วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ประเทศไทยจะมีการเลือกตั้ง เพื่อเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอีกครั้ง เราจะได้เห็นโฉมหน้ารัฐบาล ผู้บริหารประเทศที่จะเข้ามาขับเคลื่อนประเทศ ซึ่งระหว่างนี้แต่ละพรรคการเมืองต่างวุ่นวายกับการหาเสียง เปิดนโยบาย การทำงาน รวมถึงแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ซึ่งต้องยอมรับว่ามีความยากลำบากเพราะมีหลายปัจจัยที่เข้ามากระทบเศรษฐกิจ ดังนั้นจึงเป็นเหตุให้ภาคเอกชนมีความเป็นห่วงและคาดหวังแนวนโยบายที่จะช่วยผลักดันและแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้อย่างแท้จริง
นายธนากร เกษตรสุวรรณ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า สรท.ประเมินการส่งออกของไทยในปี 2569 เติบโต 2-4% แต่ยังต้องจับตาหลายปัจจัยที่กระทบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของภูมิรัฐศาสตร์ ที่จะมีผลต่อราคาน้ำมัน และปริมาณน้ำมันในตลาดโลกที่จะออกมาเยอะ และการประกาศของเม็กซิโกในการขึ้นภาษีสินค้านำเข้ากับประเทศที่ไม่มีข้อตกลงการค้าด้วย ซึ่งประเทศไทยก็เป็นหนึ่งประเทศที่ไม่มีข้อตกลงกับเม็กซิโก นอกจากนี้ยังมีเรื่องค่าเงินบาทที่แข็งค่ากว่าคู่แข่ง สงครามการค้าและมาตรการกีดกันทางการค้าที่รุนแรงขึ้น
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF ประเมินเศรษฐกิจโลกจะขยายตัว อยู่ที่ 3% เอเชีย ขยายตัวอยู่ที่ 4.2% ส่วนจีดีพีของประเทศไทย สภาพัฒน์มีการประเมินไว้ที่กรอบ 1.5-1.7% สอดคล้องกับ IMF ซึ่งมีปัจจัยจากการท่องเที่ยวเป็นหลัก การบริโภคของภาคเอกชน ซึ่งก็ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังว่าจะมีผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าไทยไปต่างประเทศ แต่ก็ยังมีปัจจัยบวกที่ส่งผลดีต่อภาพการส่งออกไทย เช่น หลายกลุ่มอุตสาหกรรมที่ยังมีทิศทางเติบโตได้ อาทิ อิเล็กทรอนิกส์ สินค้าอาหารและแปรรูป ชิ้นส่วนยานยนต์ เป็นต้น แต่ก็ยังมีสินค้าบางตัวที่น่าห่วงในการส่งออกปีนี้ด้วย เช่น สินค้าข้าว แต่อย่างไรก็ตาม นโยบายของภาครัฐก็มีส่วนสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และประเทศไทยกำลังเข้าสู่การเลือกตั้ง การประกาศนโยบายหาเสียงของแต่ละพรรคการเมืองจึงเป็นสิ่งสำคัญและต้องติดตาม เพื่อที่จะให้เศรษฐกิจ การส่งออกของไทยนั้นขยายและเติบโตได้ พร้อมกันนี้ ภายหลังการจัดตั้งรัฐบาลเป็นที่เรียบร้อย สรท.จะทำข้อเสนอให้กับรัฐบาลในการเดินหน้าผลักดันส่งออกและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ภายในปัจจัยเสี่ยงที่เกิดขึ้น
เร่งรัฐทำ FTA กับเม็กซิโก
นายสุภาพ สุวรรณพิมลกุล รองประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) และในฐานะรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส.เค.โพลีเมอร์ จำกัด กล่าวว่า การส่งออกในกลุ่มเครื่องปรับอากาศในปี 2569 นี้ยังมีแนวโน้มที่ไม่ดี จากปัจจัยภาษีสหรัฐ ประกอบกับเม็กซิโกประกาศขึ้นภาษี ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ได้มีการคาดการณ์มาก่อน ซึ่งก็คาดหวังว่ากระทรวงพาณิชย์จะเร่งเดินหน้าผลักดัน ข้อตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) เพื่อลดแรงกดดันด้านภาษีและสร้างโอกาสในการส่งออก และอีกปัจจัยที่ผู้ส่งออกห่วงเรื่องของค่าเงินบาท ซึ่งก็เหมือนกับหลายอุตสาหกรรมที่ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ โดยผู้ประกอบการรายเล็ก รายกลาง ซึ่งยังติดอุปสรรคในเรื่องของการเข้าถึงแหล่งเงินทุน การกู้เงิน รวมไปถึงการประกันอัตราแลกเปลี่ยน
ดังนั้นจึงฝากให้รัฐบาลที่เข้ามาดูแลเรื่องเหล่านี้ โดยเฉพาะกลุ่มเอสเอ็มอีรายเล็กและรายกลาง ที่ต้องการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน หรือการเข้าถึงแหล่งเงินทุน หากเป็นไปได้ อยากให้รัฐบาลจัดตั้งกองทุนขึ้น วงเงินกองทุนประมาณ 50,000-100,000 ล้านบาท โดยกองทุนนี้ให้รัฐเข้ามาลงทุน ร่วมกันกับธุรกิจขนาดเล็กเพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจ แข่งขันได้ โดยรัฐช่วยสนับสนุนเป็นระยะเวลา 3-5 ปี เมื่อธุรกิจฟื้นตัวก็เปิดทางให้รัฐขายหุ้นคืนให้บริษัท โดยมีกำไรส่วนหนึ่งเพื่อใช้ในการลงทุนบริษัทอื่นต่อไป
ห่วงใช้ค่าแรงเป็นนโยบายหาเสียง
ดร.เนาวรัตน์ ทรงสวัสดิ์ชัย ประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย (อีคอนไทย) กล่าวว่า การหาเสียงด้วยนโยบายการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ เป็นสิ่งที่เอกชนให้ความสำคัญและเป็นห่วงในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก โดยปี 2568 ที่ผ่านมามีการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 2 รอบ โดยเฉพาะจังหวัดกรุงเทพฯ ระยอง และอีกหลายจังหวัด ซึ่งต้องยอมรับว่าการขึ้นค่าจ้างส่งผลต่อต้นทุนของผู้ประกอบการสูงขึ้น และก็คาดหวังว่าปี 2569 จะไม่ขยับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำไปมากกว่านี้
นอกจากนี้ คณะกรรมการค่าจ้างระดับจังหวัดซึ่งได้ผ่านความเห็นชอบในการขึ้นค่าแรง แต่ยังไม่ผ่านคณะกรรมการกลาง ซึ่งคาดว่าปีนี้อาจจะมีการพิจารณา
อย่างไรก็ดี ในเรื่องการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ ต้องการให้รัฐบาลใหม่หรือพรรคการเมืองอย่าใช้ค่าแรงเป็นนโยบายหาเสียงได้หรือไม่ เพราะจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมภายในประเทศไปสู่ทางตัน แข่งขันกับคู่แข่งไม่ได้ อีกทั้งยังเป็นต้นทุนสำคัญในการแข่งขัน ไม่ได้ไม่ให้ขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ แต่ต้องการให้เป็นไปตามกลไกที่ถูกต้อง เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบในระยะยาวของผู้ประกอบการ และอุตสาหกรรมไทย
นอกจากนี้ยังต้องการให้รัฐบาลเข้ามาดูแลเรื่องของสาธารณูปโภคให้กับประชาชนเพราะประชาชนต้องแบกรับภาระที่สูง ค่าใช้จ่ายคงเหลือก็ไม่เพียงพอใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ต้องการให้เข้ามาดูแล เพื่อให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
ปัญหาดิน-น้ำ ควรแก้ไขถาวร
ดร.องอาจ กิตติคุณชัย นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป และในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) และประธานกรรมการบริหารของบริษัท ซันสวีท จำกัด (มหาชน) (SUN) ผู้ผลิตข้าวโพดหวานตรา “KC” กล่าวว่า การส่งออกในกลุ่มสินค้าอาหารสำเร็จรูป สิ่งที่น่าเป็นห่วงมากในปีนี้ คือ เรื่องของค่าเงินบาท ที่จะมีผลต่อการแข่งขันสินค้าไทย ขณะที่ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์กลับเป็นเรื่องที่ไม่น่ากังวล เพราะจากปัญหานี้ทำให้หลายประเทศให้ความสำคัญในเรื่องของความมั่นคงทางด้านอาหาร ความต้องการสินค้าจึงเป็นสินค้าที่มีการขยายตัวและส่งออกโตขึ้น
“ยังมีปัจจัยที่น่าสนใจต้องติดตาม เรื่องของปัญหาภัยแล้งที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ซึ่งจะมีผลกระทบต่อผลผลิตสินค้าที่ต้องเฝ้าระวัง เพราะมีผลกระทบต่อผลผลิตและราคา นอกจากนี้ ตลาดส่งออกที่น่าสนใจในการขยายตลาด อินเดีย เป็นหนึ่งเป้าหมายในการขยายตลาดออกไป และก็คาดหวังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดูแลค่าเงินบาทให้ไทยยังแข่งขันในตลาดได้ไม่ใช่เงินบาทแข็งค่ากว่าภูมิภาค”
นอกจากนี้ก็ยังมีเรื่องของดิน น้ำ เป็นเรื่องที่ต้องดูแลเพราะมีผลต่อผลผลิตสินค้าเกษตรไทย ที่ปัจจุบันยังไม่ได้รับการแก้ไข ดังนั้นก็ฝากรัฐบาลใหม่ ในการเร่งแก้ไขเร่งด่วนในปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจัง เพื่อยังให้สินค้าเกษตร อาหารไทยมีมูลค่าเพิ่มและแข่งขันกับเพื่อนบ้าน คู่แข่งได้ นอกจากนี้ เรื่องค่าแรงก็ไม่ควรขึ้นแบบก้าวกระโดด พร้อมทั้งการดูแลเรื่องของการลดต้นทุนด้านพลังงานด้วย
รัฐไม่ควรแทรกแซงกลไกราคา
นายกรกฎ กิตติพล เลขาธิการสมาคมยางพาราไทย กล่าวว่า การส่งออกยางพาราของประเทศไทย แนวโน้มยังมีการเติบโต แต่ก็ยังมีปัญหาที่ยังเป็นอุปสรรคต่อการส่งออกอยู่บ้าง โดยเฉพาะปัจจัยภาษีสหรัฐ การชะลอตัวของเศรษฐกิจที่มีผลกระทบ และเรื่องของ EUDR (EU Deforestation Regulation) คือ กฎระเบียบของสหภาพยุโรปว่าด้วยผลิตภัณฑ์ที่ปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่า ซึ่งต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
อย่างไรก็ดี สิ่งที่ต้องการฝากให้กับรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามา คือ การไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกลไกราคายางพารา และสิ่งที่ต้องการจากภาครัฐ คือ การเข้ามาสนับสนุน ส่งเสริมการผลิตยางพาราเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น เพื่อให้มูลค่าสินค้าสูงขึ้น และเมื่อราคายางพาราตกต่ำ ก็ต้องการให้เข้ามาช่วยเหลือเกษตรกร โดยการประกันรายได้ เพื่อให้เกษตรกรยังคงมีรายได้ในการใช้จ่าย
ทั้งนี้ จากภาพรวมและความเห็นของภาคเอกชนจะเห็นว่า ต้องการให้รัฐบาลใหม่ที่เข้ามาบริหารประเทศ เข้าใจปัญหาที่จะเกิดขึ้น และต้องการให้รัฐบาลผลักดันโดยเฉพาะเรื่องของการแข่งขันส่งออกสินค้าไทย การดูแลค่าเงินบาท และการใช้นโยบายหาเสียงเรื่องของค่าแรงขั้นต่ำ เป็นสิ่งที่ไม่สมควรเพราะจะเป็นการบั่นทอนอุตสาหกรรมในประเทศไปสู่ทางตันได้