เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

พาณิชย์ ดันเกษตรแปรรูปมูลค่าสูง ลุย 4 กลยุทธ์รุกตลาดโลก

15 มิ.ย. 2569 | 10:23น.

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศลุยโคราช ดันสินค้าเกษตรแปรรูปมูลค่าสูง-เกษตรนวัตกรรม ชู Khao Yai Vanilla และ GranMonte เป็นโมเดลต่อยอดวัตถุดิบท้องถิ่นสู่สินค้าพรีเมียม พร้อมเดินหน้า 4 กลยุทธ์ พรีเมียม-ยั่งยืน-ตลาดศักยภาพ-AgriTech หลังส่งออกสินค้าเกษตรแปรรูปไทย 4 เดือนแรกปี 2569 โต 6.50% มูลค่า 5,229.46 ล้านดอลลาร์

นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ นำคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่กรมฯ และสื่อมวลชน ลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ระหว่างวันที่ 13-14 มิถุนายน 2569 ณ GranMonte Vineyard & Winery และ Khao Yai Vanilla อำเภอปากช่อง เพื่อติดตามศักยภาพและความพร้อมของผู้ประกอบการสินค้าเกษตรแปรรูปมูลค่าเพิ่ม

การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนทิศทางการพัฒนาภาคเกษตรไทย จากการส่งออกสินค้าเกษตรขั้นต้น ไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านการแปรรูป นวัตกรรม เทคโนโลยี การสร้างแบรนด์ และการพัฒนาอัตลักษณ์สินค้า เพื่อรองรับตลาดพรีเมียมและตลาดส่งออก

นางสาวสุนันทา กล่าวว่า ปัจจุบันแนวโน้มตลาดโลกเปลี่ยนจากการให้ความสำคัญกับปริมาณการผลิต ไปสู่คุณภาพ มาตรฐาน ความยั่งยืน เทคโนโลยี และเรื่องราวของสินค้า หรือ Story of Origin มากขึ้น ผู้บริโภคทั่วโลกให้ความสำคัญกับสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่มีเอกลักษณ์ มีแหล่งที่มาชัดเจน และสะท้อนอัตลักษณ์ของพื้นที่

แนวโน้มดังกล่าวถือเป็นโอกาสสำคัญของสินค้าเกษตรแปรรูปไทยในการสร้างมูลค่าเพิ่ม และขยายตลาดส่งออก โดยเฉพาะสินค้าเกษตรที่สามารถเชื่อมโยงกับวัตถุดิบท้องถิ่น คุณภาพการผลิต และการเล่าเรื่องแบรนด์ได้อย่างชัดเจน

จังหวัดนครราชสีมาเป็นหนึ่งในฐานการผลิตสินค้าเกษตรและอาหารสำคัญของประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่ปากช่องและเขาใหญ่ ซึ่งมีความพร้อมทั้งด้านวัตถุดิบ คุณภาพการผลิต และผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่สามารถต่อยอดผลผลิตทางการเกษตรสู่สินค้าเกษตรนวัตกรรมได้อย่างมีศักยภาพ

ตัวอย่างที่โดดเด่นคือ Khao Yai Vanilla ผู้พัฒนาฝักวานิลลาคุณภาพสูงผ่านกระบวนการบ่ม หรือ Vanilla Curing Process จนกลายเป็นวัตถุดิบพรีเมียมสำหรับอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม เบเกอรี และผลิตภัณฑ์สุขภาพ

Khao Yai Vanilla ยังต่อยอดสู่สินค้าแปรรูปมูลค่าเพิ่ม เช่น น้ำตาลวานิลลา น้ำผึ้งวานิลลา และผงวานิลลา โดยมีแผนส่งออกมากกว่า 50% ของกำลังการผลิตทั้งหมดในช่วงปี 2570-2580 มุ่งเจาะตลาดสำคัญ ได้แก่ ฝรั่งเศส ซึ่งเป็นตลาดวานิลลาคุณภาพสูง และเกาหลีใต้ที่มีความต้องการสารสกัดวานิลลาสำหรับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องสำอางเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ขณะที่ GranMonte Vineyard & Winery นำองุ่นสดจากแหล่งเพาะปลูกในเขาใหญ่มาพัฒนาเป็นไวน์ น้ำองุ่น และผลิตภัณฑ์แปรรูปมูลค่าเพิ่มหลากหลายประเภท ปัจจุบันส่งออกไปยังสิงคโปร์ ไต้หวัน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ รวมถึงประเทศในยุโรป อาทิ ฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ และเยอรมนี

นอกจากนี้ GranMonte ยังได้รับรางวัลระดับนานาชาติด้านไวน์อย่างต่อเนื่อง และมีส่วนร่วมในการนำเสนอศักยภาพสินค้าอาหารและเครื่องดื่มของไทยในเวทีสำคัญระดับโลก เช่น การประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก หรือ APEC และการร่วมออกงาน THAIFEX-ANUGA ASIA 2026

“ทั้ง Khao Yai Vanilla และ GranMonte เป็นตัวอย่างความสำเร็จของผู้ประกอบการไทยที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัตถุดิบท้องถิ่นผ่านนวัตกรรม การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การสร้างแบรนด์ และการเชื่อมโยงกับภาคการท่องเที่ยว จนกลายเป็นสินค้าพรีเมียมที่ได้รับการยอมรับในตลาดทั้งในและต่างประเทศ” นางสาวสุนันทากล่าว

นางสาวสุนันทากล่าวว่า จังหวัดนครราชสีมายังมีสินค้าเกษตรและอาหารแปรรูปที่น่าสนใจและมีศักยภาพอีกจำนวนมาก อาทิ ข้าวหอมมะลิทุ่งสัมฤทธิ์ ข้าวระยะเม่า แยมผลไม้เพื่อสุขภาพ หมี่โคราชพร้อมรับประทาน เห็ดเข็มทองอบกรอบ ต้มยำกุ้งกรอบ น้ำพริกแซลมอน น้ำพริกเห็ดหอม ซอสและเครื่องปรุงรส นมอัดเม็ดออร์แกนิก และผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปจากไข่ผำ

กรมฯ จะร่วมมือกับพาณิชย์จังหวัดนครราชสีมา ในการช่วยยกระดับสินค้าเหล่านี้ และหาช่องทางตลาดให้สินค้าไทยต่อไป

สำหรับปี 2569 DITP กำหนด 4 กลยุทธ์หลักในการผลักดันสินค้าเกษตรแปรรูปไทยสู่ตลาดโลก ได้แก่ 1. การยกระดับสินค้าเกษตรสู่ผลิตภัณฑ์พรีเมียม 2. การส่งเสริมเกษตรยั่งยืน มาตรฐานสิ่งแวดล้อม และระบบตรวจสอบย้อนกลับ 3. การรุกตลาดส่งออกศักยภาพสูง และ 4. การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AgriTech เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เพิ่มผลผลิต และบริหารความเสี่ยงตลอดห่วงโซ่อุปทาน

นอกจากนี้ DITP ยังเดินหน้าสนับสนุนผู้ประกอบการต่อเนื่อง ผ่านการพัฒนาศักยภาพด้านการตลาดและการส่งออก การสร้างแบรนด์ การออกแบบบรรจุภัณฑ์ การนำนวัตกรรมมาสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้า และการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติ

งานสำคัญที่ DITP ใช้เป็นช่องทางผลักดันผู้ประกอบการไทย ได้แก่ THAIFEX-ANUGA ASIA, ANUGA ประเทศเยอรมนี, SIAL ประเทศฝรั่งเศส, Gulfood สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และ FOODEX Japan ประเทศญี่ปุ่น รวมถึงการใช้เครือข่ายสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ หรือ สคต. เชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยกับคู่ค้าทั่วโลก ติดตามแนวโน้มตลาด และขยายโอกาสทางการค้าในตลาดใหม่

สำหรับตลาดส่งออกสำคัญของสินค้าเกษตรแปรรูปไทย ได้แก่ สหรัฐอเมริกา จีน อินเดีย ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย โดยเฉพาะตลาดอินเดียที่ขยายตัวสูงถึง 156.72% ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 ขณะที่ตลาดศักยภาพในอนาคตยังครอบคลุมกลุ่มประเทศอาเซียน ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ซึ่ง DITP อยู่ระหว่างเร่งขยายโอกาสทางการค้าเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ระบุว่า ปี 2568 ไทยมีมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรแปรรูป 14,997.79 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 492,285.01 ล้านบาท ขยายตัว 8.79% จากปีก่อนหน้า

ขณะที่ช่วงเดือนมกราคม-เมษายน 2569 ไทยส่งออกสินค้าเกษตรแปรรูปมูลค่า 5,229.46 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 163,854.56 ล้านบาท ขยายตัว 6.50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนศักยภาพและความต้องการสินค้าเกษตรแปรรูปไทยที่ยังเติบโตต่อเนื่องในตลาดโลก และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ภาคเกษตรและเศรษฐกิจไทยในระยะยาว