Lalamove สรุปผลงานปี 2568 มูลค่าธุรกรรมรวมโต 30% เกิดจากการขยายพื้นที่ให้บริการ-เปิดตัวบริการเรียกรถ พร้อมเปิดอินไซต์พฤติกรรมผู้บริโภค ช่วงพีกของบริการขนส่ง คือเทศกาลต่าง ๆ กับฤดูกาลย้ายบ้าน
นายเบน ลิน กรรมการผู้จัดการ ลาลามูฟ ประเทศไทย เปิดเผยว่า ตั้งแต่เดือน ม.ค.-ธ.ค. 2568 “ลาลามูฟ” (Lalamove) มีมูลค่าธุรกรรมรวมเติบโตขึ้น 30% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สะท้อนถึงความต้องการบริการด้านโลจิสติกส์ที่มีความยืดหยุ่น สะดวก และตอบโจทย์การดำเนินธุรกิจ ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย
“การเติบโตดังกล่าวขับเคลื่อนด้วยการพัฒนาบริการใหม่ การขยายพื้นที่ให้บริการ และการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs พาร์ตเนอร์คนขับ และผู้ใช้งานให้เติบโตไปพร้อมกัน”
ในปี 2568 ลาลามูฟได้ขยายพื้นที่ให้บริการสู่จังหวัดขอนแก่น และพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางยุทธศาสตร์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อรองรับความต้องการด้านโลจิสติกส์ที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาคได้ดียิ่งขึ้น ขณะเดียวกันยังมีการเติบโตอย่างโดดเด่นในจังหวัดชลบุรี โดยปริมาณออร์เดอร์เพิ่มขึ้นถึง 130% ในปี 2568 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สะท้อนถึงความต้องการด้านการขนส่งที่เพิ่มขึ้นในจังหวัดที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ
นอกจากการขยายพื้นที่ให้บริการ และเปิดตัว “Lalamove Ride” (บริการรับส่งผู้โดยสาร) ลาลามูฟยังเดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งให้ระบบนิเวศของแพลตฟอร์ม (Platform Ecosystem) ผ่านการสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs ในการยกระดับศักยภาพด้านการขนส่ง มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสังคมในช่วงสถานการณ์จำเป็น ตลอดจนให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะและมาตรฐานความปลอดภัย พร้อมส่งเสริมความมั่นคงทางการเงินในระยะยาวให้กับพาร์ตเนอร์คนขับ
“ปัจจุบันผู้ประกอบการ SMEs ไทยหันมาจำหน่ายสินค้าผ่านอีคอมเมิร์ซและช่องทางการขายที่หลากหลายมากขึ้น ส่งผลให้มีการส่งสินค้าที่ขนาดเล็กมากขึ้น และปริมาณการส่งเพิ่มขึ้น จึงจำเป็นต้องพึ่งพาบริการขนส่งที่รวดเร็ว และยืดหยุ่น เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า เมื่อธุรกิจจำนวนมากขึ้นมองหาพันธมิตรด้านโลจิสติกส์ที่ไว้ใจได้ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง”

นายเบนพูดถึงแนวโน้มความต้องการใช้งานของผู้บริโภคว่า ทั้งบริการขนส่งสินค้าและบริการรับส่งผู้โดยสารมีการใช้งานสูงขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงปลายปี ขณะที่ความต้องการใช้บริการขนส่งสินค้ายังเพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาลสำคัญและโอกาสพิเศษ อาทิ วันวาเลนไทน์ วันแม่ และเทศกาลตรุษจีน
รวมถึงช่วงการย้ายที่อยู่อาศัยในช่วงเดือน มี.ค. และ เม.ย. ซึ่งมักเกิดจากการย้ายบ้าน การส่งของกลับภูมิลำเนาก่อนเทศกาลสงกรานต์ การเปลี่ยนภาคการศึกษา และช่วงเวลาการเริ่มงานใหม่ ส่วนความต้องการเรียกใช้บริการรับส่งผู้โดยสารพุ่งสูงในช่วงฤดูฝน หรือระหว่างเดือน มิ.ย.-ส.ค.
“แม้จะเผชิญความท้าทายทางเศรษฐกิจ บริษัทยังคงเห็นความต้องการเรียกใช้บริการที่เติบโตขึ้นในปี 2568 ด้วยระบบการจัดการออร์เดอร์ที่ยืดหยุ่น เพื่อรองรับการขายผ่านหลากหลายช่องทาง พาร์ตเนอร์คนขับยังคงเป็นกำลังสำคัญของแพลตฟอร์ม ที่ช่วยให้ทั้งผู้ประกอบการและผู้ใช้งานสามารถดำเนินธุรกิจและใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ”
ผู้บริหารลาลามูฟทิ้งท้ายด้วยว่า จากข้อมูลของศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย (UTCC) ธุรกิจที่คาดว่าจะเติบโตสูงในปี 2569 มีแนวโน้มจะสอดคล้องกับเทรนด์เศรษฐกิจโลกด้านดิจิทัล สุขภาพ และความยั่งยืน โดยหลายธุรกิจต้องการบริการขนส่งที่มีความรวดเร็ว ยืดหยุ่น และไว้ใจได้ ซึ่งลาลามูฟในฐานะแพลตฟอร์มขนส่งสินค้าแบบออนดีมานด์มีความพร้อมที่จะตอบรับความต้องการและสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจเหล่านี้