เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
Finance มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
Finance ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
Uncategorized โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
Economic ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
‘นครินทร์ เมฆไตรรัตน์’ เปิดมุมมองกฎหมายกับนโยบายสาธารณะ ชงตั้งหน่วยงานออกแบบเฉพาะรับมิติโลกใหม่
Biz Movement ‘นครินทร์ เมฆไตรรัตน์’ เปิดมุมมองกฎหมายกับนโยบายสาธารณะ ชงตั้งหน่วยงานออกแบบเฉพาะรับมิติโลกใหม่
ราคาทองวันนี้ (7 ก.ย. 69) ร่วงลง 600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,350 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (7 ก.ย. 69) ร่วงลง 600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,350 บาท
มรดกที่มีค่าที่สุด อาจไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในพินัยกรรม
Finance มรดกที่มีค่าที่สุด อาจไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในพินัยกรรม
Nike จากรองเท้าท้ายรถ สู่แบรนด์กีฬาระดับโลก ก่อนหลุด S&P 100
Business Nike จากรองเท้าท้ายรถ สู่แบรนด์กีฬาระดับโลก ก่อนหลุด S&P 100
โฆษกรัชดา ลาออกแล้ว จับตา ครม.พรุ่งนี้ เคาะโฆษกรัฐบาลคนใหม่
Politics โฆษกรัชดา ลาออกแล้ว จับตา ครม.พรุ่งนี้ เคาะโฆษกรัฐบาลคนใหม่
ดอกเบี้ย 1% ยังเหมาะสม FETCO ชี้เศรษฐกิจ-SMEs ไม่พร้อมรับขาขึ้น
Finance ดอกเบี้ย 1% ยังเหมาะสม FETCO ชี้เศรษฐกิจ-SMEs ไม่พร้อมรับขาขึ้น
ดูทั้งหมด

ถอดรหัสความได้เปรียบทางธุรกิจสไตล์ผู้นำยุคใหม่เมื่อNet Zero กลายเป็นวาระหลักบนโต๊ะทำงานของCEO

02 มิ.ย. 2569 | 16:45น.

ชั่วโมงนี้หันไปทางไหนก็เจอแต่โจทย์ยากรอบทิศ ทั้งเรื่องดอกเบี้ยผันผวน การค้าโลกที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ แถมราคาพลังงานยังวิ่งขึ้นวิ่งลงจนเดาทิศทางลำบาก ผู้บริหารหลายคนเลยเลือกที่จะเพลย์เซฟ ด้วยการรอดูสถานการณ์ไปก่อน ซึ่งเอาเข้าจริงก็เป็นทางเลือกที่เข้าใจได้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าอันตรายมาก

เพราะถ้ามองย้อนประวัติศาสตร์ธุรกิจ คนที่รอดจากวิกฤตส่วนใหญ่ไม่ใช่คนที่ตั้งรับเก่งที่สุด แต่เป็นคนที่มองเห็นทิศทางลมก่อนแล้วขยับตัวในขณะที่คนอื่นยังลังเลอยู่ และในโลกวันนี้ ทิศทางลมนั้นมีชื่อว่า ‘ต้นทุนพลังงาน’ และ ‘กติกาการค้าใหม่’ อย่างมาตรการ CBAM (ภาษีคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของยุโรป) ที่เริ่มบังคับใช้เต็มรูปแบบ ซึ่งกำลังกลายเป็นเส้นแบ่งความเป็นความตายของทุกอุตสาหกรรม

ลองถามตัวเองเล่นๆ ก็ได้ว่า ถ้าราคาพลังงานดีดตัวสูงขึ้นพรุ่งนี้ ธุรกิจของเราจะทนแรงกระแทกไหวแค่ไหน ในวันที่คู่แข่งอาจจะซุ่มปรับตัวไปไกลแล้ว หรือถ้ามองภาพยาวไปอีก 5 ปีข้างหน้า เรามั่นใจแค่ไหนว่าเราเห็นทิศทางพลังงานชัดพอที่จะตัดสินใจเรื่องใหญ่ๆ และที่สำคัญที่สุดคือ วันนี้ทีมงานในองค์กรพร้อมลุยเรื่องความยั่งยืนได้เอง หรือยังคงต้องรอให้เราคอยสั่งอยู่ทุกฝีก้าว

ถ้าคำตอบสำหรับเรื่องเหล่านี้ยังดูเบลอๆ พร่ามัว นั่นเป็นสัญญาณเตือนว่าธุรกิจกำลังเดินอยู่บนความเสี่ยง และเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงต้องคุยกันเรื่องนี้อย่างจริงจัง

อย่าปล่อยให้คู่แข่งลอยตัว ในวันที่เรายังแบกต้นทุน

หากมองไปรอบตัวในโลกธุรกิจวันนี้ บริษัทที่นิ่งนอนใจและยอมแบกต้นทุนพลังงานสูงๆ ก็เหมือนกำลังเดินลงสนามไปสู้แบบเสียเปรียบ ผิดกับคู่แข่งที่ไหวตัวทันและเริ่มลงทุนระบบโซลาร์เซลล์ไปก่อนหน้านี้ ที่สามารถลดต้นทุนค่าไฟในภาคการผลิตลงได้สูงสุดถึง 30-40% จนปัจจุบันพวกเขาแทบจะลอยตัวด้วยต้นทุนคงที่ และเซฟค่าไฟไปได้มหาศาล

ยิ่งถ้าเป็นฝั่งขนส่ง บริษัทที่ยังพึ่งพาน้ำมันคงต้องปวดหัวกับค่าใช้จ่ายที่พร้อมจะสวิงขึ้นตลอดเวลา สวนทางกับคู่แข่งที่เปลี่ยนผ่านไปสู่ฝูงรถ EV เรียบร้อยแล้ว แถมยังสามารถนำเม็ดเงินส่วนต่างที่ประหยัดได้ส่วนนั้นไปต่อยอดลงทุนเพื่อทิ้งห่างออกไปอีกก้าว

ภาพความเหลื่อมล้ำเหล่านี้สะท้อนชัดเจนว่า เวลานี้ตัวเลขค่าไฟท้ายใบแจ้งหนี้ขยับขึ้นมาเป็นเส้นแบ่ง ‘ความสามารถในการแข่งขัน’ ทางธุรกิจอย่างเต็มตัว และผู้นำที่เข้าใจเรื่องนี้ช้ากว่าคู่แข่งก็เท่ากับกำลังยอมสูญเสียพื้นที่ทำมาหากินของตัวเองไปทุกวัน

Advertisement

Net Zero ไม่ใช่โปรเจกต์ของ CSR แต่คือ Agenda ของ CEO

ปัญหาคลาสสิกขององค์กรไทยส่วนใหญ่คือ การโยนเรื่อง Net Zero หรือ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ให้เป็นงานของทีมสิ่งแวดล้อม ทีม CSR หรือทีม Sustainability สุดท้ายผลลัพธ์เลยติดอยู่แค่การทำรายงานประจำปี การจัดกิจกรรมปลูกต้นไม้ หรือการซื้อคาร์บอนเครดิตเพียงเพื่อให้ภาพลักษณ์ดูดี

แต่ในมุมธุรกิจ Net Zero ของจริงเป็นเรื่องที่ฝากใครทำแทนไม่ได้ เพราะเกี่ยวพันกับการตัดสินใจระดับโครงสร้าง ตั้งแต่การอนุมัติงบลงทุนในพลังงานทดแทนว่าจะเริ่มเมื่อไหร่และเท่าไหร่ การปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตตรงไหนถึงจะคุ้มค่าที่สุด ไปจนถึงการสื่อสารกับนักลงทุนและพันธมิตรระดับโลกอย่างไรให้น่าเชื่อถือ

ที่ขาดไม่ได้คือ ‘เรื่องคน’ จะสร้างวัฒนธรรมองค์กรอย่างไรให้ทีมงานทุกระดับเข้าใจ เชื่อมั่น และพร้อมเดินหน้าโดยไม่ต้องรอให้สั่ง การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์เหล่านี้ไม่มีใครทำแทนผู้นำสูงสุดอย่าง CEO ได้เลย

เมื่อโจทย์ยกระดับมาถึงขั้นนี้ คุณสมบัติของผู้นำยุคใหม่จึงไปไกลกว่าแค่รู้ลึกเรื่อง Carbon Footprint สิ่งที่สำคัญกว่าคือ ‘การมองเห็นภาพใหญ่ได้ชัดพอที่จะตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ’ รู้ว่าโครงสร้างพลังงานโลกกำลังเปลี่ยนไปทางไหน อ่านออกว่าธุรกิจตัวเองจะได้รับผลกระทบหรือเห็นโอกาสใหม่จากการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างไร และสร้างแรงบันดาลใจให้คนในองค์กรเดินตามได้โดยไม่ต้องรอให้ทุกอย่างนิ่งก่อน 

ซึ่งทักษะและวิสัยทัศน์เฉียบคมเหล่านั้นไม่ได้เกิดขึ้นเอง แต่ต้องผ่านการกลั่นกรองและเรียนรู้จากผู้ที่ลงมือทำสำเร็จมาแล้ว คำถามคือ แล้วผู้นำที่พร้อมจะขยับตัวก่อนคนอื่น จะเริ่มต้นจากตรงไหนได้บ้าง

ถอดทฤษฎีสู่การปฏิบัติจริงกับไฮไลต์สำคัญใน ‘Net Zero CEO’ รุ่นที่ 3

นั่นคือเหตุผลเบื้องหลังการบ่มเพาะวิสัยทัศน์ของหลักสูตร ‘Net Zero CEO’ ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในรุ่นที่ 1 และรุ่นที่ 2 จนมีผู้นำด้านความยั่งยืนสำเร็จการศึกษาไปแล้วกว่า 100 ท่าน ผ่านการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างองค์กรอย่างเข้มข้น ล่าสุด สถาบันคาร์บอนเพื่อความยั่งยืน (CBiS) และ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยการสนับสนุนของ ธนาคารกสิกรไทย (KBank)  และ ศูนย์วิจัยสภาพภูมิอากาศสร้างสรรค์ (Creative Climate Research Center: CCRC) จึงมุ่งมั่นพัฒนาหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3

หลักสูตร Net Zero CEO รุ่นที่ 3 ในปีนี้ แตกต่างจากคอร์สทั่วไปตรงที่ไม่ได้เน้นสอนให้คุณรู้ทฤษฎี แต่ดีไซน์มาเพื่อสร้างผู้นำให้นำองค์กรได้จริง โดยมีเป้าหมายให้ผู้บริหารระดับสูงทั้งภาครัฐและเอกชน มีความรู้ความเข้าใจเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในหลากหลายมิติ เพื่อนำไปใช้วางกลยุทธ์ กำหนดแนวทางการขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืน และร่วมเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันประเทศไทยให้สามารถบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ได้ในอนาคต

ตลอด 16 สัปดาห์ของการเรียนรู้ จะไม่มีการนั่งฟังบรรยายแห้งๆ ในห้องเรียน แต่เป็นการร่วมถอดรหัสความคิดจากผู้นำแถวหน้าตัวจริงกว่า 25 ท่าน ที่กำลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจและความยั่งยืนของประเทศ ทั้งจากภาคพลังงาน การเงิน อุตสาหกรรม และภาครัฐ พร้อมเจาะลึกกรณีศึกษา (Case Study) จาก 10 องค์กรชั้นนำที่ลงมือทำจริงแล้วเห็นผลลัพธ์ทางธุรกิจในหลากหลายอุตสาหกรรม

นอกจากนี้ คุณจะได้สัมผัสประสบการณ์พิเศษที่หาจากที่ไหนไม่ได้ ตั้งแต่การเรียนรู้แนวคิดการจัดการพื้นที่อย่างยั่งยืนผ่านโครงการ ‘น่านแซนด์บอกซ์’ จากคุณบัณฑูร ล่ำซำ ไปจนถึงการเดินทางไปศึกษาดูงานอุตสาหกรรมสีเขียวของไทย (Field Study) ณ จ.ชลบุรี และศึกษาดูงานประเทศต้นแบบด้านความยั่งยืนอย่างเดนมาร์ก ที่พิสูจน์ให้โลกเห็นว่าการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานในระดับประเทศสามารถทำได้จริง และเหนือสิ่งอื่นใดคือ การได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายผู้นำด้านความยั่งยืนที่แข็งแกร่งที่สุดในประเทศไทย ที่พร้อมจะเคียงข้างและขับเคลื่อนธุรกิจไปกับคุณหลังจากจบคอร์ส

ถ้าวันนี้คุณยังไม่แน่ใจว่าองค์กรพร้อมแค่ไหนสำหรับการเปลี่ยนแปลงที่กำลังมาถึง นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าถึงเวลาแล้วที่จะเริ่มต้นอย่างจริงจัง หลักสูตร ‘Net Zero CEO’ รุ่นที่ 3 พร้อมเปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2569 เท่านั้น ซึ่งเปิดรับจำนวนจำกัดและจะปิดรับทันทีเมื่อที่นั่งเต็ม โดยมีกำหนดการจัดเรียนทุกวันอังคาร ตั้งแต่วันที่ 7 กรกฎาคม ยาวไปจนถึงวันที่ 1 ธันวาคม 2569

ผู้บริหารทั้งภาครัฐและเอกชนที่สนใจเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการกำหนดอนาคตธุรกิจ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งได้โดยตรง ผ่านทาง Line OA: @netzeroceoofficial หรือคลิกเข้าไปศึกษารายละเอียดและเงื่อนไขทั้งหมดได้ที่เว็บไซต์ netzeroceothailand.kasikornbank.com