Skip to content

เปิดเหตุผล UNSC ลงมติประณามอิหร่านโจมตีอ่าวเปอร์เซีย

12 มี.ค. 2569 | 12:52น.
เปิดเหตุผล UNSC ลงมติประณามอิหร่านโจมตีอ่าวเปอร์เซีย

ในที่ประชุม UNSC มีมติประณามอิหร่าน เนื่องจากโจมตีเป้าหมายพลเรือนรวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน อีกทั้งเรียกร้องให้เดินเรืออย่างเสรีในเส้นทางเดินเรือระหว่างประเทศ รวมถึงช่องแคบฮอร์มุซซึ่งถูกปิดโดยอิหร่านมาหลายวัน

บลูมเบิร์ก (Bloomberg) และ เดอะ นิวยอร์กไทม์ (The New York Times) รายงานว่า คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (The United Nations Security Council : UNSC) ผ่านมติการประณามเชิงสัญลักษณ์ต่อการที่อิหร่านโจตีประเทศเพื่อนบ้านในอ่าวเปอร์เซีย และเรียกร้องให้ยุติการโจมตีที่ส่งผลกระทบต่อตลาดพลังงานโลก

UNSC ลงมติเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2026 ตามเวลาท้องถิ่น เห็นชอบต่อร่างมติประณามการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนสังหารของอิหร่าน ซึ่งพุ่งเป้าไปยังประเทศบาห์เรน คูเวต โอมาน กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และจอร์แดน

จาก 15 ประเทศสมาชิก มี 13 ประเทศลงมติเห็นชอบ โดยจีนและรัสเซียไม่ลงคะแนน และไม่มีประเทศใดลงคะแนนคัดค้าน

ทั้งนี้ UNSC ประกอบด้วยสมาชิก 15 ประเทศ แบ่งเป็นสมาชิกถาวร 5 ประเทศ คือ จีน ฝรั่งเศส รัสเซีย สหราชอาณาจักร (ยูเค) และสหรัฐอเมริกา และสมาชิกไม่ถาวร 10 ประเทศที่ได้รับการเลือกตั้งโดยสมัชชาใหญ่ โดยมีวาระ 2 ปี ขณะนี้ได้แก่ บาห์เรน โคลอมเบีย คองโก เดนมาร์ก กรีซ ลัตเวีย ไลบีเรีย ปากีสถาน ปานามา และโซมาเลีย

Ynet สื่อออนไลน์ของอิสราเอล ระบุว่า เป็นความเคลื่อนไหวที่ไม่ปกติ เนื่องจากรัสเซีย ซึ่งเป็นหนึ่งในพันธมิตรหลักของอิหร่าน เลือกที่จะไม่ใช้สิทธิวีโต้ ส่งผลให้อิหร่านถูกโดดเดี่ยวทางการทูตโดยสิ้นเชิง อีกทั้งมีรายงานว่า รัสเซียตระหนักดีว่า การใช้สิทธิวีโต้อาจทำให้ตนเองถูกโดดเดี่ยวในเวทีระหว่างประเทศมากยิ่งขึ้น

ร่างมติดังกล่าวเสนอโดยบาห์เรน ในนามของคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ (Gulf Cooperation Council : GCC) โดยประณามการตอบโต้ของอิหร่านต่อเป้าหมายพลเรือนหลายแห่ง รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ว่าเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ

นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้มีการเดินเรืออย่างเสรีในเส้นทางเดินเรือระหว่างประเทศ รวมถึงช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งมีความสำคัญต่อการขนส่งน้ำมันและก๊าซ และถูกปิดมาหลายวันแล้ว

ด้านรัสเซีย เสนอร่างมติของตนเองเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติกิจกรรมทางทหารโดยทันที ประณามการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกลับสู่การเจรจา แต่ร่างดังกล่าวไม่ผ่าน โดยได้รับคะแนนเสียงเห็นชอบ 4 เสียงจากรัสเซีย จีน ปากีสถาน และโซมาเลีย คัดค้าน 2 เสียงจากสหรัฐลัตเวีย ขณะที่ประเทศอื่น ๆ งดออกเสียง 9 เสียง

วาสซิลี เนเบนเซีย เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำ UN ระบุว่า มติที่เสนอโดยกลุ่มประเทศอ่าวว่าไม่เป็นธรรม และกล่าวว่าทุกฝ่ายจำเป็นต้องร่วมมือกันเพื่อลดความตึงเครียด โดยข้อเสนอของรัสเซียมีจุดมุ่งหมายเพื่อลดความตึงเครียด และไม่ได้มุ่งที่กล่าวโทษสาเหตุของความขัดแย้งเพื่อให้ได้รับการยอมรับ

เนเบนเซียกล่าวว่า ร่างมติของรัสเซียเรียบง่าย ตรงไปตรงมา และไม่คลุมเครือ และเรียกร้องให้ยุติการสู้รบ ประณามการโจมตีพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน และเรียกร้องให้มีการเจรจา

อามีร์-ซาอีด อิราวานี เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำ UN วันที่ 11 มีนาคม 2026 (AP Photo/Seth Wenig)

อามีร์-ซาอีด อิราวานี เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำ UN กล่าวว่า นี่เป็นวันที่น่าเสียใจอย่างยิ่ง โดยคณะมนตรีฯ ใช้อำนาจหน้าที่ในทางที่ผิด และสหรัฐใช้อำนาจตำแหน่งประธานคณะมนตรีฯ ในทางที่ผิด อีกทั้งระบุว่า สหรัฐเป็นฝ่ายรุกราน และคร่าชีวิตอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน รวมถึงบุคคลสำคัญอื่น ๆ

ทูตอิหร่านระบุว่า พลเรือนกว่า 1,348 คน รวมถึงเด็ก ถูกสังหารในการโจมตีของสหรัฐและอิสราเอล โดยมติประณามอิหร่าน เป็นการกระทำที่เสแสร้งเมื่อพิจารณาจากข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น