เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
มท.4 เผยผลตรวจ ‘ทุจริตสอบท้องถิ่น’ พบ 5,000 ราย คะแนนผิดปกติ
News มท.4 เผยผลตรวจ ‘ทุจริตสอบท้องถิ่น’ พบ 5,000 ราย คะแนนผิดปกติ
พัฒนา ชี้ผลตรวจเชื้อพยาธิใบไม้ตับ 4 พันคนที่ มมส. ใช้วิธีใหม่ ย้ำกินอาหารปรุงสุก
Politics พัฒนา ชี้ผลตรวจเชื้อพยาธิใบไม้ตับ 4 พันคนที่ มมส. ใช้วิธีใหม่ ย้ำกินอาหารปรุงสุก
ภราดร ขอบคุณ ปชช.เป็นคันฉ่อง สะท้อนผลงานรัฐบาล ย้ำ ภท.ยังเป็นปึกแผ่น
Politics ภราดร ขอบคุณ ปชช.เป็นคันฉ่อง สะท้อนผลงานรัฐบาล ย้ำ ภท.ยังเป็นปึกแผ่น
นายกฯ ยันมีมาตรการเข้มปราบกลุ่มป่วนหุ้น ย้ำต้องแก้ขั้นตอนยุ่งยากเอื้อลงทุน
Politics นายกฯ ยันมีมาตรการเข้มปราบกลุ่มป่วนหุ้น ย้ำต้องแก้ขั้นตอนยุ่งยากเอื้อลงทุน
‘ปกรณ์​’ มั่นใจ​ออก พ.ร.ก.กู้เงิน ถูกต้อง หลังศาลนัดอ่านคำวินิจฉัย 9 ก.ค.นี้
Politics ‘ปกรณ์​’ มั่นใจ​ออก พ.ร.ก.กู้เงิน ถูกต้อง หลังศาลนัดอ่านคำวินิจฉัย 9 ก.ค.นี้
รุทธพล เล็งรับปมทุจริตสอบท้องถิ่นเป็นคดีพิเศษ
Politics รุทธพล เล็งรับปมทุจริตสอบท้องถิ่นเป็นคดีพิเศษ
กรอ. สั่งปิด 2 โรงงานจัดการของเสียสระบุรี พบขยายกิจการผิดกฎหมาย-ปัญหาระบบจัดการน้ำชะ
Economic กรอ. สั่งปิด 2 โรงงานจัดการของเสียสระบุรี พบขยายกิจการผิดกฎหมาย-ปัญหาระบบจัดการน้ำชะ
ปกรณ์ เตรียมชง ครม.ไฟเขียว 5 มาตรการ ปิดช่องโกงสอบราชการ
Politics ปกรณ์ เตรียมชง ครม.ไฟเขียว 5 มาตรการ ปิดช่องโกงสอบราชการ
ราคาทองวันนี้ (7 ก.ค. 69) ร่วงลง 250 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,000 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (7 ก.ค. 69) ร่วงลง 250 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,000 บาท
‘ปกรณ์​’ เล็งปรับเกณฑ์​เปิด ขรก.เออร์ลี่รีไทร์ตั้งแต่อายุ​ 40 ล็อกเป้าลดอัตราเสมียน
Politics ‘ปกรณ์​’ เล็งปรับเกณฑ์​เปิด ขรก.เออร์ลี่รีไทร์ตั้งแต่อายุ​ 40 ล็อกเป้าลดอัตราเสมียน
ดูทั้งหมด

สงครามอิหร่าน… ลามถึงโต๊ะอาหาร

10 เม.ย. 2569 | 08:28น.
2-2
คอลัมน์ : สามัญสำนึก
ผู้เขียน : สุดใจ ชาญชาตรีรัตน์

สงครามตะวันออกกลางกำลังก่อ “วิกฤตพลังงาน” ครั้งประวัติศาสตร์ให้กับโลก

ระดับราคาพลังงานโลกพุ่งสูงอย่างรุนแรง เมื่อช่องแคบฮอร์มุซ เส้นเลือดใหญ่ของการขนส่งพลังงานถูกปิดลง

ระดับความรุนแรงที่ทั่วโลกได้รับจากราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ LNG กำลังส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ ไปสู่อุตสาหกรรมต่าง ๆ

ขณะที่นักวิชาการ นักเศรษฐศาสตร์ ต่างส่งสัญญาณเตือนทิศทางเดียวกันว่า “แม้สงครามจะยุติ แต่วิกฤตพลังงานจะยังไม่จบ”

เพราะการโจมตีที่เกิดขึ้นได้สร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของประเทศในตะวันออกกลางอย่างมาก ส่งผลให้ผู้ผลิตน้ำมันในอ่าวเปอร์เซีย ต้องลดกำลังการผลิตลงอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึง “กาตาร์” ผู้ผลิตก๊าซ LNG เกือบ 1 ใน 5 ของโลก ก็เกิดปัญหาการผลิตหยุดชะงักเพราะถูกอิหร่านโจมตี

โครงสร้างพื้นฐานของน้ำมันและก๊าซธรรมชาติถูกทำลาย ทำให้การฟื้นกำลังการผลิตกลับมาอาจต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 ปี

ดังนั้นแม้สงครามจะจบแต่วิกฤตพลังงานยังลากยาว

นอกจากนี้ผลกระทบของสงครามไม่ได้จำกัดอยู่แค่วิกฤตพลังงาน อย่าง “น้ำมัน” หรือ “ก๊าซธรรมชาติ” เท่านั้น

เพราะตะวันออกกลางไม่ได้เป็นแค่แหล่งพลังงาน แต่ยังเป็นผู้ผลิตวัตถุดิบสำคัญ เช่น ปุ๋ยยูเรีย พลาสติก และโลหะ

โดยเฉพาะปุ๋ย ซึ่งเป็นหัวใจของการผลิตอาหาร เมื่อเกิดปัญหาขาดแคลนปุ๋ย จะส่งกระทบต่อผลผลิตการเกษตร ธัญพืชหลักต่าง ๆ

สงครามตะวันออกกลางไม่ได้เป็นเพียงปัญหาวิกฤตพลังงาน แต่กำลังเป็นแรงกดดันต่อ “ความมั่นคงทางอาหาร” (Food Security) ของโลก

โดยเมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา Goldman Sachs ได้ออกรายงานเตือนว่า การปิดช่องแคบฮอร์มุซและการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานตะวันออกกลาง กำลังสร้างแรงกดดันรุนแรงต่ออุตสาหกรรมปุ๋ยและการผลิตอาหารทั่วโลก

เพราะช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางขนส่งสำคัญของปุ๋ยไนโตรเจน (คิดเป็นสัดส่วนกว่า 25% ของโลก) และก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตปุ๋ยไนโตรเจน

ทั้งระบุว่าตั้งแต่เกิดสู้รบในตะวันออกกลาง ราคาปุ๋ยไนโตรเจนปรับตัวสูงขึ้นแล้วกว่า 40% อย่างรวดเร็วในเวลาไม่ถึงเดือน

ผลกระทบที่จะตามมาก็คือ “ผลผลิตทางการเกษตรลดลง” เพราะเมื่อปุ๋ยแพงและขาดแคลน เกษตรกรทั่วโลกต้องลดปริมาณการใช้ปุ๋ย ส่งผลเป็นลูกโซ่ให้ธัญพืช ข้าวโพด และพืชอาหารหลัก มีผลผลิตลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

Goldman Sachs ยังระบุว่า นี่คือความเสี่ยงที่รุนแรงที่สุดในห่วงโซ่อาหารโลกในช่วง 6-12 เดือนข้างหน้า

ทั้งปัจจัยผลผลิตธัญพืชที่ลดลงและต้นทุนที่สูงขึ้น กำลังกลายเป็น “วิกฤตอาหารโลก”

ดร.ปิติ ศรีแสงนาม รองศาสตราจารย์ คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มองในทิศทางเดียวกันว่า ความขัดแย้งใน
ช่องแคบฮอร์มุซจะส่งผลกระทบปฏิกิริยาลูกโซ่สู่วิกฤตอาหารโลก

และความมั่นคงทางอาหารถือเป็น “จุดตาย” ของเศรษฐกิจอาเซียน เนื่องจากไทย เวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย เป็นผู้ผลิตและส่งออก ทั้งข้าว ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และสินค้าเกษตรชั้นนำ แต่ก็พึ่งพาการนำเข้าปุ๋ยเคมีจากต่างประเทศในสัดส่วนที่สูงมาก

เช่นกรณีของไทยพึ่งพาการนำเข้าปุ๋ยเคมีกว่า 90% จากตะวันออกกลางและจีน ทำให้ต้นทุนการผลิตของเกษตรกรพุ่งสูงขึ้น ขณะที่ราคาขายพืชผลเกษตรบางชนิดไม่ได้สูงขึ้นตาม

ดร.ปิติระบุว่า เมื่อสงครามทำให้ราคาปุ๋ยเคมีแพงจนเกษตรกรรายย่อยเข้าไม่ถึง สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมา คือผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ ซึ่งอาจทำให้รัฐบาลในอาเซียนเริ่มงัดมาตรการห้ามส่งออกข้าว และสินค้าเกษตรเพื่อกักตุนไว้บริโภคในประเทศ ซึ่งจะนำไปสู่การขาดแคลนอาหารในระดับภูมิภาคและระดับโลกได้

นี่คือแรงกระแทกจากสงครามที่จะกลายเป็นวิกฤตลูกต่อไป