เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เฟดเสียงแตก คงดอกเบี้ยตามคาด 3.50-3.75%
World เฟดเสียงแตก คงดอกเบี้ยตามคาด 3.50-3.75%
พลังจิตอาสา ‘แสนสิริ’ ทำความดีเพื่อสังคม ส่งต่อโอกาสแก่กลุ่มเปราะบาง 4 มิติ
Biz Movement พลังจิตอาสา ‘แสนสิริ’ ทำความดีเพื่อสังคม ส่งต่อโอกาสแก่กลุ่มเปราะบาง 4 มิติ
รื้อแล้ว! ปั๊ม SINOPEC SUSCO รัชดา จับตา SC ขึ้นโปรเจ็กต์ใหม่
Real Estate รื้อแล้ว! ปั๊ม SINOPEC SUSCO รัชดา จับตา SC ขึ้นโปรเจ็กต์ใหม่
สภาผู้บริโภค แฉ 50 คอนโดดัง เข้าข่ายละเมิดกฎหมาย ส่งเรื่องถึง กทม. แต่ยังไร้การแก้ไข
Real Estate สภาผู้บริโภค แฉ 50 คอนโดดัง เข้าข่ายละเมิดกฎหมาย ส่งเรื่องถึง กทม. แต่ยังไร้การแก้ไข
ปลดล็อกความอัดอั้น สู่ยุคทอง ‘คอนเสิร์ต-ไลฟ์เฮาส์’
Business ปลดล็อกความอัดอั้น สู่ยุคทอง ‘คอนเสิร์ต-ไลฟ์เฮาส์’
‘ทูมอร์โรว์แลนด์’ ปลุกเศรษฐกิจ บุ๊กกิ้งโรงแรม ‘ชลบุรี-ระยอง’ แน่น
Economic ‘ทูมอร์โรว์แลนด์’ ปลุกเศรษฐกิจ บุ๊กกิ้งโรงแรม ‘ชลบุรี-ระยอง’ แน่น
พาณิชย์เตือนรัฐ-เอกชน ใช้ข้อมูลกรรมการ-ผู้ถือหุ้นระวังผิด PDPA
Economic พาณิชย์เตือนรัฐ-เอกชน ใช้ข้อมูลกรรมการ-ผู้ถือหุ้นระวังผิด PDPA
สหรัฐแบนนำเข้า ‘หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์-อินเวอร์เตอร์’ รุ่นใหม่จากจีน
World สหรัฐแบนนำเข้า ‘หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์-อินเวอร์เตอร์’ รุ่นใหม่จากจีน
เตือนไทยเสี่ยง “Stagflation” สงคราม 3 สมรภูมิดันน้ำมันเกิน 100 ดอลลาร์ เงินเฟ้อพุ่ง 2.4-3.3%
Economic เตือนไทยเสี่ยง “Stagflation” สงคราม 3 สมรภูมิดันน้ำมันเกิน 100 ดอลลาร์ เงินเฟ้อพุ่ง 2.4-3.3%
อดีตทูตรัศม์  ขอโทษ “นายกฯอนุทิน”” ปมเพลงเถียนมี่มี่ หวั่นไทยเสียดุลการทูตยุค “หวานชื่น”
Politics อดีตทูตรัศม์ ขอโทษ “นายกฯอนุทิน”” ปมเพลงเถียนมี่มี่ หวั่นไทยเสียดุลการทูตยุค “หวานชื่น”
ดูทั้งหมด

เยฟกินี โทมิคิน เอกอัครราชทูตฯ : สหภาพยุโรปยังคงทำร้ายตัวเอง

24 พ.ค. 2569 | 13:05น.

บทความโดย เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทย นายเยฟกินี โทมิคิน (Evgeny Tomikhin)

สหภาพยุโรปยังคงทำร้ายตัวเอง

การที่สหภาพยุโรปออกมาประกาศมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียชุดที่ 20 นั้น อยากตั้งคำถามแบบมีเหตุผลว่า แล้วมันส่งผลอย่างไร แล้วใครเป็นคนที่ต้องแบกรับต้นทุนดังกล่าวในท้ายที่สุด

การคว่ำบาตรที่ชอบด้วยกฎหมายนั้น ตามกฎหมายระหว่างประเทศจะต้องได้รับมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเท่านั้น มาตรการอื่นๆ ถือว่าเป็นการกระทำเพียงฝ่ายเดียว ไม่มีสถานะในทางกฎหมายระหว่างประเทศ ดังนั้น การแสดงออกของสหภาพยุโรปนั้น คือการสร้างแรงกดดันทางการเมืองและก่อให้เกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมมากกว่ากลไกทางกฎหมายระหว่างประเทศที่ได้รับการยอมรับ

ฝ่ายยุโรปต้องการให้การคว่ำบาตรให้กลายเป็นเครื่องมือในการทำลายเศรษฐกิจของรัสเซีย แต่ในทางตรงกันข้ามมาตรการนี้ส่งผลกระทบรุนแรงต่อประเทศต่างๆ ในยุโรปเอง

มาตรการเหล่านี้ได้ส่งผลกระทบไม่ดีต่อความสัมพันธ์ทวิภาคีมานานแล้ว ประเทศบางประเทศเคยผลักดันการคว่ำบาตรด้วยเหตุผลทางภูมิรัฐศาสตร์นั้นต่างได้รับผลกระทบจากแนวทางนี้ จากการประเมินโดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) การเติบโตของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วในปี 2025 นั้นจะเติบโตไม่เกิน 1.7% และในปี 2026 คาดว่าไม่เกิน 1.8% และประเทศในกลุ่มยุโรป ตัวเลขยิ่งต่ำลง โดยอยู่ที่ 1.4% ในปี 2025 และ 1.3% ในปี 2026 นอกจากนั้น เรายังต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนอื่นๆ อีก เช่น ผลจากการปฏิบัติการของสหรัฐกับอิสราเอลต่อประเทศอิหร่าน รวมถึงความเสี่ยงจากสถานการณ์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ

ประเทศในยุโรปกำลังเผชิญกับความสูญเสียทางเศรษฐกิจตั้งแต่ปี 2022-2025 จากผลกระทบซ้อนจากการดำเนินนโยบายคว่ำบาตรต่อประเทศรัสเซียอยู่ที่ 1-1.6 ล้านล้านยูโร เป็นผลกระทบโดยตรง และกระทบต่อโครงสร้างทางเศรษฐกิจของสหภาพยุโรปในระยะยาว

ผลกระทบทางอ้อมนั้นเกิดกับตัวเลขของ GDP ของยุโรปเองที่ลดลง และจะยังคงส่งผลต่อสหภาพยุโรปไปอีกนาน มีผลต่อศักยภาพในการเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาคเอง

เราได้เห็นตัวอย่างจากประเทศเยอรมนี ที่เศรษฐกิจในปี 2025 เติบโตเพียง 0.2% และคาดว่าจะฟื้นตัวเพียงเล็กน้อยในปี 2026 ที่ 1.1% และ 1.5% ในปี 2027 ส่วนประเทศฝรั่งเศส จีดีพีเติบโตเพียง 0.8% และคาดว่าจะเติบโตเพียง 1.0% ในปี 2026 และ 1.2% ในปี 2027 ขณะเดียวกันอิตาลีมีจีดีพีเติบโตต่ำกว่าที่ 0.5% ในปี 2025 และ ไม่เกิน 0.7% ในปีต่อไป

คณะกรรมาธิการของยุโรปเองออกมายอมรับว่า ภาคเศรษฐกิจของเยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี และเนเธอร์แลนด์ ยังคงมีสัญญาณของภาวะชะงักงันอย่างต่อเนื่อง ฝ่ายบรัสเซลส์ยอมรับว่าการยุติความร่วมมือด้านพลังงานกับรัสเซียนั้นลดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมในยุโรป

มีการประเมินเองของประเทศสมาชิกของสหภาพยุโรปอย่างกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานสหพันธ์แห่งเยอรมนีได้คาดการณ์ส่วนแบ่งทางการค้าในตลาดโลกจะมีแนวโน้มลดลง เป็นหนึ่งในความน่ากังวลของเขตเศรษฐกิจใหญ่ของยุโรป

มีความพยายามชดเชยผลกระทบจากการดำเนินการของภาครัฐที่แลกมาด้วยต้นทุนที่สูงขึ้นจนนำไปสู่การสร้างหนี้สาธารณะเพิ่มมากขึ้น ในหลาย ๆ ประเทศ อาทิเช่น กรีซ อิตาลี ฝรั่งเศส สเปน เบลเยียม และโปรตุเกส หนี้สาธารณะได้เกิน 100% ของ GDP ไปแล้ว และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กองทุนการเงินระหว่างประเทศคาดการณ์ว่าในปี 2040 หนี้อาจจะพุ่งไปถึง155–190% ของจีดีพี

รัสเซียได้แสดงออกถึงความยืดหยุ่นของเศรษฐกิจและมีการปรับตัวเมื่อต้องเผชิญการคว่ำบาตรอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยปี 2024 รัสเซียได้กลายเป็นเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 4 ของโลกตามจีดีพีตามกำลังซื้อ (GDP – PPP) และยังรักษาอันดับดังกล่าวไว้ในปี 2025 ความสำเร็จเกิดจากการสร้างศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศภายในอย่างเป็นระบบ การพัฒนาอุตสาหกรรม ภาคเกษตร เทคโนโลยีดิจิทัล และการปรับทิศทางความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ รัสเซียยังขยายความร่วมมือกับประเทศในเอเชีย แอฟริกา และลาตินอเมริกา พร้อมทั้งสร้างกลไกด้านโลจิสติกส์และการเงินใหม่ ๆ โดยให้ความสำคัญกับความร่วมมือกับประเทศอาเซียน โดยเฉพาะประเทศไทย ซึ่งการค้าทวิภาคียังคงเติบโตและมีศักยภาพสูง

ประเทศรัสเซียมีบทบาทสำคัญในการรักษาความมั่นคงด้านพลังงานและอาหารของโลก เป็นผู้จัดหาทรัพยากรให้กับตลาดโลก

เรามองว่า มาตรการคว่ำบาตรชุดล่าสุดจากสหภาพยุโรปไม่ใช่เครื่องมือที่ส่งผลอะไรตามที่ได้ประกาศไว้ แต่เป็นนโยบายที่ขาดการไตร่ตรอง ผลกระทบจะเกิดกับสหภาพยุโรปเอง ยุโรปจะต้องเผชิญกับปัญหาภายในที่เพิ่มสูงขึ้น ความสามารถในการแข่งขันที่ลดลง แทนที่จะมีความแข็งแกร่งขึ้นในทางเศรษฐกิจ

คำถามคือ แล้วสหภาพยุโรปจะดำเนินมาตรการที่ไร้ประโยชน์ไปอีกนานแค่ไหน เรามองเห็นความย้อนแย้งในความพยายามโดดเดี่ยวรัสเซียจากเวทีโลก แต่เป็นยุโรปเองที่กำลังโดดเดี่ยวตัวเองมากขึ้น และทำลายเศรษฐกิจของตัวเอง

คำตอบของคำถามนี้ไม่เพียงเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างยุโรปกับรัสเซียเท่านั้น แต่เป็นคำตอบของเสถียรภาพทางเศรษฐกิจระยะยาวของสหภาพยุโรปเองด้วย