน, ไลบีเรีย, ลิเบีย, มาซิโดเนีย, มอลโดวา, มองโกเลีย, มอนเตเนโกร, โมร็อกโก, เนปาล, นิการากัว, ไนจีเรีย, ปากีสถาน, สาธารณรัฐคองโก, รัสเซีย, รวันดา, เซนต์คิตส์และเนวิส, เซนต์ลูเซีย, เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์,เซเนกัล, เซียร์ราลีโอเน, โซมาเลีย, ซูดานใต้, ซูดาน, ซีเรีย, แทนซาเนีย, ไทย, โตโก, ตูนิเซีย, ยูกันดา, อุรุกวัย, อุซเบกิสถาน และเยเมน

หากแยกเป็นประเทศในกลุ่มสมาชิกอาเซียนมี 4 ประเทศที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ ไทย, กัมพูชา ลาว, พม่า แต่ไม่รวมเวียดนาม, ฟิลิปปินส์ ,สิงคโปร์, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, บรูไน และติมอร์เลสเต