Skip to content

ดึงคาราวานจีน บูมสงกรานต์เชียงใหม่ ดันท่องเที่ยวทางบก R3A เชื่อมโยงภูมิภาค

13 เม.ย. 2569 | 09:34น.
ดึงคาราวานจีน บูมสงกรานต์เชียงใหม่ ดันท่องเที่ยวทางบก R3A เชื่อมโยงภูมิภาค

​​ททท. ดึงตลาดคาราวานรถยนต์จากจีน บูมเทศกาลสงกรานต์เชียงใหม่ ปลุกเส้นทาง R3A และนโยบาย One Belt One Road เชื่อมโยงภูมิภาค หวังกระตุ้นการใช้จ่ายนักท่องเที่ยวกลุ่มกำลังซื้อสูง กระจายรายได้เศรษฐกิจท้องถิ่นเมืองรองตลอดเส้นทางเหนือจดกลาง

เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2569 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินหน้ารุกการท่องเที่ยวทางบก จัดงาน “2026 Amazing Thailand Songkran Caravan : Journey of Friendship” ต้อนรับคณะนักท่องเที่ยวคาราวานรถยนต์และทัวร์จีนกว่า 300 คน ณ หอประชุมนานาชาติคุ้มคำ จังหวัดเชียงใหม่ ชูเส้นทาง R3A เชื่อมโยงเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทย-จีน ภายใต้แนวคิด “จีนไทยพี่น้องกัน” โดยมี นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และ Mr. Chen Haiping กงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำเชียงใหม่ ร่วมต้อนรับนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาครั้งนี้

นางสาวภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในปีนี้ (2568) ททท. กำลังเดินหน้าบุกตลาดการท่องเที่ยวเส้นทางบกคาราวานรถยนต์จากประเทศจีน (เส้นทาง R3A) ให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังเคยได้รับความนิยมอย่างสูงในปี 2019 โดยใช้จุดขายงานเทศกาลสงกรานต์เชียงใหม่ในปีนี้ ดึงกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนคุณภาพสูงจากหลายเมือง อาทิ คุนหมิง กวางโจว เซี่ยงไฮ้ เพื่อเข้าร่วมเทศกาลสงกรานต์ ก่อนที่จะเดินทางต่อไปอีกหลายจังหวัด

สำหรับคาราวานรถยนต์จากจีนกรุ๊ปนี้ เดินทางมาจากมณฑลยูนนาน (คุนหมิง, สิบสองปันนา) ผ่านด่านบ่อหาน-บ่อเต็น สปป.ลาว และใช้เส้นทางถนน R3A เข้าสู่อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ซึ่ง ททท. สำนักงานคุนหมิง ได้ร่วมกับพันธมิตรผู้ประกอบการบริษัทนำเที่ยวของจีนจำนวน 8 บริษัท เสนอขายแพ็กเกจนำนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย ซึ่งมีราคาแพ็กเกจอยู่ที่ 7,000-15,000 หยวน หรือประมาณ 35,000-75,000 บาท ในระยะเวลาเดินทาง 7- 15 วัน คิดเป็นมูลค่ามากกว่า 15 ล้านบาท

โดยมีรถยนต์เดินทางเข้าประเทศไทยกว่า 37 คัน ผ่านเส้นทางด่านชายแดนเชียงของจังหวัดเชียงราย ซึ่งมีบริษัทนำเที่ยวในประเทศไทยดูแลตลอดเส้นทางท่องเที่ยว ตั้งแต่จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง พิษณุโลก สุโขทัย กรุงเทพมหานคร ชลบุรี (พัทยา) นครราชสีมา ขอนแก่น อุดรธานี และหนองคาย ซึ่งสามารถกระจายรายได้ทางการท่องเที่ยวไปสู่จังหวัดต่าง ๆ ตามเส้นทางของคาราวาน

ทั้งนี้ การเดินทางในรูปแบบคาราวานรถยนต์ไม่เพียงแต่กระจายรายได้สู่เมืองหลักเท่านั้น แต่ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในเมืองรองตามเส้นทางได้เป็นอย่างดี โดย ททท.มีความมุ่งมั่นที่จะผลักดันให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวที่มีคุณภาพและตามมาตรฐาน Trusted Thailand ควบคู่ไปกับการสอดแทรกกิจกรรมและประสบการณ์ทางการท่องเที่ยวภายใต้แนวคิด 5 Must do Thailand อาทิเช่น อาหารไทย ศิลปวัฒธรรมไทย เป็นต้น

“เดิมจะมีรถยนต์เข้าร่วมกว่า 100 คัน แต่ด้วยสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ผันผวนและความกังวลเรื่องการขาดแคลนน้ำมัน ทำให้เอเย่นต์ทัวร์หลายรายเปลี่ยนแผนการเดินทาง ส่งผลให้จำนวนรถคาราวานลดลงเหลือไม่ถึง 40 คัน”

นางสาวภัทรอนงค์ กล่าวต่อว่า หากพิจารณาจากค่าใช้จ่ายเฉลี่ยของนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาครั้งนี้ เฉลี่ยอยู่ที่ราว 6,000 บาทต่อคนต่อวัน ระยะเวลาเดินทางราว 15 วัน คิดเป็นมูลค่าของการใช้จ่ายราว 27 ล้านบาท ซึ่งเมื่อรวมกับมูลค่าจากการขายแพ็กเกจ 15 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่ารวมราว 42 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวบางส่วนที่ไม่ได้มาแบบคาราวานรถยนต์ ได้เปลี่ยนมาใช้แพ็กเกจทัวร์ที่เดินทางโดยเครื่องบินแทนการขับรถเอง และมีจุดหมายปลายทางมาเชียงใหม่เพื่อร่วมงานเทศกาลสงกรานต์ด้วยเช่นกัน

นางสาวภัทรอนงค์ กล่าวว่า นโยบาย One Belt One Road และการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางบก โดยเฉพาะเส้นทางคาราวานรถยนต์และรถไฟ ถือเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของรัฐบาลจีน ที่มุ่งเน้นการเชื่อมโยงการเดินทางระหว่างประเทศ การส่งเสริมการเดินทางข้ามพรมแดนด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถไฟจึงเป็นกลยุทธ์สำคัญในการกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในภูมิภาค

ขณะเดียวกัน ททท. ก็มีนโยบายผลักดันการท่องเที่ยวทางบก (Land Journey) ทั้งทางรถยนต์และรถไฟ ตามนโยบาย One Belt One Road เพื่อเชื่อมโยงการเดินทางข้ามพรมแดนอย่างเป็นระบบ โดยมุ่งเป้าให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน Trusted Thailand ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากตามเส้นทาง R3A ได้อย่างยั่งยืน

นางสาวภัทรอนงค์ กล่าวด้วยว่า นอกจากคาราวานจากจีนตอนใต้ผ่านเส้นทาง R3A แล้ว ททท.ยังมีการส่งเสริมการเดินทางทางบกจากภูมิภาค อื่นๆ เช่น การเดินทางจากภาคใต้ขึ้นสู่ภาคเหนือ และคาราวานรถหรูจากสิงคโปร์ที่เดินทางผ่านด่านสะเดาเพื่อขึ้นมายังภาคเหนือของไทย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของการท่องเที่ยวทางบกในประเทศไทยที่ททท.กำลังจะผลักดันให้กลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง กล่าวคือ การกลับมาของนักท่องเที่ยวในเส้นทางบกจึงเป็นสัญญาณที่ดีต่อการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยในระยะต่อไป