เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

เปิด 7 เทรนด์กินดื่มชาว แคนาดา ปี 2569 อาหารสุขภาพ-เครื่องดื่ม-ความงามพุ่ง

16 มี.ค. 2569 | 15:01น.

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ สำรวจแนวโน้มการบริโภคอาหารและเครื่องดื่มของชาวแคนาดาในปี 69 พบ 7 เทรนด์สำคัญ นิยมใช้ AI ช่วยซื้อ คนตามซื้อสินค้าจากอินฟลูเอนเซอร์ อาหารคือยาเลิกกินสารอาหารตัวเดียว ตั้งข้อสงสัยเรื่องอาหารแปรรูปขั้นสูง เบื่อความสมบูรณ์แบบที่ปลอม
เน้นกินสารอาหารช่วยดูดี แนะผู้ส่งออกศึกษา นำปรับใช้ในการขายสินค้าไทย ชี้อาหาร-ขนมปรุงแต่งน้อย เครื่องดื่มให้คุณค่าด้านความงาม มีโอกาสขายสูง

นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมได้มอบนโยบายให้ทูตพาณิชย์ที่ประจำอยู่ในประเทศต่าง ๆ ทำการสำรวจลู่ทางการค้า และโอกาสการส่งออกสินค้าไทยไปยังประเทศที่ประจำอยู่ ตามนโยบายกระทรวงพาณิชย์ ล่าสุดได้รับรายงานจากนางสาววิวรรณ ศรีรับสุข ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) ณ นครโตรอนโต ประเทศแคนาดา ถึงการสำรวจแนวโน้มผู้บริโภคในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มของแคนาดาในปี 2569 และโอกาสในการส่งออกสินค้าของไทย เพื่อป้อนความต้องการที่เพิ่มขึ้น

โดยทูตพาณิชย์ได้รายงานข้อมูลว่า ปัจจุบันผู้บริโภคมีพฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยเริ่มต่อต้านความสมบูรณ์แบบที่ปรุงแต่งขึ้น และหันไปหาแบรนด์ที่มีความจริงใจเป็นธรรมชาติ และเน้นการเชื่อมต่อระหว่างมนุษย์มากกว่าการใช้ AI หรืออัลกอริทึมเพียงอย่างเดียว ทำให้อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มต้องปรับตัวตามให้ทัน แบรนด์ต้องพัฒนาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไป

สำหรับเทรนด์การบริโภคที่กำลังมีแนวโน้มสำคัญ 7 รูปแบบ คือ

1.การผงาดของนักช้อปบอทที่ตัดสินใจซื้อของแทนเราได้ เพราะผู้บริโภคในปัจจุบันมีเวลาน้อยลงและหันไปพึ่งพา AI เพื่อความสะดวก แทนการค้นหาและวางแผนแบบเดิม ทำให้บทบาทของ AI กลายเป็นตัวกลางสำคัญระหว่างแบรนด์ธุรกิจ และผู้บริโภคอนาคตของการตลาดอาหารจึงเปลี่ยจาก B2B/B2C เป็น A2B/A2C ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้อาจเป็นการพลิกโฉมค้าปลีกครั้งใหญ่ ผู้บริโภคจำนวนมากเริ่มค้นพบอาหารใหม่ ๆ
ผ่านโซเชียลมีเดีย Influencer และแพลตฟอร์มที่ขับเคลื่อนด้วย AI แทนช่องทางดั้งเดิม ทำให้แบรนด์จำเป็นต้องปรับจากการทำ SEO (Search Engine Optimization ไปสู่ Generative Engine Optimization(GEO) เพื่อให้ข้อมูลของแบรนด์สามารถเข้าถึงและถูกแนะนำโดย AI ได้ มิฉะนั้นอาจสูญเสียการเข้าถึงในโลกการค้นหายุคใหม่

2.ก้าวเข้าสู่ยุคแบรนด์แพลตฟอร์มของคนดัง เนื่องจากผู้บริโภคยุค Gen Z และ Millennials ให้ความสำคัญกับความจริงใจและความโปร่งใส ชอบลองเทรนด์อาหารจากโซเชียลมีเดีย ทำให้การตลาดแบบเดิม ๆ ของแบรนด์เก่าที่เน้น Mass Marketing โดยจ้างคนดังมาถือสินค้าและหาที่วางบนชั้นวางขายในชั้นวางซุปเปอร์มาร์เก็ตไม่ได้ผลอีกต่อไป แบรนด์ยุคใหม่เป็นแบรนด์ที่ใช้ Celebrity Platform เป็นการใช้ฐานแฟนคลับสร้างสินค้าโดยใช้ชื่อเสียงเป็นไมโครโฟนแทนการทุ่มงบโฆษณามหาศาลและใช้การทดสอบไอเดียในการพัฒนาสินค้าใหม่ ๆ ผ่านช่องทาง Direct-to-Consumer (D2C) และโซเชียลมีเดีย ทำให้สามารถปล่อยสินค้าใหม่ได้ภายในไม่กี่เดือนซึ่งรวดเร็วกว่าแบรนด์เก่ามาก

3.อาหารคือยารักษาความเหงา โดยปัจจุบันท่ามกลางยุคสมัยที่ AI และเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญ มนุษย์ใช้ชีวิตแบบไร้การสัมผัส สั่งอาหารเดลิเวอรี ดูความบันเทิงผ่านหน้าจอ ออกกำลังกาย และแม้กระทั่งทำงานจากบ้าน เป็นการใช้เวลาอยู่คนเดียวมากขึ้นโดยไม่มีปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์คนอื่นและเข้าสังคมน้อยลง แต่จริง ๆ แล้วความสัมพันธ์ทางสังคมมีความสำคัญต่อการมีอายุที่ยืนยาวไม่แพ้อาหารและการออกกำลังกาย ทางออกของวิกฤตการณ์ความเหงาในปัจจุบันนั้นขึ้นอยู่กับการกระทำที่เป็นความสัมพันธ์ระดับย่อย ซึ่งก็คือการปฏิสัมพันธ์สั้น ๆ แต่มีความหมาย ซึ่งเมื่อสะสมรวมกันจะสร้างสุขภาวะที่ดีทางสังคม ทำให้บทบาทของอาหารไม่ใช่แค่โภชนาการ อาหารทำหน้าที่เป็นสื่อกลางสร้างความสัมพันธ์ของมนุษย์มาโดยตลอด โอกาสท่ามกลางวิกฤตความเหงาในยุค AI ผู้บริโภคโหยหาความอบอุ่นและความจริงใจ แบรนด์ที่จะอยู่รอดในอนาคตต้องเปลี่ยนบทบาทจากผู้ขายอาหาร มาเป็นผู้สร้างพื้นที่ทางสังคม ที่ช่วยให้ผู้คนได้มีปฏิสัมพันธ์กันจริงในรูปแบบที่ AI เลียนแบบไม่ได้

4.จุดอิ่มตัวของการอัดสารอาหารตัวเดียว หันมาให้ความสำคัญกับการกินที่เน้นความสมดุล โดยผู้บริโภคในปี 2026 จะเลิกยึดติดกับการอัดสารอาหารตัวใดตัวหนึ่งให้มากที่สุด เช่น โปรตีนอย่างเดียว หรือไฟเบอร์อย่างเดียว แต่จะหันมาให้ความสำคัญกับความสมดุลของสารอาหาร โดยมองว่าสารอาหารทำงานร่วมกันเพื่อสุขภาพที่ยั่งยืนและการมีอายุยืนยาว

5.การจุดชนวนความสงสัย การแบ่งขั้วและการลากเอาเรื่องอาหารไปเป็นประเด็นทางการเมืองในปัจจุบัน ทำให้ระบบอาหารโลกกำลังกลายเป็นสมรภูมิทางวัฒนธรรมและการเมืองที่รุนแรง โดยมีอาหารแปรรูปสูง (Ultra-processed foods) เป็นศูนย์กลางของความขัดแย้ง ขบวนการเคลื่อนไหวอย่าง Make America Healthy Again (MAHA) ได้สะท้อนให้เห็นถึงวิกฤตศรัทธาที่ผู้บริโภคมีต่อทั้งอุตสาหกรรมอาหารและหน่วยงานรัฐที่กำกับดูแล โดยผลสำรวจพบว่าความเชื่อมั่นลดลงอย่างน่าตกใจ ปัญหาสำคัญอยู่ที่ความคลุมเครือของการนิยามคำว่า แปรรูปสูง ผ่านระบบ NOVA (ระบบการจำแนกประเภทอาหารตามระดับการแปรรูป) ซึ่งเหมารวมอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการอย่างเต้าหู้หรือโยเกิร์ตเข้ากับอาหารขยะ เพียงเพราะผ่านกระบวนการทางอุตสาหกรรม ส่งผลให้เกิดความสับสนและเหมารวมการแปรรูปทุกรูปแบบว่าเป็นอันตรายโดยละเลยหลักฐานทางวิทยาศาสตร์

6.คนเริ่มเบื่อความสมบูรณ์แบบที่ดูปลอม และหันมาชอบอะไรที่ดูเรียลและจริงใจมากขึ้น โดยในปัจจุบันและอนาคตอันใกล้ ผู้บริโภคกำลังเริ่มหันหลังให้กับความสมบูรณ์แบบที่สังเคราะห์ขึ้น และหันไปให้คุณค่ากับผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนถึงความไม่สมบูรณ์แบบแต่มีความเป็นมนุษย์ โดยมองว่าร่องรอยความผิดพลาดหรือความไม่สม่ำเสมอในงานฝีมือคือสัญลักษณ์ของจิตวิญญาณและงานศิลปะที่แท้จริง กระแสนี้เห็นได้ชัดจากการที่คนรุ่นใหม่โดยเฉพาะ Gen Z เลิกใช้ฟิลเตอร์ที่แต่งรูปจนเกินจริงในโซเชียลมีเดีย และหันไปหาเนื้อหาที่ดิบและจริงใจ ซึ่งสร้างความผูกพันทางอารมณ์ได้มากกว่าความสวยงามที่สร้างโดย AI กระแสดังกล่าวได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่ออุตสาหกรรมอาหาร โดยผู้บริโภคเริ่มปฏิเสธ อาหารแปรรูปสูงที่พยายามปรุงแต่งให้เหมือนธรรมชาติแต่ผ่านกระบวนการที่ซับซ้อน เช่น เนื้อจากพืช และกลับไปหาอาหารแบบดั้งเดิมที่เรียบง่ายและเป็นของจริง เช่น นมวัวและเนื้อสัตว์จากธรรมชาติ

7.ยิ่งกินดี ยิ่งดูดี นิยามใหม่ของความงาม เริ่มต้นด้วยสารอาหาร โดยนิยามของความงามกำลังถูกเปลี่ยนผ่านจากการเสริมแต่งภายนอกไปสู่การดูแลจากภายใน โดยผู้บริโภคเริ่มตระหนักถึงความเชื่อมโยงระหว่างลำไส้และผิวพรรณ และมองว่าผิวหนัง คือ อวัยวะที่สะท้อนสุขภาพภายในมากกว่าแค่เรื่องความสวยงาม ส่งผลให้พรมแดนระหว่างอาหาร ยา และเครื่องสำอางหลอมรวมเข้าด้วยกัน ผู้คนเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับสิ่งที่รับประทานเข้าไปพอ ๆ กับสิ่งที่ทาลงบนผิว เนื่องจากเข้าใจว่าสารอาหารที่ได้จากอาหารจริง มีประสิทธิภาพในการดูดซึมและแก้ปัญหาที่ต้นเหตุได้ดีกว่าการใช้สารเคมีบำรุงเพียงภายนอก และยังเกิดปรากฏการณ์การเปลี่ยนผ่านจากอาหารเสริมสู่เครื่องดื่มฟังก์ชัน

โดยผู้บริโภครุ่นใหม่อย่าง Gen Z และ Millennials เริ่มเบื่อหน่ายกับการรับประทานวิตามินแบบเม็ดและหันไปหาเครื่องดื่มหรือขนมที่ให้คุณประโยชน์ด้านความงามที่มีรสชาติดีและสะดวกสบายมากกว่า แนวโน้มนี้ทำให้แบรนด์ความงามต้องหันมาแข่งกับผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มในการผลิตสินค้าที่มีส่วนผสมของ เช่น วิตามินซี สังกะสี หรือส่วนประกอบที่ช่วยเรื่องการนอนหลับและการย่อยอาหาร เพื่อตอบโจทย์การดูแลตัวเองแบบครบสูตรที่เชื่อว่าการมีสุขภาพดีคือรากฐานของความสวยที่แท้จริง

“จากแนวโน้มที่ผู้บริโภคในแคนาดาให้ความสำคัญดังกล่าว เปิดโอกาสทางธุรกิจที่น่าสนใจในหลายด้าน โดยเฉพาะในตลาดผลิตภัณฑ์อาหารและขนมทานเล่นที่ปรุงแต่งน้อย แต่มีประโยชน์ และในกลุ่มขนมทานเล่น เครื่องดื่มที่ให้คุณประโยชน์ด้านความงาม จึงเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทยในการขยายธุรกิจและเพิ่มการส่งออกในกลุ่มสินค้าดังกล่าวเข้าสู่ตลาดแคนดาดา”นางสาวสุนันทากล่าว

สำหรับผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ โทร. 1169 หรือเว็บไซต์ www.ditp.go.th และติดตามโอกาสทางการค้าระหว่างประเทศผ่านแพลตฟอร์ม THAITRADE.COM คิดจะส่งออก คิดถึง DITP