Skip to content

ทีเส็บ ปักหมุดโคราช ตั้งเป้าศูนย์กลางดิจิทัลอีสานใน 4 ปี

19 ม.ค. 2569 | 11:16น.
ทีเส็บ ปักหมุดโคราช ตั้งเป้าศูนย์กลางดิจิทัลอีสานใน 4 ปี

การขยายบทบาทของ Techsauce จากเวทีเทคโนโลยีระดับประเทศสู่พื้นที่ภูมิภาค ได้สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพและเศรษฐกิจไทยที่ไม่เพียงอยู่แต่ในกรุงเทพฯ เท่านั้น เมื่อ Techsauce ประกาศจัดงาน “Techsauce Next Entrepreneurs Summit” ที่จังหวัดนครราชสีมา ภายใต้แนวคิด “The Gateway to Isan” ร่วมกับหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา เพื่อปลดล็อกศักยภาพเศรษฐกิจอีสานด้วยเทคโนโลยี และหวังให้โคราชกลายเป็น Silicon Valley แห่งใหม่ และเมืองเศรษฐกิจใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี สตาร์ตอัพ และ AI

Gateway to Isan

ดร.สุรัชสาน์ุ ทองมี รองผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ กล่าวว่า ในปี 2568 ประเทศไทยมีนักเดินทางไมซ์ (MICE Traveler) หรือการท่องเที่ยวที่เกี่ยวกับการจัดประชุม สัมมนา นิทรรศการ และท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล เดินทางเข้าสู่ประเทศกว่า 27 ล้านคน สร้างรายได้รวม 338,233 ล้านบาท สร้างเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจกว่า 310,897 ล้านบาท กระตุ้น GDP ได้กว่า 1.65% ส่งผลให้ไทยเป็นตลาดไมซ์ที่มีศักยภาพอันดับ 2 ในอาเซียน และอันดับ 25 ของโลก

สำหรับในปี 2569 ทีเส็บตั้งเป้าหมายจำนวนนักเดินทางไว้ที่ 30 ล้านคน จากการขยายพื้นที่สนับสนุนธุรกิจสตาร์ตอัพไปยังภูมิภาคต่าง ๆ มากขึ้น เชื่อว่าอุตสาหกรรมไมซ์จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และเป็นโมเดลรูปแบบการทำธุรกิจใหม่ ๆ ที่นำไปสู่การจ้างงานและสร้างนวัตกรรม โดยจะเริ่มนำร่องที่ จ.นครราชสีมา หรือโคราช ซึ่งถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีแหล่งต้นทุน เทคโนโลยี ดิจิทัล และเอไอ (AI) ซึ่งอุตสาหกรรมไมซ์จะช่วยยกระดับให้ภาพลักษณ์ของพื้นที่เปลี่ยนแปลงไป

อย่างไรก็ดี เร็ว ๆ นี้ ทีเส็บมีแผนลงพื้นที่เพื่อนำรูปแบบ Techsauce ไปจัดแสดง งานนี้จึงเป็นจุดนัดพบสำคัญที่จะเชื่อมโยงหน่วยงานภาครัฐ ผู้กำหนดนโยบาย และนักลงทุน ให้มองเห็นโอกาสในตลาดศักยภาพใหม่ (Emerging Market) ของภาคอีสาน

‘ทีเส็บ’ ปักหมุดโคราช

“โคราช” ประตูสู่อีสาน

ขณะที่ นายไพจิตร มานะศิลป์ ประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมากล่าวว่า โคราชเปรียบเป็น “ประตูสู่อีสาน” สู่ “มหานครแห่งโอกาสและศูนย์กลางคมนาคมแห่งภูมิภาค” เนื่องจากเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดแห่งภาคอีสาน มีประชากรกว่า 3 ล้านคน เป็นอันดับ 2 ของประเทศ รองจากกรุงเทพมหานคร มีผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP) 305,000 ล้านบาท เป็นอันดับหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และโครงข่ายคมนาคมขนาดใหญ่ที่ใกล้จะแล้วเสร็จ

ทั้งรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-โคราช, รถไฟทางคู่ เพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าและผู้โดยสารได้มากขึ้น รองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างภูมิภาค ทางหลวงพิเศษบางปะอิน-นครราชสีมา ระยะทาง 196 กิโลเมตร และท่าเรือบก (Dry Port) ซึ่งจะเปลี่ยนโคราชจากเมืองผ่าน สู่จุดยุทธศาสตร์โลจิสติกส์ที่เชื่อม EEC กับ สปป.ลาว และจีนตอนใต้

โครงสร้างเศรษฐกิจของโคราชประกอบด้วย 3 เสาหลักเศรษฐกิจโคราช ได้แก่ 1) การค้าและบริการ มีสัดส่วน 50% ศูนย์กลางการค้าปลีก-ส่ง เช่น ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ และศูนย์กระจายสินค้า 2) อุตสาหกรรม มีสัดส่วน 35% โคราชมีฐานการผลิตสำคัญของประเทศ เช่น ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ HDD ชิ้นส่วนยานยนต์ และอุตสาหกรรมแปรรูปเกษตร

3) เกษตรกรรม มีสัดส่วน 15% โดยเป็นแหล่งวัตถุดิบและอู่ข้าวอู่น้ำของประเทศ เช่น มันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และโคเนื้อ ล้วนมีการนำเทคโนโลยีและ AI มาประยุกต์ใช้ในภาคเกษตร ค้าปลีก และสุขภาพ จะช่วยยกระดับเมืองสู่ Smart City และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในระยะยาว

‘ทีเส็บ’ ปักหมุดโคราช

นอกจากนี้ โคราชยังเป็นเมือง Digital Nomad ของโลก (หมายถึงการทำงานหรือใช้ชีวิตจากที่ไหนของโลกโดยอาศัยเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต และโน้ตบุ๊ก) ที่ได้รับการยอมรับระดับสากล ว่าเป็นหนึ่งในเมืองที่เหมาะสมที่สุดสำหรับดิจิทัลโนแมด ด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย โครงสร้างดิจิทัลครบครัน อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง Coworking Space ครบครัน และระบบดิจิทัลที่ทันสมัย พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ที่พักหลากหลาย ร้านอาหาร คาเฟ่ และสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ค่าครองชีพที่เหมาะสม รวมถึงภาครัฐและเอกชนมีความเข้มแข็ง ร่วมส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลและการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ

ทั้งนี้ โคราชยังมีศักยภาพด้านการศึกษา มีมหาวิทยาลัยหลายแห่ง โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) มีเทคโนธานี เป็นหน่วยงานหลักด้านนวัตกรรม และการถ่ายทอดเทคโนโลยี และเป็นศูนย์บริการวิชาการ เชื่อมโยงเทคโนโลยีและอุตสาหกรรม เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาของชุมชนและสังคม สร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ให้กับกลุ่มเป้าหมาย พัฒนาเศรษฐกิจและสังคม

นอกจากนี้ ยังมีศูนย์บ่มเพาะธุรกิจ SCI-PARK (Science Park) ที่ให้บริการด้านห้องปฏิบัติการ โรงงานต้นแบบ และให้คำปรึกษา และสตาร์ตอัพด้านเกษตร, อาหาร, เครื่องสำอาง, และเทคโนโลยี ซึ่งต่อยอดสู่ Digital Startup โคราชได้รับคัดเลือกเป็นเมืองนำร่อง Digital Nomad City จะกลายเป็นโอกาสทองในการดึงบุคลากรทักษะสูงและสร้างเศรษฐกิจยุคใหม่ นอกจากนี้ ยังเป็นโอกาสในการกระตุ้นรายได้ภาคบริการ เช่น ที่พัก ร้านอาหาร และโอกาสในการยกระดับสู่การเป็น “Smart Digital Lifestyle City”

ดังนั้น โคราชจะไม่เป็นแค่เมืองผ่าน แต่จะเป็นเมือง “เปลี่ยนผ่าน” สู่อนาคตใหม่ที่ยั่งยืน และในอีก 4 ปีข้างหน้าจะต้องเป็นเมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัลแห่งภูมิภาค เป็นเมืองหลวงของ Digital Nomad และคนทำงานยุคใหม่ พร้อมเป็นจุดหมายการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพระดับนานาชาติ