รมว.อุตฯ รับปาก ยกเลิกเตาหลอมเหล็ก IF แน่ แต่จะให้เวลาปรับตัว ย้ำแนวทางประเทศไทยต้องขายจุดแข็ง “เกษตรอาหาร” ผลักดันนโยบายแปรรูปสินค้าเกษตร สร้างมูลค่าสูง เร่งวิจัยพัฒนาพันธุ์อ้อย หวังเพิ่มมูลค่าขายจากตันละ 890 บาท ให้เป็น 20 ล้านบาทให้ได้ ติงดาต้า เซ็นเตอร์ ต้องจ่ายค่าไฟแพงกว่าอุตฯ อื่น
นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมยกเลิกเตาผลิตเหล็ก IF (Induction Furnace) ที่ใช้ไฟฟ้าเหนี่ยวนำแม่เหล็กเพื่อหลอมเศษเหล็ก หลังจากเกิดข้อถกเถียงเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยและคุณภาพเหล็ก โดยจะใช้วิธีผลักดันให้ผู้ประกอบการเตา IF ซึ่งมีประมาณ 11 รายในประเทศไทยทยอยเปลี่ยนไปสู่เตาระบบ EF (Electric Arc Furnace) ใช้กระแสไฟฟ้าอาร์คความร้อนสูงผ่านขั้วไฟฟ้า ที่มีมาตรฐานสูงกว่าและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น อย่างไรก็ตามภาครัฐต้องให้เวลาผู้ประกอบการปรับตัวและวางแนวทางเปลี่ยนผ่านอย่างเหมาะสม โดยจะต้องหารือร่วมกับสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กรมโรงงานอุตสาหกรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ให้เวลาปรับตัวเลิกเตา IF
“ต้องบอกว่าอาจจะไม่ใช่วันนี้พรุ่งนี้ที่จะยกเลิกได้ทันที เพราะวันแรกที่เขาเข้ามาลงทุนเราก็เชิญชวนเขามา วันนี้จะบอกว่าหมดประโยชน์แล้วไม่เอาเลยก็ไม่ได้ ต้องให้เวลาเขาปรับตัว”
นโยบายอุตสาหกรรมไทยในระยะต่อไป ประเทศไทยจำเป็นต้องทบทวนว่าอุตสาหกรรมแบบไหนที่จะสร้างประโยชน์ให้ประเทศอย่างแท้จริง แม้ปัจจุบันไทยจะเดินหน้าดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ ต้องตอบคำถามให้ได้ว่าคนไทยได้อะไร ขณะที่จุดแข็งสำคัญที่สุดยังคงเป็นอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร ซึ่งสิ่งที่ประเทศไทยมีคือ Food Security ความมั่นคงทางอาหาร
“ผมได้หารือกับนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ถึงเรื่องที่ว่าอัตราค่าไฟฟ้าของกลุ่ม Data Center จะต้องเป็นเรตที่แพงกว่าปกติ อาจต้องให้บีโอไอกำหนดเงื่อนไข Local Content เพิ่มไปด้วยจะ 50% หรือ 60% ก็ต้องทำ รวมถึงเรื่องการวางเงินหลักประกัน ซึ่งตอนนี้หลักการเสร็จแล้ว”
หนุนอุตฯ เกษตรมูลค่าสูง
ทั้งนี้ ไทยต้องยกระดับไปสู่สินค้าเกษตรมูลค่าสูง เพื่อให้เกษตรกรได้รับประโยชน์มากขึ้น เช่น การพัฒนาข้าว พรีเมี่ยมและข้าวรักษ์โลก ขณะเดียวกันยังช่วยเพิ่มผลผลิตต่อไร่จากเดิมเฉลี่ย 500-600 กิโลกรัม เป็น 800-900 กิโลกรัม หรือเพิ่มขึ้นราว 30% รวมทั้งยังสามารถสร้างรายได้จากคาร์บอนเครดิตให้เกษตรกรได้อีกทางหนึ่ง นอกจากนี้กระทรวงอุตสาหกรรมกำลังผลักดันการแปรรูปสินค้าเกษตรให้เป็นสินค้า High Value Product ผ่านศูนย์อุตสาหกรรมต่าง ๆ ของกระทรวงที่มีอยู่ทั่วประเทศรวม 11 ศูนย์ โดยเฉพาะการนำผลผลิตทางการเกษตรและสมุนไพรไทยมาแปรรูป สกัดสารสำคัญ และสร้างมูลค่าเพิ่มแทนการส่งออกวัตถุดิบราคาถูก เช่น อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล พบว่าปัจจุบันอ้อย 1 ตัน มีราคาประมาณ 890 บาท แต่หากนำไปสกัดสารบางชนิดที่ใช้ในอุตสาหกรรมปุ๋ยและน้ำมันเครื่อง จะสามารถสร้างมูลค่าได้สูงถึงกิโลกรัมละ 20,000 บาท กระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมเร่งวิจัยและพัฒนาพันธุ์อ้อย เพื่อเพิ่มค่าความหวาน (CCS) รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการสกัดในโรงงานเพื่อดึงมูลค่าสูงสุดจากวัตถุดิบทางการเกษตร
ดัน Super License ลดขั้นตอน
สิ่งที่ประเทศไทยต้องเร่งแก้ไข คือ ความยุ่งยากของระบบอนุญาตลงทุน อีกทั้งประเด็นที่คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เปิดเผยข้อมูลหน่วยงานภาครัฐที่มีข้อร้องเรียนเรื่องธรรมาภิบาลและการรับสินบน ยอมรับว่ากระทรวงอุตสาหกรรมเองอยู่ในลำดับใกล้เคียงเช่นกัน จึงมอบหมาย ให้ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมเร่งยกระดับความโปร่งใสของหน่วยงานในสังกัด โดยเฉพาะการผลักดันระบบ Super License เพื่อรวมศูนย์และลดขั้นตอนการอนุญาต และการดิจิทัลไลซ์ระบบอนุญาตต่าง ๆ เพื่อลดช่องว่างการทุจริตและลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ โดยตั้งเป้าให้ระบบใหม่เกิดขึ้นภายในปี 2569-2570
เอกชนโอดอุตฯ เหล็กยังไม่ฟื้น
นายประวิทย์ หอรุ่งเรือง ที่ปรึกษาสมาคมเหล็กทรงยาวมาตรฐาน ตัวแทนกลุ่ม 10 สมาคมผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กไทย กล่าวว่า ผู้ประกอบการได้เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาวิกฤตอุตสาหกรรมเหล็ก 8 ข้อ ประกอบด้วย 1.การออกกฎกระทรวงห้ามตั้งหรือขยายโรงงานเหล็กแผ่นรีดร้อน เหล็กลวด ท่อเหล็ก และโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน 2.แนวทางการเปิดดำเนินการของโรงงานผลิตเหล็กเส้น 3.การควบคุมสินค้าเหล็กโครงสร้างสำเร็จรูป (พิกัด 7308) ที่นำเข้าจากต่างประเทศ 4.นโยบายส่งเสริมการใช้เหล็กในโครงการร่วมลงทุนภาครัฐเอกชน (PPP) และโครงการที่ส่งเสริมการลงทุน และต่อยอดมาตรการ Made in Thailand 5.การสนับสนุนการบังคับใช้มาตรการทางการค้าเพื่อป้องกันปัญหานำเข้าสินค้าเหล็กทุ่มตลาดจากต่างประเทศ 6.การรับรองอุตสาหกรรมสีเขียว ระดับ 4-5 เพื่อส่งเสริมให้เกิดการลงทุนปรับปรุงเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero Carbon 7.การสงวนเศษเหล็กเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบผลิตสินค้าเหล็กในประเทศ 8.การออกนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมจัดการซากรถยนต์
“สิ่งที่กระทรวงอุตสาหกรรมดำเนินการแล้ว คือ การผลักดันกฎหมายห้ามตั้งหรือขยายโรงงานผลิตเหล็ก จำนวน 5 สินค้า การจัดทำมาตรฐานบังคับสำหรับวัสดุที่เป็นส่วนประกอบของโครงสร้างเหล็กสำเร็จรูป”