Skip to content

NT ปี’68 กำไร 1.9 พันล้าน ลุ้นจ่ายโบนัสพนักงาน

28 ม.ค. 2569 | 13:31น.
NT ปี’68 กำไร 1.9 พันล้าน ลุ้นจ่ายโบนัสพนักงาน

NT เผยกำไร 1.9 พันล้าน เตรียมจ่ายโบนัส ส่วนอีกสองปีหืดจับ ตั้งเป้าขาดทุนต่อเนื่อง 6 พันล้าน หลังจากสัมปทานหมด พร้อมเปิดแผนธุรกิจปี 2569 เดินหน้าพัฒนาธุรกิจใหม่รองรับภาครัฐเปลี่ยนผ่านดิจิทัล ดัน Infrastructure Sharing ลดต้นทุนภาพรวมประเทศ  

พันเอก สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT เปิดเผยว่า ผลประกอบการปี 2568 ที่ผ่านมา NT มีตัวเลขผลประกอบการที่ดีกว่าแผนธุรกิจ โดยทำรายได้รวม 55,000 กว่าล้านบาท กำไรสุทธิ 1,900 ล้านบาท ซึ่งรายได้หลักมาจากกลุ่มธุรกิจสื่อสารไร้สาย กลุ่มโทรศัพท์ประจำที่และบรอดแบนด์ กลุ่มธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน และกลุ่มธุรกิจดิจิทัล

NT ระบุว่า นอกจากรายได้หลักแล้ว ผลกำไรยังมาจากการปรับโครงสร้างงานที่เพิ่มประสิทธิภาพบริหารงานภายใน การใช้สินทรัพย์อย่างมีประสิทธิภาพคุ้มค่า และการจัดการต้นทุนที่เน้นลดรายจ่าย 

ผลกำไร 1.9 พันล้านบาท อาจนำไปสู่การเคาะจ่ายโบนัสพนักงาน แต่ยังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการดังกล่าวยังอยู่ในช่วงที่สัมปทานคลื่น 850, 2100 และ 2300 MHz ที่ยังเหลือเวลาอีก 8 เดือนแรกของปี 2568 ซึ่งปัจจุบันอายุสัมปทานหมดลงแล้ว ทำให้รายได้ที่จะเกิดในปี 2569 นี้ ขาดหายไปนับหมื่นล้านจากพันธมิตรค่ายมือถือ AIS-True ที่หันไปประมูลคลื่นมาใช้เอง ไม่ต้องเช่าแล้ว

ดังนั้นในช่วง 2 ปีหลังจากนี้ NT จะเผชิญภาวะ “ขาดทุน” ต่อเนื่อง โดยเฉพาะในปี 2569 นี้ คาดว่าจะขาดทุนราว 5-6 พันล้านบาท 

แผนพลิกขาดทุน 

พันเอก สรรพชัยย์ เปิดเผยทิศทางอนาคตของ NT โดยการดำเนินงานปี 2569 ของ NT ในฐานะองค์กรภาครัฐที่สนับสนุนการพัฒนาประเทศด้วยเทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคมในทุกมิติ เน้นการผลักดันกลุ่มธุรกิจดิจิทัล และธุรกิจนวัตกรรมเทคโนโลยี พร้อมขยายบริการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศสอดคล้องนโยบายยุทธศาสตร์ด้านดิจิทัลของรัฐบาล โดยทิศทางธุรกิจปี 2569 ผลักดันกลุ่มธุรกิจดิจิทัล กลุ่มธุรกิจใหม่ และโครงสร้างพื้นฐาน 

กลุ่มธุรกิจดิจิทัลตั้งเป้าโตรับดีมานด์ภาครัฐ  

NT คาดหวังกลุ่มธุรกิจดิจิทัลขยายตัวต่อเนื่องจากปี 2568 ที่มีสัดส่วนการเติบโตหลักจากบริการคลาวด์ 

ดาต้าเซ็นเตอร์ และดิจิทัลโซลูชั่น โดยเฉพาะภายใต้โครงการคลาวด์กลางภาครัฐ GDCC ซึ่งผลงานต่อเนื่องตลอดปี ได้แก่

  • คลาวด์กลางภาครัฐ GDCC (Government Data Center and Cloud) รวมศูนย์ข้อมูลหน่วยงานภาครัฐทุกหน่วยเข้ามาใช้งานร่วมกันบนคลาวด์กลาง โดยพัฒนาต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2565-2568 ปัจจุบันให้บริการจำนวน 62,748 VM รองรับการใช้งาน 1,202 หน่วยงาน 3,896 ระบบงาน ประหยัดงบประมาณรัฐแล้วกว่า 5,000 ล้านบาท
  • การพัฒนาคลาวด์กลาง GDCC Open Data จากนโยบาย Cloud First ซึ่งเปิดให้บริการในปีที่ผ่านมาได้ให้บริการภาครัฐแล้วจำนวน 23,155 VM รองรับการพัฒนาระบบและโครงการสำคัญของภาครัฐ อาทิ โครงการรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย โครงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสนับสนุนภารกิจด้านการแพทย์ฉุกเฉิน การจัดทำเว็บไซต์โรงพยาบาลต่าง ๆ ระบบแพลตฟอร์มการชำระเงิน (Payment Platform) ระบบการศึกษาวิจัยและพัฒนานวัตกรรม ฯลฯ
  • การขยายบริการโซลูชั่น e-Office ภายใต้คลาวด์กลาง GDCC โดยเป็นระบบบริหารจัดการสำนักงานรูปแบบ e-Document / Paperless ที่พัฒนาประสิทธิภาพการบริหารราชการเป็นระบบดิจิทัลครอบคลุมหน่วยงานรัฐในทุกระดับ ทั้งส่วนกลางและส่วนท้องถิ่นซึ่งเป็นการสร้างรากฐานสำคัญของรัฐบาลดิจิทัล ปัจจุบันมีลูกค้ากลุ่มองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ใช้บริการแล้ว 53.33% หรือจำนวน 4,152 หน่วยงาน จาก 7,842 หน่วยงาน โดยมีผู้ใช้งานกว่า 115,569 ยูสเซอร์ และลูกค้าองค์กรภาครัฐ จำนวน 110 หน่วยงาน โดยมีผู้ใช้งานกว่า 129,000 ยูสเซอร์

โอกาสธุรกิจใหม่ เปิดรับความร่วมมือพันธมิตรทุกเซ็กเตอร์

นอกจากการเปลี่ยนผ่านดิจิทัลของรัฐบาลและประเทศไทย หรือ Digital Transformation ยังคงเป็นวาระสำคัญของ NT ที่จะดำเนินการในปีนี้ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาอีโคซิสเต็มคลาวด์ที่ครบวงจรเพื่อรองรับนโยบาย Cloud First และการให้บริการภายใต้โครงการ GDCC อย่างต่อเนื่อง ทั้งรูปแบบซอฟต์แวร์ (SaaS) แพลตฟอร์ม (PaaS) และโครงสร้างพื้นฐาน (IaaS) โดยเพิ่มบริการด้านบิ๊กดาต้าและเอไอมากขึ้น

ขณะเดียวกันยังเป็นโอกาสผลักดัน NT สู่ธุรกิจใหม่ ซึ่ง NT ได้กำหนดแนวทางพัฒนาบริการที่มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีด้าน AI เข้ามามีบทบาทในการเสริมศักยภาพในการให้บริการมากขึ้น โดยพร้อมที่จะพิจารณาสรรหาพันธมิตรในธุรกิจด้านคลาวด์ ดาต้าเซ็นเตอร์ ไซเบอร์ซีเคียวริตี้ ไมโครเซอร์วิส ซิสเต็มอินทิเกรชั่น และโซลูชั่นด้านการเปลี่ยนผ่านรัฐบาลดิจิทัล เพื่อร่วมกันพัฒนาบริการให้มีประสิทธิภาพ สามารถตอบสนองความต้องการใช้บริการของทุกภาคส่วนได้อย่างยั่งยืน 

โดยใช้จุดแข็งด้านโครงสร้างพื้นฐาน ความเป็นหน่วยงานรัฐที่เชี่ยวชาญในธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมไทยอย่างยาวนาน มีลูกค้าภาครัฐเป็นหลัก และการส่งเสริมจากนโยบายรัฐที่สามารถเพิ่มโอกาสการแข่งขัน

ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานไทยรองรับอาเซียน

NT มุ่งเน้นการดำรงเสถียรภาพและความแข็งแกร่งด้านโครงสร้างพื้นฐานทางคมนาคมและดิจิทัล ให้สามารถสนับสนุนศักยภาพการพัฒนาประเทศและส่งเสริมให้เศรษฐกิจดิจิทัลเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยแนวทางสำคัญที่ NT เร่งขับเคลื่อนในปีนี้ ได้แก่

  • ปรับจุดยืนเน้นบทบาท Neutral Infrastructure Provider ขับเคลื่อนการควบรวมโครงสร้างพื้นฐานกลาง (Infrastructure Sharing) รองรับผู้ให้บริการโทรคมนาคมใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน ผ่านบริการ Single Last Mile ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการโครงการนำร่อง อาทิ โครงการเดินสายไฟเบอร์ทั่วประเทศ โครงการท่อร้อยสายใต้ดิน ฯลฯ การควบรวมโครงสร้างพื้นฐานกลางจะตอบโจทย์การใช้โครงสร้างพื้นฐานของประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยลดความซ้ำซ้อน ช่วยให้ประหยัดงบฯลงทุนในภาพรวมของประเทศ และส่งเสริมด้านภูมิทัศน์ของเมือง
  • พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมและดิจิทัลที่แข็งแกร่ง มั่นคง สนับสนุนไทยเป็นศูนย์กลางแลกเปลี่ยนข้อมูลของภูมิภาคอาเซียนตอนบน โดยปีที่ผ่านมาการเปิดระบบเคเบิลใต้น้ำเส้นใหม่ ADC ทำให้ NT มีระบบเคเบิลใต้น้ำรวมทั้งหมด 8 ระบบ ได้แก่ FLAG, SMW4, TIS, AAG, SJC, APG, AAE-1 และ ADC ทั้งนี้ ภาพรวมโครงข่ายเคเบิลใต้น้ำที่มีเส้นทางสำรองหลากหลาย (Diversity) เชื่อมโยงกับดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่และบริการระหว่างประเทศ นับเป็นศักยภาพของ NT ในการเชื่อมต่อครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ซึ่งเป็นปัจจัยรองรับความต้องการของผู้ให้บริการ OTT ระดับโลกที่จะมาลงทุนในประเทศไทย  

 นอกจากนี้ การร่วมเป็นพันธมิตรธุรกิจด้านบริการดาวเทียมวงโคจรต่ำกับ Eutelsat OneWeb ยังเป็นอีกหนึ่งโครงข่ายสื่อสารที่ขยายการเข้าถึงบริการดิจิทัล ลดความเหลื่อมล้ำ และสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย โดยเสริมการเชื่อมโยงระดับภูมิภาค ซึ่งเพิ่มศักยภาพประเทศไทยรองรับการเป็นศูนย์กลางอาเซียนได้อย่างมั่นคง ทั้งนี้ NT ยังได้มุ่งผลักดันการบริหารความสมดุลของโครงข่ายสื่อสารระหว่างประเทศ เพื่อให้ประเทศไทยมีเส้นทางเชื่อมข้อมูลออกสู่ต่างประเทศที่หลากหลาย (Balanced Traffic) ซึ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อภาพรวมเสถียรภาพและความมั่นคงด้านโทรคมนาคมของประเทศไทย