“แกร็บ-ไลน์แมน-โรบินฮู้ด-ช้อปปี้ฟู้ด” เปิดศึกชิงร้านค้าไทยช่วยไทยพลัส 60/40 “ฟู้ดดีลิเวอรี่” ผ่านแอปพลิเคชั่นถุงเงิน เริ่มสั่งออร์เดอร์ 15 มิ.ย.นี้ แข่งส่งฟรี อัดแพ็กเกจจูงใจชุดใหญ่ “แกร็บ” หั่น GP เหลือต่ำสุด 9% ชูเติมเกลหน้าร้าน-ให้สินเชื่อวงเงินสูงสุด 2 ล้าน “ไลน์แมน” ย้ำแชมป์เก่าลดค่า GP 15% อัดงบฯ โปรโมต 200 ล้าน “โรบินฮู้ด” ลด GP เหลือ 10.5% ดันแผน Thai First-เงินไทยหมุนไทย “ช้อปปี้ฟู้ด” ชู GP 13%
1 ร้าน 1 แพลตฟอร์มเท่านั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 10 มิ.ย. 2569 จะเป็นวันแรกที่จะมีการเปิดให้ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ลงทะเบียนเลือกแพลตฟอร์ม “ฟู้ดดีลิเวอรี่” ผ่านแอปพลิเคชั่นถุงเงิน ก่อนจะเริ่มเปิดรับคำสั่งซื้อตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย. 2569 เป็นต้นไป โดยร้านค้าสามารถเลือกได้แค่แพลตฟอร์มเดียว ต้องมีการใช้งานอยู่แล้ว และไม่สามารถเปลี่ยนแปลงตัวเลือกภายหลังได้
ทำให้กลุ่มผู้ให้บริการแพลตฟอร์มฟู้ดดีลิเวอรี่ ที่เข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นแกร็บ (Grab), ไลน์แมน (LINE MAN), โรบินฮู้ด (Robinhood) และช้อปปี้ฟู้ด (ShopeeFood) ต่างเดินเกมรุกด้วยการออกสิทธิประโยชน์จูงใจอย่างหนัก โดยเฉพาะการลดค่า GP ในอัตราพิเศษ เพื่อให้ร้านค้าเลือกแพลตฟอร์มของตนเอง เช่นเดียวกับโครงการ “คนละครึ่งพลัส” รอบที่ผ่านมา
“แกร็บ” หั่น GP เหลือ 9%
นางสาวจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า การกลับมาของโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ถือเป็นจังหวะสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นการจับจ่ายในช่วงกลางปีและเยียวยาผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน โดยแกร็บพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนและขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวเหมือนเช่นเคย

ภายใต้แคมเปญ “GrabFood X ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” แกร็บจัดเต็มสิทธิประโยชน์เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการร้านอาหารที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการกับแกร็บฟู้ด ประกอบด้วย
1.ลดค่าคอมมิชชั่น (GP) เหลือเพียง 9% สำหรับร้านที่สมัครเข้าร่วมโครงการกับแกร็บฟู้ดในวันที่ 10 มิ.ย. 2569 (หากเข้าร่วมโครงการวันที่ 11 มิ.ย. 2569 เป็นต้นไป GP จะถูกปรับเป็น 12%)
2.สนับสนุนแคมเปญดันยอดขายและโค้ดส่วนลดให้ร้านอาหารรวมมูลค่าสูงสุด 20,000 บาทต่อร้าน 3.อัดฉีดสินเชื่อเงินสดเพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับร้านอาหารด้วยวงเงินตั้งแต่ 2,500 บาท สูงสุดถึง 2,000,000 บาท
4.โปรโมชั่นส่งฟรี 5 กิโลเมตรแรก สำหรับทุกออร์เดอร์ที่เลือกการจัดส่งแบบประหยัด (SAVER)
5.แจกส่วนลดพิเศษให้ลูกค้าสูงสุด 12,000 บาทต่อคน สำหรับใช้สั่งอาหารผ่านโครงการเพื่อกระตุ้นการสั่งซ้ำและดันยอดขายให้ร้านอาหารเติบโต
6.มอบเครดิตการโฆษณาผ่าน GrabAds สูงสุดมูลค่า 1,200 บาท สำหรับทุกร้านที่ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษบนแอป GrabMerchant เพื่อใช้โปรโมตและเพิ่มการมองเห็นของร้านค้าบนแพลตฟอร์ม
7.ปูพรมสื่อโฆษณาและกิจกรรมการตลาดเต็มรูปแบบ ผ่านทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ทั่วประเทศไทย
8.เติมเกลหน้าร้าน ด้วยสื่อประชาสัมพันธ์และอุปกรณ์ตกแต่งหน้าร้านสุดเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมป้ายโปรโมชั่น “เติมเกลแล้ว สั่งร้านนี้เลย” โดยมอบให้ฟรีเฉพาะ 40,000 ร้านแรกที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการกับแกร็บฟู้ดเท่านั้น
9.มอบคูปอง GrabMart มูลค่าสูงสุด 2,000 บาทต่อคน ให้ลูกค้าได้นำไปซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคจากซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ และร้านค้าทั่วไป และ 10.สิทธิลุ้นรางวัลใหญ่ ขายอาหารผ่าน GrabFood ฟรีตลอด 1 ปี (GP 0%) พร้อมรางวัลพิเศษอื่น ๆ รวมมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท
“ไลน์แมน” ตอกย้ำเบอร์ 1
นายยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai แชมป์เก่าในยุคคนละครึ่งพลัสเฟสแรก กล่าวว่า ไลน์แมนให้ความสำคัญกับการสนับสนุนนโยบายภาครัฐอย่างต่อเนื่อง พร้อมร่วมเป็นอีกแรงสำคัญในการบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจในปัจจุบันอย่างเต็มที่ผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40”
ในด้านการสนับสนุนร้านค้า LINE MAN เตรียมมอบสิทธิประโยชน์อย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็น 1.การลดค่าธรรมเนียม GP สำหรับออร์เดอร์จากโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 เหลือ 15% 2.คูปองเร่งยอดขายและส่วนลดให้ลูกค้า 3.โปรโมชั่นส่งฟรี
4.การมอบเครดิตโฆษณาสูงสุด 1,200 บาท เพื่อเพิ่มการมองเห็นในแอป 5.สื่อโฆษณาหน้าร้าน 25,000 สิทธิ 6.สื่อโปรโมตแคมเปญรวม 200 ล้านบาท 7.วงเงินกู้เพื่อร้านค้าโดย LINE BK และ 8.ส่วนลดค่าบริการระบบ POS สูงสุด 10,000 บาท

ทั้งนี้ ความสำเร็จจากโครงการ “คนละครึ่งพลัส” สะท้อนศักยภาพของแพลตฟอร์มอย่างชัดเจน มีร้านอาหารกว่า 65% ของร้านที่เข้าร่วมโครงการ หรือมากกว่า 50,000 ร้าน เลือกขายผ่าน LINE MAN และสามารถสร้างยอดขายโตขึ้นเฉลี่ย 5 เท่า
รวมถึงยังช่วยขยายโอกาสทางธุรกิจให้กับร้านอาหาร ด้วยการเพิ่มฐานลูกค้าใหม่ 22% เพิ่มความถี่ในการสั่งซื้อ 30% และดันมูลค่าต่อบิลเติบโต 15% สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
“LINE MAN อยู่เคียงข้างผู้ประกอบการไทยในทุกช่วงของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ตั้งแต่โครงการภาครัฐในเฟสแรก ด้วยความเชื่อมั่นจากร้านอาหารทั่วประเทศ เราคือแพลตฟอร์มอันดับ 1 ที่ร้านอาหารไว้วางใจ มีจุดแข็งที่ใช้ง่าย-ขายดี-มีลูกค้าแน่น”
“โรบินฮู้ด” ชูคุ้ม 5 ต่อ
นางมรกต ยิบอินซอย กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ยิบอินซอย จำกัด เจ้าของแอปพลิเคชั่น “โรบินฮู้ด” กล่าวว่า โรบินฮู้ดพร้อมร่วมสนับสนุนโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” โดยชูสิทธิพิเศษ 5 ต่อ คือ 1.ค่า GP พิเศษ 10.5% ทุกออร์เดอร์ไทยช่วยไทยพลัส
2.ส่งตรง ส่งไว ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม 3.สื่อสำหรับประชาสัมพันธ์ภายในร้านฟรี 4.โปรโมตร้านบนแอปตลอด 4 เดือน ทุกวัน 24 ชั่วโมง และ 5.โค้ดส่วนลดสำหรับลูกค้าในแคมเปญไทยช่วยไทยพลัส

“การเข้าร่วมโครงการครั้งนี้จะช่วยสร้างการรับรู้ว่าโรบินฮู้ดยังอยู่กับทุกคน เพราะเรามีความตั้งใจที่จะให้โรบินฮู้ดเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลไทย และสนับสนุนนโยบาย Thai First ที่เน้นการใช้แพลตฟอร์มสัญชาติไทย เพื่อให้เงินหมุนเวียนอยู่ภายในประเทศ”
“ช้อปปี้ฟู้ด” เสริมทัพส่งฟรี
แหล่งข่าวจาก ShopeeFood เปิดเผยว่า ช้อปปี้ฟู้ดเดินหน้าสนับสนุนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐอย่างเต็มกำลัง
โดยการเข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ปี 2569 มุ่งช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพและลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันให้กับประชาชน พร้อมผลักดันยอดขายให้แก่ผู้ประกอบการร้านค้ารายย่อยทั่วประเทศผ่านเทคโนโลยีและระบบนิเวศที่แข็งแกร่งของช้อปปี้
แหล่งข่าวระบุว่า ความน่าสนใจของโครงการรอบนี้คือกลไกการร่วมจ่าย (Copay) รูปแบบใหม่ที่ขยับขึ้นเป็นรัฐช่วยสนับสนุนสูงถึง 60% และประชาชนร่วมจ่ายเพียง 40% ใช้สิทธิซื้อสินค้าได้สูงสุดไม่เกิน 333 บาท/คน/วัน (จำกัดสิทธิส่วนที่รัฐช่วยจ่ายสูงสุดไม่เกิน 200 บาท/วัน ส่วนประชาชนต้องจ่ายเองประมาณ 133 บาท/วัน และไม่เกิน 1,000 บาท/เดือน) ถือเป็นโอกาสทองที่จะได้อิ่มอร่อยกับเมนูโปรดในราคาที่ประหยัดลงเกินครึ่ง
ช้อปปี้ฟู้ดจึงทำโปรโมชั่นคุ้มค่า 2 ต่อ ด้วยการเสริมทัพโปรโมชั่น “ส่งฟรี ไม่มีขั้นต่ำ” สำหรับการสั่งอาหารจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมด มุ่งช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าจัดส่งแบบเบ็ดเสร็จ เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถใช้สิทธิ 60/40 จากภาครัฐได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย โดยไม่ต้องกังวลกับค่าบริการจัดส่งเพิ่มเติม
ขณะเดียวกันร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการกับช้อปปี้ฟู้ดจะได้รับสิทธิพิเศษต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น 1.ค่า GP 13% สำหรับทุกออร์เดอร์ไทยช่วยไทยพลัส 2.คูปองดันยอดและส่วนลดผู้ใช้ 3.รับเครดิตโฆษณาฟรีสูงสุด 1,200 บาท 4.ส่วนลดเครื่อง POS สูงสุด 11,000 บาท (ฟรีซอฟต์แวร์ 12 เดือน) 5.รับค่าคอมมิชชั่นคืนผ่านโปรแกรม Shopee Affiliate 6.วงเงินกู้เพื่อร้านค้า SEasyCash for Sellers และ 7.สื่อโปรโมตบนโซเชียลมีเดีย
ศึกประชัน “พรีเซ็นเตอร์”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ในฝั่งของฟู้ดดีลิเวอรี่รอบนี้ไม่ได้แค่มีศึกของการหั่นค่า GP และมอบสิทธิประโยชน์แบบจัดเต็มเพื่อดึงดูดใจร้านค้าอย่างเดียว แต่ยังมีศึกของการประชัน “พรีเซ็นเตอร์” ที่เพิ่มสีสันให้แคมเปญสนุกยิ่งขึ้นด้วย
โดยแกร็บเลือก “น้องเกล-แอบิเกล รังษีสิงห์พิพัฒน์” ซุปตาร์ตัวน้อยขวัญใจมหาชน ที่ครองตำแหน่ง Friend of Grab คนล่าสุด มาร่วมกระตุ้นตลาด และโปรโมตแคมเปญอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาโครงการ ในฝั่งของช้อปปี้ฟู้ดมีการดึงตัวนักร้องหนุ่ม “นนท์-ธนนท์ จำเริญ” มาร่วมเป็นพรีเซ็นเตอร์ในแคมเปญครั้งนี้
ขณะที่ไลน์แมนยังคงดึง “หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย” เป็นพรีเซ็นเตอร์ต่อเนื่อง หลังประสบความสำเร็จในการสร้างการจดจำจาก “LINE MAN เบอร์ 1 คนละครึ่งพลัส” โดยจะต่อยอดสู่การเป็นกระบอกเสียงสำคัญของแคมเปญ “LINE MAN เบอร์ 1 ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” เพื่อกระตุ้นการรับรู้และการมีส่วนร่วมของประชาชนทั่วประเทศ พร้อมขับเคลื่อนยอดขายของร้านอาหารให้เติบโตอย่างเป็นรูปธรรม


