เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
Finance มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
Finance ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
Uncategorized โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
Economic ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
‘นครินทร์ เมฆไตรรัตน์’ เปิดมุมมองกฎหมายกับนโยบายสาธารณะ ชงตั้งหน่วยงานออกแบบเฉพาะรับมิติโลกใหม่
Biz Movement ‘นครินทร์ เมฆไตรรัตน์’ เปิดมุมมองกฎหมายกับนโยบายสาธารณะ ชงตั้งหน่วยงานออกแบบเฉพาะรับมิติโลกใหม่
ราคาทองวันนี้ (7 ก.ย. 69) ร่วงลง 600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,350 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (7 ก.ย. 69) ร่วงลง 600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,350 บาท
มรดกที่มีค่าที่สุด อาจไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในพินัยกรรม
Finance มรดกที่มีค่าที่สุด อาจไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในพินัยกรรม
Nike จากรองเท้าท้ายรถ สู่แบรนด์กีฬาระดับโลก ก่อนหลุด S&P 100
Business Nike จากรองเท้าท้ายรถ สู่แบรนด์กีฬาระดับโลก ก่อนหลุด S&P 100
โฆษกรัชดา ลาออกแล้ว จับตา ครม.พรุ่งนี้ เคาะโฆษกรัฐบาลคนใหม่
Politics โฆษกรัชดา ลาออกแล้ว จับตา ครม.พรุ่งนี้ เคาะโฆษกรัฐบาลคนใหม่
ดอกเบี้ย 1% ยังเหมาะสม FETCO ชี้เศรษฐกิจ-SMEs ไม่พร้อมรับขาขึ้น
Finance ดอกเบี้ย 1% ยังเหมาะสม FETCO ชี้เศรษฐกิจ-SMEs ไม่พร้อมรับขาขึ้น
ดูทั้งหมด

บิ๊กดุลย์ ลุย ‘ทหารอาสา’ ยกระดับกำลังพล ชี้กองทัพเตรียมรับมือโลกผันผวน

10 เม.ย. 2569 | 14:58น.
บิ๊กดุลย์ ลุย 'ทหารอาสา' ยกระดับกำลังพล ชี้กองทัพเตรียมรับมือโลกผันผวน

รมว.กลาโหมแจงสภาครั้งแรก ชี้โลกผันผวน-แบ่งขั้วชัดเจน ความมั่นคงไม่ใช่แค่ภัยคุกคามทางทหาร เตรียมรับมือทุกมิติ ชี้ความมั่นคงที่แท้จริงต้องพัฒนาจัดหาอาวุธเอง ยันเดินหน้าทหารอาสา เป็นกำลังรบ-สถาบันที่สร้างคน ลั่น “เราจะทำทันที รวมเป็นหนึ่ง จึงชนะ”

ในการประชุมร่วมรัฐสภาในวาระแถลงนโยบายรัฐบาล ที่มีนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุม

พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวชี้แจงว่า ขอขอบคุณสมาชิกที่ยกประเด็นทหารและความมั่นคงมาอภิปราย โดยทั้งเรื่องของทหารอาสา และการจัดหายุทโธปกรณ์อุตสาหกรรมภายในประเทศ

โลกปัจจุบันนี้เต็มไปด้วยความผันผวนไม่แน่นอนแบ่งขั้วกันอย่างชัดเจน ความมั่นคงของชาติคงไม่ได้หมายถึงเพียงการป้องกันประเทศจากภัยคุกคามทหารเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความปลอดภัยของประชาชน เสรีภาพ ภูมิภาค และความสามารถของประเทศ ที่ต้องอยู่อย่างมีศักดิ์ศรีในเวทีโลก

กระทรวงกลาโหม ในฐานะกระทรวงหลักความมั่นคงของประเทศ จะมีการขับเคลื่อนนโยบาย โดยมีอธิปไตยและความมั่นคงของชาติเป็นที่ตั้ง โดยอาศัยความร่วมมือของประชาชน และการสนับสนุนของทุกภาคส่วนเป็นหลัก

พล.ท.อดุลย์กล่าวอีกว่า ชายแดนของประเทศไม่ใช่เพียงแค่เส้นแบ่งเขตทางภูมิศาสตร์ แต่คือเส้นแห่งอธิปไตย คือแนวหน้าของความมั่นคง รัฐบาลจะมุ่งให้ชายแดนมีความมั่นคง ปลอดภัย ปราศจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ ทั้งยาเสพติด ธรรมชาติ สแกมเมอร์

ตนมีแนวคิดเรื่องความมั่นคงชายแดน จากที่มีโอกาสอยู่ชายแดนมาตลอดชีวิต ตั้งแต่เด็กจนถึงเกษียณอายุราชการ ซึ่งกำลังพลที่อยู่ชายแดนมีความจำเป็นต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดี ตามหน้าที่และความรับผิดชอบ ซึ่งหมายถึงต้องมีน้ำในการอุปโภคบริโภคในการกินอยู่ ต้องมีไฟสว่าง มีทางที่ดี โดยเฉพาะจุดสูงข่มในการส่งกำลังบำรุงหรือการเติมกำลังลำเลียงผู้ป่วยเจ็บ และมีสัญญาณโทรศัพท์

สำหรับความมั่นคงของชาติ ต้องตั้งอยู่บนความพร้อมรบ โดยกระทรวงกลาโหมจะพัฒนาศักยภาพให้มีความทันสมัยสอดคล้องกับภัยคุกคามในศตวรรษที่ 21 ในมิติของเทคโนโลยี และหลายมิติเพื่อรับมือกับภัยคุกคามทุกรูปแบบ การจัดหายุทโธปกรณ์ จัดดำเนินการภายใต้ความคุ้มค่า โปร่งใส ตรวจสอบได้ ในลักษณะการพึ่งพาตนเองให้ได้ในระยะยาว

Advertisement

เพราะความมั่นคงที่แท้จริงไม่ใช่การมีอาวุธ แต่ต้องมีความสามารถ และควบคุมศักยภาพเสริมสร้างกำลังรบตามนโยบายของรัฐบาล ทั้งนี้กระทรวงกลาโหมมีหน่วยงานที่มีภารกิจในเรื่องการวิจัยและพัฒนายุทโธปกรณ์ 2 ประเภทหลัก การแรกคือรูปแบบขององค์กรมหาชนและรัฐวิสาหกิจ สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ และบริษัท อู่กรุงเทพ จำกัด และอีกประการคือ หน่วยงานราชการ ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร ซึ่งทำหน้าที่คล้ายคลึงกัน เกี่ยวกับการพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ

ที่ผ่านมามียุทโธปกรณ์ภายใต้การดำเนินงานของสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ 9 ชนิดที่ประสบความสำเร็จ เช่น ระบบจรวดหลายลำกล้องนำวิถี ส่งมอบให้แก่กองทัพบก เรืออเนกประสงค์เพื่อความมั่นคงทางทะเล ส่งมอบให้แก่กองทัพเรือ หุ่นยนต์เก็บกู้วัตถุระเบิด ส่งมอบให้แก่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า และอากาศยานไร้คนขับ

พล.ท.อดุลย์กล่าวต่อว่า จากประสบการณ์ที่ผ่านมามีโอกาสได้ใช้ยุทโธปกรณ์ที่มีการพัฒนาในปี 2554 และทำภารกิจตามที่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้มีการนำยุทโธปกรณ์ที่ประดิษฐ์แล้วนำไปใช้ในกองกำลังสุรนารี และยืนยันว่าใช้ได้ผล ทั้งนี้โลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วเทคโนโลยีคือความได้เปรียบ แต่สิ่งสำคัญคือต้องเป็นผู้สร้าง ไม่ใช่เป็นแค่ผู้ใช้ เพื่อที่จะไม่ต้องได้รับผลกระทบ ดังนั้นการลงทุนในอุตสาหกรรมป้องกันประเทศคือการลงทุนเพื่ออธิปไตย และการลงทุนเพื่ออนาคตของประเทศ

ส่วนอีกนโยบายที่สำคัญที่รัฐบาลจะมุ่งพัฒนา กำลังพลสำรอง คือทหารอาสา เราเห็นว่าประสิทธิภาพต้องเกิดจากการอาสา หรือการสมัครใจ ซึ่งเรื่องนี้ขอให้มองเป็นโอกาสสำคัญของชีวิต กองทัพไทยไม่ใช่เพียงแค่กำลังรบ แต่เป็นสถาบันที่สร้างคน รัฐบาลใช้ระบบพัฒนาของทหารอาสาเป็นเครื่องมือที่มีคุณค่า มีศักดิ์ศรี จากระบบที่เคยมองว่าเป็นหน้าที่ และการเสียโอกาส จะยกระดับให้เป็นทหารที่ได้รับโอกาสการพัฒนาทักษะ สร้างอาชีพและสร้างอนาคต

ซึ่งโอกาสที่จะได้รับการฝึกสมรรถภาพร่างกายและระเบียบวินัย ค่าตอบแทนสวัสดิการและเงินสะสม เพิ่มวุฒิการศึกษาและฝึกวิชาชีพที่ต้องการ และโอกาสในการเลือกอาชีพหลังปลดประจำ ทหารอาสาจะเป็นกำลังสำคัญในการสร้างเสริมความมั่นคงของชาติ และต้นทุนมนุษย์ที่มีคุณภาพของประเทศในระยะยาว

“ผมยืนยันว่าจะตั้งคณะทำงานเพื่อพิจารณาเรื่องทหารอาสาอย่างรอบคอบ ประกอบไปด้วยผู้ทรงคุณวุฒิทั้งในและนอกกองทัพ กระทรวงกลาโหมพร้อมที่จะรับคำแนะนำ เพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้เป็นทหารอาชีพ พร้อมทำหน้าที่ในการปกป้องอธิปไตย รักษาผลประโยชน์ของชาติ ทุกนโยบายด้านความมั่นคงจะยึดอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติเป็นศูนย์กลาง

ความมั่นคงของประเทศไม่ได้เกิดจากอาวุธเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความเชื่อมั่นของพี่น้องประชาชน ความร่วมมือทุกภาคส่วน และกองทัพมีความพร้อมทุกมิติ ยืนยันว่ากระทรวงกลาโหมจะทำหน้าที่เต็มกำลังเพื่อปกป้องประชาธิปไตยของชาติและดูแลความปลอดภัยของประชาชน ด้วยหลักการที่ว่าเราจะทำทันที รวมเป็นหนึ่ง จึงชนะ” รมว.กลาโหมกล่าว