Skip to content

‘กาฬสินธุ์-ศรีสะเกษ’ แก้น้ำ-แก้ดิน สร้างอาชีพ ต้นแบบชุมชนยั่งยืน

14 มี.ค. 2569 | 10:10น.
‘กาฬสินธุ์-ศรีสะเกษ’ แก้น้ำ-แก้ดิน สร้างอาชีพ ต้นแบบชุมชนยั่งยืน

มูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ และสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระฯ ได้คัดเลือก 10 หมู่บ้านทั่วประเทศ เป็นพื้นที่ต้นแบบบูรณาการการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ ในวาระที่ประเทศไทยกำลังเดินหน้าสู่การเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปี ชาตกาล วันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่9 ในปี พ.ศ. 2570

หัวใจของโครงการคือ นำหลักการทรงงานมาเป็นแกนขับเคลื่อน ด้วยแนวคิด “ระเบิดจากข้างใน” ให้ประชาชนกำหนดทิศทางของตนเอง ไม่ใช่รับแต่สิ่งที่รัฐหยิบยื่นให้ฝ่ายเดียว

นายณัฐพงศ์ ศิริชนะ รองประธานกรรมการ มูลนิธิปิดทองหลังพระฯ กล่าวว่า ทุกโครงการเริ่มต้นด้วยการศึกษาข้อมูลพื้นที่อย่างเป็นระบบ รับฟังปัญหาจากชาวบ้าน และบูรณาการหน่วยงานมาร่วมแก้ปัญหา โดยไม่ลบล้างสิทธิหรือวิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชน

กาฬสินธุ์
นายณัฐพงศ์ ศิริชนะ

พื้นที่ตัวอย่างคือ “บ้านโพนงาม อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์” ซึ่งขับเคลื่อน “แก้มลิงเปลี่ยนชีวิต” จุดเริ่มคือ น้อมนำแนวพระราชดำริแก้มลิงมาแก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้ง ด้วยการขุดลอกอ่างเก็บน้ำ

ใช้งบประมาณ 300 ล้านบาท ปริมาณน้ำจาก 1.6 เป็น 7.4 ล้านลูกบาศก์เมตร น้ำท่วมขังที่เคยกินเวลา 3 เดือนทุกปี จะลดเหลือไม่ถึง 20 วัน บางปีจะไม่เกิดเลย และมีพื้นที่เกษตรกรรมที่ใช้ประโยชน์ได้เพิ่มขึ้นกว่า 2,000 ไร่

สิ่งที่ทำให้ “โพนงาม” ต่างจากโครงการอื่น คือกระบวนการมีส่วนร่วมที่เกิดขึ้นจริง ชาวบ้านเสนอให้ทำชั้นพักหรือเบิร์มในบ่อ เพื่อเป็นพื้นที่วางไข่ปลา ทีมงานรับฟังและปรับแบบตามทันที ส่วนดินขุดลอก 6 ล้านลูกบาศก์เมตร แทนที่จะขนไปทิ้งด้วยงบฯกว่าพันล้าน ก็นำมาถมรอบขอบหนองในรัศมี 1.5 กม.

กาฬสินธุ์

โดยกรมที่ดินและกรมพัฒนาที่ดิน ช่วยวางผังให้สิทธิแปลงนาของชาวบ้านยังคงอยู่ครบถ้วน พื้นที่รกชัฏ (พื้นที่ที่มีวัชพืชขึ้นหนาแน่น รกทึบ ยุ่งเหยิง ยากต่อการสัญจร) ที่ไม่เคยใช้ประโยชน์ต้องทำให้เป็นไร่นาสีเขียว หลังน้ำเพิ่ม ปลาเริ่มเข้าและวางไข่ ปัจจุบันพบว่า 38 ชนิด ช่วยสร้างรายได้เสริมให้ 300 ครัวเรือน เฉลี่ยเดือนละ 3,000-6,000 บาทต่อครัวเรือน

อีกพื้นที่ที่น่าสนใจคือ “บ้านเหล่าฝ้าย อ.โนนคูณ จ.ศรีสะเกษ” พัฒนาภายใต้แนวคิด สร้างน้ำ แก้ดิน สร้างอาชีพ สร้างชีวิต

ชุมชนมีจุดเด่นคือ กลุ่มวิสาหกิจชุมชน ปลูกเมล่อน ผักปลอดสารที่มีชื่อระดับจังหวัด แต่กลับติดหล่มอยู่กับปัญหาเดิมซ้ำซาก คือน้ำไม่พอ ดินเสื่อม ผลผลิตข้าวต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตำบลเกือบ 30%

กาฬสินธุ์

บ้านเหล่าฝ้ายไม่ได้รอให้ใครมาช่วย ผู้นำ อบต.เหล่ากวาง ได้เรียนรู้ความสำเร็จจาก อบต.ขนุน อ.กันทรลักษ์ ที่ร่วมพัฒนาแหล่งน้ำกับสถาบันมาก่อนหน้า แล้วนำกลับมาปรับใช้กับพื้นที่ตัวเอง

จากนั้น สถาบันร่วมกับ อ.โนนคูณ และหน่วยงานภาคี แก้ปัญหาน้ำด้วยการติดตั้งระบบกระจายน้ำพลังงานแสงอาทิตย์จากอ่างเก็บน้ำห้วยซุง และวางแผนผันน้ำจากห้วยขะยุงที่มีน้ำตลอดปีมาเติมอ่าง เพื่อรองรับความต้องการน้ำที่การเกษตรยังขาดอยู่ 1.2 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี

กาฬสินธุ์

ด้านดิน ปัญหาไส้เดือนฝอยที่กัดกินผลผลิตมานานได้รับการแก้ไขด้วยสารชีวภัณฑ์ พด.16 ที่ต้นทุนต่ำ ใช้งานง่าย

ส่งผลให้ผลผลิตเมล่อนเพิ่มจาก 450 เป็น 700 กิโลกรัมต่อโรงเรือน โรงเรือนขยายจาก 40 เป็น 60 หลัง กำลังผลิตอยู่ที่ 12 ตันต่อเดือน สร้างงานในชุมชน 10-20 คน รายได้ 7,000-7,500 บาทต่อเดือน ทั้งมีแนวโน้มจะพัฒนาเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านเกษตรและแหล่งท่องเที่ยวชุมชนในอนาคตอันใกล้

หมู่บ้านต้นแบบทั้ง 10 แห่งที่ได้รับคัดเลือก ทุกภูมิภาค ประกอบด้วย บ้านยอด อ.สองแคว จ.น่าน, บ้านห้วยม่วง อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่, บ้านโคกล่ามและบ้านแสงอร่าม อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี, บ้านโพนงาม อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์, บ้านโป่งลึกและบ้านบางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี, บ้านจำปูน อ.รามัน จ.ยะลา, บ้านโคกยามู อ.ตากใบ จ.นราธิวาส และบ้านเหล่าฝ้าย อ.โนนคูณ จ.ศรีสะเกษ