เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
โตโยต้า ช่วยลูกค้าน้ำท่วม ‘ซื้อคันใหม่’ ดาวน์ 0% ไม่ต้องมีคนค้ำ
Automotive โตโยต้า ช่วยลูกค้าน้ำท่วม ‘ซื้อคันใหม่’ ดาวน์ 0% ไม่ต้องมีคนค้ำ
“ศุภาลัย” เปิดทำเลใหม่สันกำแพง ชูบ้านหลังที่สอง หนุนอสังหาฯเชียงใหม่
Real Estate “ศุภาลัย” เปิดทำเลใหม่สันกำแพง ชูบ้านหลังที่สอง หนุนอสังหาฯเชียงใหม่
เปิดภารกิจ ผวจ.อุดรฯชวนนั่งรถไฟ “เที่ยวพืชสวนโลก-ตั้งกองทุนช่วยคนยากไร้”
เศรษฐกิจภูมิภาค เปิดภารกิจ ผวจ.อุดรฯชวนนั่งรถไฟ “เที่ยวพืชสวนโลก-ตั้งกองทุนช่วยคนยากไร้”
พิษท่วมลามหลัง โตโยต้า ปิดโรงงานชั่วคราว
Economic พิษท่วมลามหลัง โตโยต้า ปิดโรงงานชั่วคราว
กทม.ย้ำเลิกบึงคู้บอน-บางชัน ไม่คุ้มทุน งบบาน 1.1หมื่นล้าน ยันไม่เอื้อเอกชน ชี้แก้มลิงต้องครบ ปาก–แก้ม–คอ
Real Estate กทม.ย้ำเลิกบึงคู้บอน-บางชัน ไม่คุ้มทุน งบบาน 1.1หมื่นล้าน ยันไม่เอื้อเอกชน ชี้แก้มลิงต้องครบ ปาก–แก้ม–คอ
อ.ลลิตา ชวนคิด เหตุใดพม่าจึงเป็น “ศัตรูที่เป็น Comfort Zone ของไทย” ผ่าน Lecture Bar สุดคูล
Biz Movement อ.ลลิตา ชวนคิด เหตุใดพม่าจึงเป็น “ศัตรูที่เป็น Comfort Zone ของไทย” ผ่าน Lecture Bar สุดคูล
‘น้ำท่วม’ กระเทือนอุตฯยานยนต์ ค่ายรถ-ชิ้นส่วนหยุดผลิตจับตาวันต่อวัน
Automotive ‘น้ำท่วม’ กระเทือนอุตฯยานยนต์ ค่ายรถ-ชิ้นส่วนหยุดผลิตจับตาวันต่อวัน
“สวนสยาม”ถอดใจ จ่อปิดตำนาน 46 ปี ประกาศขาย 10,000 ล้าน
Real Estate “สวนสยาม”ถอดใจ จ่อปิดตำนาน 46 ปี ประกาศขาย 10,000 ล้าน
‘นักกีฬาไทย’ สร้างชื่อสถิติเอเชียนเกมส์ 2026
Sport ‘นักกีฬาไทย’ สร้างชื่อสถิติเอเชียนเกมส์ 2026
อินฟลูฯ เปิดครัวแจกพิซซ่าฟรี ‘นาทีนี้น้ำใจเท่านั้นที่จะช่วยให้ชีวิตอยากไปต่อ’
Biz Movement อินฟลูฯ เปิดครัวแจกพิซซ่าฟรี ‘นาทีนี้น้ำใจเท่านั้นที่จะช่วยให้ชีวิตอยากไปต่อ’
ดูทั้งหมด

กนง.หั่นดอกเบี้ยเหลือ 1% ช่วยพยุงเศรษฐกิจ-ซ่อมแซมงบดุล

25 ก.พ. 2569 | 18:12น.
ดอน นาครทรรพ

กนง.มองเศรษฐกิจปี 69 ขยายตัวได้บวกลบ 2% อานิสงส์ไตรมาส 4/68 โตเกินคาด จ่อปรับจีดีพีรอบเม.ย.นี้ ชี้ ลดดอกเบี้ย 0.25% เหลือ 1.00% ต่อปี เป็นการลดดอกเบี้ยแบบ Front Loading เพียงพอต่อภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ช่วยลดภาระหนี้-ซ่อมแซมงบดุลภาคครัวเรือน-ธุรกิจ เผยความเสี่ยงเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น คาดเลื่อนเข้ากรอบเป้าหมายครึ่งหลังของปี 70 หวังแบงก์ส่งผ่านนโยบายการเงินตามกลไกตลาด  

นายดอน นาครทรรพ เลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) กล่าวว่า คณะกรรมการมีมติ 4 ต่อ 2 เสียง ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% จาก 1.25% เหลือ 1.00% ต่อปี มองว่า เศรษฐกิจไทยเติบโตดีกว่า โดยตัวเลขเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 4/2568 ขยายตัว 2.5% ซึ่งการเติบโตมาจากปัจจัยชั่วคราว และเป็นการดึงดีมานด์ในอนาคตมาใช้

และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยยังเป็นลักษณะ K Shape ทำให้มีเซ็กเตอร์ขาบน-ขาล่าง และเซ็กเตอร์ดีและไม่ดี โดยเฉพาะธุรกิจเอสเอ็มอีที่ยังฟื้นตัวช้า และมองไปข้างหน้ารายได้แรงงานปรับลด จึงเป็นปัจจัยกดดัน โดยเฉพาะภาคการผลิต ซึ่งจะเป็นปัจจัยกดดดันการเติบโต

อย่างไรก็ดี ภาพรวมเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 1/2569 หากดูภาคการส่งออกถือว่าค่อนข้างดี มีโมเมนตัมต่อเนื่อง ซึ่งมีมุมมองบวกต่อเศรษฐกิจ และยังมีปัจจัย Upside จากมาตรการภาครัฐที่กำลังจะออกมา โดยคาดว่าจีดีพีปี 2569 น่าจะขยายตัวบวก,ลบ 2% จากประมาณการเดิมอยู่ที่ 1.5% ซึ่งต้องรอรอบปรับประมาณการตัวเลขอีกครั้งในเดือนเมษายนนี้ แต่ก็ยังคงต่ำกว่าศักยภาพที่ 2.7% พอสมควร และคงต้องใช้เวลาอีกพอสมควรกว่าถึงการเติบโตศักยภาพ

ทั้งนี้ หากดูการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายครั้งนี้ถือว่า “จบวัฎจักรดอกเบี้ยขาลง” หรือไม่นั้น มองว่า เพียงพอและสอดคล้องกับเศรษฐกิจในปัจจุบัน และถือว่า “จบวัฎจักรแล้ว” แต่หากมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น จึงจำเป็นต้องมีพื้นที่ในการดำเนินนโยบายการเงิน (Policy Space) รองรับไว้อยู่ที่ 0.50% เพื่อรองรับความผันผวน ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดในช่วงการระบาดของโควิด-19

ดังนั้น มองไปข้างหน้ายังมีปัจจัยเสี่ยงเรื่องของสงครามการค้า นโยบายภาษีสินค้านำเข้าสหรัฐฯ (Tariffs) และปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) จึงต้องมี Policy Space กั้นไว้อีกระดับหนึ่งกั้นไว้รองรับความผันผวนดังกล่าว

ขณะเดียวกัน การปรับลดดอกเบี้ยครั้งนี้ นอกจากการช่วยลดภาระหนี้ และธุรกิจและบริษัทอ่อนค่า (Zombie Firm) ให้สามารถอยู่นานขึ้น แต่ยังช่วยภาคธุรกิจ Transform สอดรับกับระเบียบโลกที่เปลี่ยนไป ทั้งนี้ เพื่อซ่อมแซ่มงบดุล (Balance Sheet) ของภาคครัวเรือน และภาคธุรกิจ ซึ่งจะช่วยหนุนภาพการลงทุนเอกชน และเสถียรภาพดีขึ้น

อย่างไรก็ดี ดอกเบี้ยต่ำอาจจะกระทบผู้ออม และส่วนใหญ่ผู้สูงอายุจะพึ่งพาการออม โดยเห็นสัญญาณการนำเงินฝากประจำไปลงทุนต่างประเทศ แต่สัญญาณการไหลยังไม่มากจนกระทบภาพรวม

ซึ่งหากดูระดับอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 1.00% ถือว่า ไทยอยู่ในระดับต่ำสุดในระดับ 3 ของโลก ทั้งตลาดเกิดใหม่ (EM) และประเทศพัฒนาแล้ว (non-EM) รวม 50 ประเทศ โดยรองจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และญี่ปุ่น ซึ่งคาดว่าอีกไม่นานไทยจะแซงญี่ปุ่น เพราะญี่ปุ่นอยู่ในช่วงดอกเบี้ยขาขึ้น ขณะเดียวกัน คณะกรรมการ มองว่า ดอกเบี้ย 1.00% ถือว่าต่ำมากแล้ว โดยไทยเคยลดดอกเบี้ยสูงสุดในช่วงน้ำท่วมสูงสุดที่ระดับ 0.50%

“การลดดอกเบี้ยครั้งนี้ ถือว่า เซอร์ไพรส์ในแง่ของจังหวะและเวลา (Timing) ซึ่งหากดูตลาดมองว่าครั้งนี้กนง.จะ คงดอกเบี้ย และไป ลดครั้งหน้า อย่างไรก็ดี เรามองว่าจะช่วยเศรษฐกิจไทยในช่วง 2-3 เดือนข้างหน้า ซึ่งลดก็ลดเลย เป็นการลดดอกเบี้ยล่วงหน้า Front Loading แม้ว่า ณ จุดนี้ ดอกเบี้ยลดลงเหลือ 1.00% สอดคล้องกับเศรษฐกิจอยู่ แต่ไม่ได้ไม่มีโอกาสลดลงแล้ว ขึ้นกับการประเมินและภาพในอนาคต”

ความเสี่ยงเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น คาดเข้ากรอบ H2/70

นายดอน กล่าวว่า สำหรับอัตราเงินเฟ้อมีความเสี่ยงมากขึ้น และเลื่อนการเข้ากรอบเป้าหมายจากเดิมที่เคยคาดไว้ในครึ่งแรกของปี 2570 เป็น ครึ่งหลังของปี 2570 ซึ่งที่ผ่านมาเงินเฟ้อกระทบจากราคาพลังงานโลกที่ปรับลดลง แม้ระยะสั้นปรับขึ้นบ้าง แต่มองไปในระยะปานกลางแนวโน้มราคาน้ำมันปรับลดลง ขณะที่ อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน แม้จะอยู่ในกรอบเฟ้าหมายแต่มีแนวโน้มไถลลงคณะกรรมการจึงต้องติดตามต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ความเสี่ยงอัตราเงินเฟ้อ หากมีแนวโน้มต่ำไปเรื่อยๆ จะต้องดูการกระจายวงกว้างและหลายสินค้าหรือไม่ หากกระจายวงกว้างและหลายสินค้าจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ เพราะทำให้คนไม่กล้าใช้จ่าย การบริโภคลดลง อย่างไรก็ดี ความเสี่ยงเงินฝืด มองว่า ยังอยู่ในระดับต่ำ แต่คณะกรรมการให้ติดตามความเสี่ยงภาวะเงินฝืดอย่างใกล้ชิด

ลดดอกเบี้ยช่วยค่าเงินบาท

สำหรับแนวโน้มเงินบาทปรับแข็งค่าต่อเนื่อง โดยเมื่อเช้า (25 ก.พ.69) ค่าเงินบาทแข็งค่าหลุด 31 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นปัจจัยซ้ำเติมธุรกิจภาคส่งออกและเอสเอ็มอี อย่างไรก็ดี หากดูดัชนีค่าเงินบาทเมื่อเทียบคู่ค้าคู่แข่ง (NEER) มีแนวโน้มแข็งค่าสูงกว่าที่อื่น แม้ว่าช่วงหลังการแข็งค่าปรับลดลง แต่อาจจะกระทบต่อผู้ส่งออกในการแลกเปลี่ยนมาเป็นเงินบาท (Convert) และส่วนต่างกำไร (Margin) ได้

อย่างไรก็ดี หากดูการแข็งค่าของเงินบาท มองว่า ส่วนหนึ่งมาจากปัจจัยเกินดุลบัญชีสะพัด และค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า จะเป็นตัวกำหนดเทรนค่าเงินบาท และที่ผ่านมาธปท.ได้เข้าไปดูแลในส่วนของธุรกรรมทองคำเพิ่มเติม และมีมาตรการเฉพาะจุด มาตรการเข้มข้นในเรื่องของเงินเข้า-ออก เป็นต้น โดยการลดดอกเบี้ย อาจจะช่วยเรื่องพอร์ตเงินไหลเข้าในตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตร แต่พันธบัตรอาจจะมีการดูเรื่องของดอกเบี้ย

นายดอน กล่าวว่า คณะกรรมการฯ คาดว่าการส่งผ่านดอกเบี้ยนโยบายจะเป้นไปตามกลไกตลาด และการปล่อยสินเชื่อเพิ่มเติม เนื่องจากต้นทุนปรับลดลง ซึ่งที่ผ่านมาธนาคารไม่ปล่อยสินเชื่อ เพราะต้นทุนความเสี่ยงเครดิต (Credit Cost) สูง จึงระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อ ทำให้ธปท.จึงมีโครงการเข้ามาช่วยลดความเสี่ยง แต่เชื่อว่าการลดดอกเบี้ยครั้งนี้ จะช่วยลดภาระ และการผิดนัดชำระ รวมถึงจะมีมาตรการภาครัฐเข้ามา จะยิ่งส่งผลดีต่อระบบธนาคารปรับดีขึ้น

จับตาภาษีสหรัฐฯ ใช้มาตรการ 232-301

นายดอน กล่าวว่า ภายหลังศาลตัดสินภาษีทรัมป์ (Reciprocal Tariffs) ไม่สามารถทำได้ ซึ่งไทยได้รับอัตราภาษีลดลงจาก 19% เหลือ 15% ซึ่งเป็นอัตราสูงสุดตามมาตรา 122 อย่างไรก็ดี ในอนาคตทรัมป์ยังสามารถใช้มาตรา 232 ที่สามารถเรียกเก็บเป็นรายเซ็กเตอร์ ซึ่งเซ็กเตอร์ที่มีความสุ่มเสี่ยง คือ อิเล็กทรอนิกส์ และยังมี 301 ที่สามารถเรียกเก็บภาษีกับประเทศที่เกินดุลการค้าสหรัฐฯ เป็นรายประเทศ ซึ่งไทยอยู่ 15 ประเทศที่เกินดุลการค้าสหรัฐฯ ดังนั้น มีความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะนำมาตราเหล่านี้มาใช้และไม่มีข้อจำกัดการขึ้นของภาษี เป็นเรื่องที่ต้องติดตาม