Skip to content

ผู้เชี่ยวชาญชี้ ถ้อยแถลง ‘มาร์ก คาร์นีย์’ ใน WEF2026 ประเมินโลกตรงไปตรงมา

22 ม.ค. 2569 | 13:09น.
ผู้เชี่ยวชาญชี้ ถ้อยแถลง ‘มาร์ก คาร์นีย์’ ใน WEF2026 ประเมินโลกตรงไปตรงมา

ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และอดีตเอกอัครราชทูตแคนาดาประจำสหประชาชาติ วิเคราะห์ถ้อยแถลงของนายกรัฐมนตรีแคนาดา ในที่ประชุมสภาเศรษฐกิจโลก 2026 ระบุ ยอมรับความเป็นจริงและประเมินสถานการณ์โลกอย่างตรงไปตรงมา

เดอะ การ์เดี้ยน (The Guardian) รายงานอ้างอิงกรณี มาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา กล่าวถ้อยแถลงในที่ประชุมสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum : WEF) เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2026 ตามเวลาท้องถิ่น เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ว่าประเมินสถานการณ์โลกอย่างตรงไปตรงมา

คาร์นีย์กล่าวถ้อยแถลงครอบคลุมหลายประเด็น และบางช่วงก็แสดงความอาลัยต่อระเบียบโลกที่สามารถคาดเดาได้ (Predictable Rules-Based Order) โดยระบุถึงโลกที่บรรทัดฐานระหว่างประเทศแตกแยก พร้อมเตือนว่าการอ่อนข้อจะไม่สามารถซื้อความปลอดภัยได้

“ระเบียบโลกแบบเก่าจะไม่กลับมา และเราไม่ควรเสียใจกับมัน” คาร์นีย์กล่าว

นายกรัฐมนตรีแคนาดาเตือนว่า มหาอำนาจเริ่มใช้การบูรณาการทางเศรษฐกิจเป็นอาวุธ โดยใช้ภาษีศุลกากรเป็นเครื่องมือต่อรอง ใช้โครงสร้างพื้นฐานทางการเงินเป็นเครื่องมือบีบบังคับ และใช้ห่วงโซ่อุปทานเป็นจุดอ่อนเพื่อใช้ประโยชน์ คำกล่าวของคาร์นีย์ต่อหน้าบรรดานักการเมือง สื่อมวลชน และผู้นำทางธุรกิจในดาวอสได้รับเสียงปรบมือดังกึกก้อง

แม้ไม่ได้กล่าวอ้างถึงสหรัฐโดยตรง แต่ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ขู่จะเรียกเก็บภาษีจากประเทศยุโรปที่ต่อต้านความพยายามยึดครองกรีนแลนด์

แจ็ก คันนิงแฮม ศาสตราจารย์ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยโตรอนโต กล่าวว่า ผู้นำชาติตะวันตกอื่น ๆ ล้วนกล่าวถึงการกระทำที่เป็นอันตรายของทรัมป์ ซึ่งออกห่างจากบรรทัดฐานเดิม แต่ท้ายที่สุดผู้นำเหล่านั้นก็จะกลับมาถกเถียงถึงความเป็นไปได้ที่จะประนีประนอมหรือทำให้ทรัมป์สงบลง ขณะที่คาร์นีย์กล่าวอย่างเปิดเผยว่า นั่นเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง

ผู้นำตระหนักมากขึ้นเรื่อย ๆ ว่าจะไม่สามารถจัดการทรัมป์ได้ ตลอดช่วงเวลาที่เหลืออยู่ในวาระการดำรงตำแหน่ง อีกทั้งกำลังเผชิญหน้ากับความจริงว่า ระเบียบโลกระหว่างประเทศ ซึ่งสหรัฐเคยช่วยสร้างขึ้นมา กำลังพังทลายลงแล้วคันนิงแฮมกล่าว พร้อมระบุว่า คาร์นีย์เป็นผู้นำสำคัญในซีกโลกตะวันตกคนแรกที่ยอมรับความเป็นจริงนี้

คาร์นีย์ระบุว่า ประเทศระดับกลางต้องร่วมมือกัน เพราะถ้าคุณไม่นั่งบนโต๊ะ คุณก็จะเป็นอาหาร ประเทศมหาอำนาจสามารถดำเนินการได้ด้วยตัวคนเดียว โดยมีทั้งตลาด ศักยภาพทางทหาร และอำนาจต่อรอง ซึ่งประเทศขนาดกลางไม่มี

นอกจากนี้ ยังระบุว่าจะดำเนินนโยบายอำนาจที่ไม่ยึดติดกับรูปทรงเดิม (Variable Geometry) ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสร้างพันธมิตรที่ยืดหยุ่นได้จากประเด็นที่แตกต่างกัน โดยอิงจากค่านิยมและผลประโยชน์

วิธีการดังกล่าว ดูจะแตกต่างจากแนวคิดแบบรูปธรรมที่คาร์นีย์สนับสนุนมาอย่างยาวนาน แต่บ็อบ เรย์ อดีตเอกอัครราชทูตแคนาดาประจำสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กล่าวว่า ประเทศต่าง ๆ ที่ควรจะค้ำจุนแนวทางนั้นต่างหากที่ล้มเหลวในการทำหน้าที่ มหาอำนาจ อาทิ รัสเซียและสหรัฐตัดสินใจที่จะใช้อำนาจกฎหมายในมือมากกว่า

ต้องยอมรับว่าในโลกแห่งความเป็นจริง มีหลายประเทศที่กำลังละเมิดกฎเกณฑ์ทั้งหมด และเรียกร้องให้ประเทศอื่น ๆ ละเมิดกฎเกณฑ์เหล่านั้นด้วยเรย์ ซึ่งเห็นถึงความผันผวนและความไม่แน่นอนด้านนโยบายต่างประเทศของสหรัฐในยูเอ็นกล่าว

ถ้อยแถลงของคาร์นีย์นั้นตรงไปตรงมา ทั้งในการประเมินสถานการณ์และการเรียกคะแนนเสียงจากชาติพันธมิตรในทางที่ดีเรย์ระบุ