Skip to content

รมต.กัมพูชา ผิดหวัง ไทยจ่อยกเลิก MOU 44 สองชาติดีลต่อผ่าน UNCLOS

04 พ.ค. 2569 | 15:26น.
รมต.กัมพูชา ผิดหวัง ไทยจ่อยกเลิก MOU 44  สองชาติดีลต่อผ่าน UNCLOS

รมต.กัมพูชาระบุผิดหวังกับการเตรียมยกเลิก MOU 44 เพียงฝ่ายเดียวของไทย และจะเดินหน้าไกล่เกลี่ยด้วย UNCLOS 

เดอะพนมเปญโพสต์รายงานว่า กัมพูชาจะใช้กลไกการไกล่เกลี่ยภาคบังคับภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) หากไทยดำเนินการตามแผนที่จะยกเลิกบันทึกความเข้าใจปี 2001 หรือ MOU 44 เป็นการส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนจากการเจรจาทวิภาคี ไปสู่ช่องทางกฎหมายระหว่างประเทศ

นายกง โพก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศกัมพูชา ให้สัมภาษณ์พิเศษผ่านสถานีโทรทัศน์แห่งรัฐ (TVK) แสดงความผิดหวังอย่างยิ่งต่อรายงานที่ว่ารัฐบาลไทยกำลังเตรียมที่จะยกเลิก MOU 44 เพียงฝ่ายเดียว โดยอธิบายว่ากรอบดังกล่าวเป็นพื้นฐานของการเจรจาทางทะเลระหว่างสองประเทศมานานกว่าสองทศวรรษ เพื่อจัดการกับข้อพิพาทเรื่องการทับซ้อนกันในอ่าวไทย

นายโพกยังเตือนว่า การถอนตัวฝ่ายเดียวจะทำลายกลไกที่มีมายาวนาน ซึ่งมีรากฐานมาจากความร่วมมือและความปรารถนาดีต่อกัน ทำให้เกิดความไม่แน่นอนเกี่ยวกับวิธีการจัดการข้อพิพาทในอนาคต

“หากฝ่ายไทยถอนตัวออกจากบันทึกความเข้าใจฉบับนี้เพียงฝ่ายเดียว กัมพูชาจะไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องพึ่งพากฎหมายระหว่างประเทศ” นายโพกกล่าว โดยเป็นการเจาะจงถึง UNCLOS และกลไกการไกล่เกลี่ยภาคบังคับสำหรับการระงับข้อพิพาท

“นี่สะท้อนถึงความหวังอย่างจริงใจของเราว่า ทั้งสองประเทศจะสามารถบรรลุข้อตกลงที่เป็นธรรม ยุติธรรม และยั่งยืน สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศได้” นายโพกกล่าวเสริม โดยเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของกัมพูชาในการแก้ไขปัญหาอย่างสันติ

ทั้งนี้ มติชนรายงานเมื่อวันที่ 29 เมษายน ว่า นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ว่า ได้พบหารือและแจ้งนายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศกัมพูชา ว่าไทยอยู่ระหว่างดำเนินการยกเลิก MOU 44

นายสีหศักดิ์ระบุว่า การยกเลิก MOU 44 ไม่ได้หมายถึงการยกเลิกการเจรจา แต่ยังมุ่งเจรจาโดยใช้ UNCLOS โดยเฉพาะการมุ่งปักปันเขตแดนทางทะเล เมื่อดำเนินการตรงนี้ได้ถึงที่สุดชัดเจนว่าเขตทับซ้อนอยู่ตรงไหน จะทำให้การเจรจาง่ายขึ้น

นักวิเคราะห์กล่าวว่า การบรรจบกันของการเปลี่ยนแปลงที่เสนอโดยประเทศไทยและการเข้าเป็นสมาชิก UNCLOS อย่างเป็นทางการของกัมพูชาเมื่อเร็ว ๆ นี้ บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนผ่านที่กว้างขึ้น จากการทูตแบบทวิภาคีไปสู่กรอบระหว่างประเทศที่ยึดหลักกฎเกณฑ์

นายปู โสธีรักษ์ อดีตนักการทูตกัมพูชาระบุว่า MOU 44 เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ไทยและกัมพูชามีความสัมพันธ์ทางการเมืองที่ดี ทำให้สามารถพัฒนาพื้นที่ร่วมกันได้โดยไม่ต้องแก้ไขข้อพิพาทเรื่องอธิปไตย

“ในเวลานั้นมีความเข้าใจร่วมกัน และความตั้งใจทางการเมืองที่จะแก้ไขปัญหาข้อพิพาทที่ทับซ้อนกันผ่านการพัฒนาพื้นที่ร่วมกัน โดยตกลงกันว่าจะไม่กระทบต่ออธิปไตยและจะแบ่งปันผลประโยชน์” นายปูกล่าว อีกทั้งยอมรับว่า กลไกดังกล่าวแทบไม่ได้ถูกนำมาใช้งานเลย