เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เช็กรายชื่อเอกชนรับเหมา ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ กฟน.-กฟภ. พร้อมกางเงื่อนไขกู้หนุน 5 หมื่น
Economic เช็กรายชื่อเอกชนรับเหมา ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ กฟน.-กฟภ. พร้อมกางเงื่อนไขกู้หนุน 5 หมื่น
VGI แจงยิบ ก.ล.ต. ฟ้อง 3 ผู้ถือหุ้นใหญ่ คดีส่วนบุคคล ยันไม่กระทบธุรกิจ-หุ้นเทรดปกติ
Finance VGI แจงยิบ ก.ล.ต. ฟ้อง 3 ผู้ถือหุ้นใหญ่ คดีส่วนบุคคล ยันไม่กระทบธุรกิจ-หุ้นเทรดปกติ
กลุ่ม ปตท. ขยับเก้าอี้บริหาร! เปลี่ยนแม่ทัพการเงิน-CEO ด้าน OR รอคลังไฟเขียวซีอีโอใหม่
Finance กลุ่ม ปตท. ขยับเก้าอี้บริหาร! เปลี่ยนแม่ทัพการเงิน-CEO ด้าน OR รอคลังไฟเขียวซีอีโอใหม่
ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิด “อาคารชลพิพัฒน์”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิด “อาคารชลพิพัฒน์”
กนง. ยอมรับดอกเบี้ยต่ำนานเพิ่มความเสี่ยงต่อเสถียรภาพเกาะติดผลกระทบใกล้ชิด
Finance กนง. ยอมรับดอกเบี้ยต่ำนานเพิ่มความเสี่ยงต่อเสถียรภาพเกาะติดผลกระทบใกล้ชิด
คปภ. เร่งช่วยเหยื่อน้ำท่วมภูเก็ต ชี้ช่องรับเงินประกัน 1 หมื่นบาท ตามเงื่อนไข
Finance คปภ. เร่งช่วยเหยื่อน้ำท่วมภูเก็ต ชี้ช่องรับเงินประกัน 1 หมื่นบาท ตามเงื่อนไข
ราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) ปรับขึ้น 800 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,600 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) ปรับขึ้น 800 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,600 บาท
เริ่มแล้วออกแบบ 5 พื้นที่ประวัติศาสตร์สู่ ‘สวนสาธารณประโยชน์แห่งอนาคต เกาะรัตนโกสินทร์’
Real Estate เริ่มแล้วออกแบบ 5 พื้นที่ประวัติศาสตร์สู่ ‘สวนสาธารณประโยชน์แห่งอนาคต เกาะรัตนโกสินทร์’
‘ชัชชาติ’ ยื่นสภา กทม. ขอใช้เงินสะสมจ่ายขาด 1,139 ล้าน เร่งเยียวยา-ฟื้นฟูน้ำท่วม
Politics ‘ชัชชาติ’ ยื่นสภา กทม. ขอใช้เงินสะสมจ่ายขาด 1,139 ล้าน เร่งเยียวยา-ฟื้นฟูน้ำท่วม
จบเกมซื้อคืน ROH? ผู้ถือหน่วย GROREIT โหวตคว่ำดีล 4,873 ล้าน ไฟเขียวขายรายใหม่ 5,300 ล้าน
Finance จบเกมซื้อคืน ROH? ผู้ถือหน่วย GROREIT โหวตคว่ำดีล 4,873 ล้าน ไฟเขียวขายรายใหม่ 5,300 ล้าน
ดูทั้งหมด

รัฐออกกฎบังคับ KYC ก่อนยิงแอดบนโซเชียล สกัดมิจฉาชีพข้ามชาติ

09 พ.ค. 2569 | 14:09น.
โฆษณา โซเชียลมีเดีย KYC

รัฐคุมเข้มแพลตฟอร์มโซเชียล บังคับ KYC ก่อนยิงแอด สกัดมิจฉาชีพออนไลน์ เริ่มใช้ พ.ย. 69

นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก ระบุถึงการออกมาตรการป้องกันอาชญากรรมเทคโนโลยี โดยกำหนดให้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย จะต้องมีการยืนยันตัวตน (KYC) ก่อนทำการลงโฆษณาในแพลตฟอร์ม ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้วเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคมที่ผ่านมา

นายภาวุธ โพสต์ข้อความระบุว่า “มาตรการป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ 2)” ที่จะมาควบคุมแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ที่เพิ่งประกาศออกมาสดๆ ร้อนๆ เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 นี้ครับ โดยคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (คธอ.)

เห็นได้เลยว่ารอบนี้เขา “เอาจริง” ในการสกัดต้นตอของปัญหามิจฉาชีพที่ลงโฆษณาหลอกลวงคนทางออนไลน์ครับ

สรุป 3 #ประเด็นหลักที่คนทำออนไลน์ต้องรู้:

  1. ต้องยืนยันตัวตนก่อนยิง Ads: ต่อไปนี้ใครจะลงโฆษณาผ่านโซเชียลมีเดียในไทยแล้วมีการเก็บเงิน แพลตฟอร์ม “ต้อง” ให้เรายืนยันตัวตน (KYC) ก่อนเสมอ ยกเว้นว่าเคยยืนยันไปแล้วไม่เกิน 1 ปีครับ
  2. วิธียืนยันตัวตน: ทำได้ 2 แบบ คือ สแกนหน้าคู่กับบัตรประชาชน (Face Recognition) หรือใช้ระบบ Digital ID ที่ได้รับรองครับ
  3. เก็บข้อมูลยาว 90 วัน: แพลตฟอร์มต้องเก็บข้อมูลผู้ลงโฆษณา รวมถึง “คนจ่ายเงินแทน” ไว้ไม่น้อยกว่า 90 วันหลังโฆษณาจบ เพื่อให้ตามตัวได้ถ้ามีปัญหาครับ

ย้ำอีกที! กฎหมายนี้จะมีผลบังคับใช้จริงในอีก 180 วัน หรือประมาณ “#ต้นเดือนพฤศจิกายน 2569” นี้ครับ

มุมมองของผม :

มาตรการนี้คือการบีบให้แพลตฟอร์มต้องคัดกรองคนยิงแอด 100% ต่อไปพวกเพจปลอมหรือมิจฉาชีพที่อยู่ต่างประเทศจะยิงแอดข้ามมาหลอกคนไทยจะทำได้ยากขึ้นมาก เพราะต้องติดด่านการยืนยันตัวตนด้วยพาสปอร์ตหรือเอกสารนิติบุคคล

ถึงช่วงแรกเราที่เป็นคนทำงานอาจจะรู้สึกว่ามีขั้นตอนเพิ่มขึ้นนิดหน่อย แต่ในระยะยาวมันจะช่วยล้างระบบโฆษณาให้สะอาดขึ้น คนซื้อก็มั่นใจ คนขายของจริงๆ อย่างเราก็ไม่ต้องไปแข่งกับแอดเถื่อนครับ

ใครที่ทำธุรกิจออนไลน์อยู่ เตรียมตัวทำความคุ้นเคยกับระบบ KYC ของแต่ละแพลตฟอร์มไว้ได้เลยครับ!

กฎหมายตัวนี้จะป้องกันการยิง Ads ข้ามชาติอย่างไร?

น่าจะมีคนสงสัยว่าถ้าหาก ผู้ร้ายอยู่ต่างประเทศ จะมายิงโฆษณาจากต่างประเทศมาลงโฆษณาในประเทศไทย เค้าจะป้องกันยังไง? โดยหัวใจสำคัญอยู่ที่ข้อ 2 ของประกาศที่ระบุว่า “กรณีมีโฆษณาเผยแพร่ในประเทศไทยผ่านสื่อสังคมออนไลน์…”

– ยึด “พื้นที่เป้าหมาย” เป็นหลัก: กฎหมายไม่ได้สนว่าคนยิงโฆษณาจะนั่งอยู่ที่กัมพูชา จีน หรือยุโรป แต่ถ้าตั้งค่าโฆษณา (Targeting) ให้มาแสดงผลบนหน้าจอของ “คนในประเทศไทย” แพลตฟอร์มจะต้องบังคับให้ผู้ลงโฆษณารายนั้นยืนยันตัวตน “ทุกครั้งก่อนการประกาศโฆษณา”

– หากเป็นชาวต่างชาติก็ต้องยืนยันตัวตน: ในประกาศข้อ 2 (2) มีการระบุชัดเจนถึงการใช้ “หนังสือเดินทาง” (Passport) หรือ “หนังสือรับรองนิติบุคคล” (ของต่างประเทศ) เป็นหลักฐาน ดังนั้น มิจฉาชีพต่างชาติจะลักไก่ยิงแอดเข้ามาเฉยๆ โดยไม่ส่งเอกสารยืนยันตัวตนไม่ได้แล้ว

– เชือดไก่ให้ลิงดู (เอาผิดแพลตฟอร์ม): หากแพลตฟอร์ม (เช่น Facebook, Google, TikTok) ปล่อยให้มีโฆษณาหลอกลวงข้ามชาติหลุดเข้ามาแสดงผลในไทย โดยที่แพลตฟอร์มไม่ได้ทำการยืนยันตัวตน (KYC) บุคคลนั้นไว้ แพลตฟอร์มจะมีความผิดตามกฎหมายไทยทันที ซึ่งอาจนำไปสู่การปรับ หรือมาตรการทางกฎหมายอื่นๆ จากกระทรวงดีอีเอสและตำรวจไซเบอร์ (สอท.)

ประกาศแล้วในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569″