Skip to content

ศึกชิงร้าน ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ ระอุ ‘ดีลิเวอรี่’ แข่งหั่น GP ต่ำสุดเหลือ 9%

03 มิ.ย. 2569 | 07:15น.
ศึกชิงร้าน ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ ระอุ ‘ดีลิเวอรี่’ แข่งหั่น GP ต่ำสุดเหลือ 9%

“แกร็บ-ไลน์แมน-โรบินฮู้ด-ช้อปปี้ฟู้ด” เปิดศึกชิงร้านค้าไทยช่วยไทยพลัส 60/40 “ฟู้ดดีลิเวอรี่” ผ่านแอปพลิเคชั่นถุงเงิน เริ่มสั่งออร์เดอร์ 15 มิ.ย.นี้ แข่งส่งฟรี อัดแพ็กเกจจูงใจชุดใหญ่ “แกร็บ” หั่น GP เหลือต่ำสุด 9% ชูเติมเกลหน้าร้าน-ให้สินเชื่อวงเงินสูงสุด 2 ล้าน “ไลน์แมน” ย้ำแชมป์เก่าลดค่า GP 15% อัดงบฯ โปรโมต 200 ล้าน “โรบินฮู้ด” ลด GP เหลือ 10.5% ดันแผน Thai First-เงินไทยหมุนไทย “ช้อปปี้ฟู้ด” ชู GP 13%

1 ร้าน 1 แพลตฟอร์มเท่านั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 10 มิ.ย. 2569 จะเป็นวันแรกที่จะมีการเปิดให้ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ลงทะเบียนเลือกแพลตฟอร์ม “ฟู้ดดีลิเวอรี่” ผ่านแอปพลิเคชั่นถุงเงิน ก่อนจะเริ่มเปิดรับคำสั่งซื้อตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย. 2569 เป็นต้นไป โดยร้านค้าสามารถเลือกได้แค่แพลตฟอร์มเดียว ต้องมีการใช้งานอยู่แล้ว และไม่สามารถเปลี่ยนแปลงตัวเลือกภายหลังได้

ทำให้กลุ่มผู้ให้บริการแพลตฟอร์มฟู้ดดีลิเวอรี่ ที่เข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นแกร็บ (Grab), ไลน์แมน (LINE MAN), โรบินฮู้ด (Robinhood) และช้อปปี้ฟู้ด (ShopeeFood) ต่างเดินเกมรุกด้วยการออกสิทธิประโยชน์จูงใจอย่างหนัก โดยเฉพาะการลดค่า GP ในอัตราพิเศษ เพื่อให้ร้านค้าเลือกแพลตฟอร์มของตนเอง เช่นเดียวกับโครงการ “คนละครึ่งพลัส” รอบที่ผ่านมา

“แกร็บ” หั่น GP เหลือ 9% 

นางสาวจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า การกลับมาของโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ถือเป็นจังหวะสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นการจับจ่ายในช่วงกลางปีและเยียวยาผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน โดยแกร็บพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนและขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวเหมือนเช่นเคย

จันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย
จันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย

ภายใต้แคมเปญ “GrabFood X ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” แกร็บจัดเต็มสิทธิประโยชน์เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการร้านอาหารที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการกับแกร็บฟู้ด ประกอบด้วย

1.ลดค่าคอมมิชชั่น (GP) เหลือเพียง 9% สำหรับร้านที่สมัครเข้าร่วมโครงการกับแกร็บฟู้ดในวันที่ 10 มิ.ย. 2569 (หากเข้าร่วมโครงการวันที่ 11 มิ.ย. 2569 เป็นต้นไป GP จะถูกปรับเป็น 12%)

2.สนับสนุนแคมเปญดันยอดขายและโค้ดส่วนลดให้ร้านอาหารรวมมูลค่าสูงสุด 20,000 บาทต่อร้าน 3.อัดฉีดสินเชื่อเงินสดเพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับร้านอาหารด้วยวงเงินตั้งแต่ 2,500 บาท สูงสุดถึง 2,000,000 บาท

4.โปรโมชั่นส่งฟรี 5 กิโลเมตรแรก สำหรับทุกออร์เดอร์ที่เลือกการจัดส่งแบบประหยัด (SAVER)

5.แจกส่วนลดพิเศษให้ลูกค้าสูงสุด 12,000 บาทต่อคน สำหรับใช้สั่งอาหารผ่านโครงการเพื่อกระตุ้นการสั่งซ้ำและดันยอดขายให้ร้านอาหารเติบโต

6.มอบเครดิตการโฆษณาผ่าน GrabAds สูงสุดมูลค่า 1,200 บาท สำหรับทุกร้านที่ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษบนแอป GrabMerchant เพื่อใช้โปรโมตและเพิ่มการมองเห็นของร้านค้าบนแพลตฟอร์ม

7.ปูพรมสื่อโฆษณาและกิจกรรมการตลาดเต็มรูปแบบ ผ่านทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ทั่วประเทศไทย

8.เติมเกลหน้าร้าน ด้วยสื่อประชาสัมพันธ์และอุปกรณ์ตกแต่งหน้าร้านสุดเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมป้ายโปรโมชั่น “เติมเกลแล้ว สั่งร้านนี้เลย” โดยมอบให้ฟรีเฉพาะ 40,000 ร้านแรกที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการกับแกร็บฟู้ดเท่านั้น

9.มอบคูปอง GrabMart มูลค่าสูงสุด 2,000 บาทต่อคน ให้ลูกค้าได้นำไปซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคจากซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ และร้านค้าทั่วไป และ 10.สิทธิลุ้นรางวัลใหญ่ ขายอาหารผ่าน GrabFood ฟรีตลอด 1 ปี (GP 0%) พร้อมรางวัลพิเศษอื่น ๆ รวมมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท

“ไลน์แมน” ตอกย้ำเบอร์ 1

นายยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai แชมป์เก่าในยุคคนละครึ่งพลัสเฟสแรก กล่าวว่า ไลน์แมนให้ความสำคัญกับการสนับสนุนนโยบายภาครัฐอย่างต่อเนื่อง พร้อมร่วมเป็นอีกแรงสำคัญในการบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจในปัจจุบันอย่างเต็มที่ผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40”

ในด้านการสนับสนุนร้านค้า LINE MAN เตรียมมอบสิทธิประโยชน์อย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็น 1.การลดค่าธรรมเนียม GP สำหรับออร์เดอร์จากโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 เหลือ 15% 2.คูปองเร่งยอดขายและส่วนลดให้ลูกค้า 3.โปรโมชั่นส่งฟรี

4.การมอบเครดิตโฆษณาสูงสุด 1,200 บาท เพื่อเพิ่มการมองเห็นในแอป 5.สื่อโฆษณาหน้าร้าน 25,000 สิทธิ 6.สื่อโปรโมตแคมเปญรวม 200 ล้านบาท 7.วงเงินกู้เพื่อร้านค้าโดย LINE BK และ 8.ส่วนลดค่าบริการระบบ POS สูงสุด 10,000 บาท

ยอด ชินสุภัคกุล
ยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai

ทั้งนี้ ความสำเร็จจากโครงการ “คนละครึ่งพลัส” สะท้อนศักยภาพของแพลตฟอร์มอย่างชัดเจน มีร้านอาหารกว่า 65% ของร้านที่เข้าร่วมโครงการ หรือมากกว่า 50,000 ร้าน เลือกขายผ่าน LINE MAN และสามารถสร้างยอดขายโตขึ้นเฉลี่ย 5 เท่า

รวมถึงยังช่วยขยายโอกาสทางธุรกิจให้กับร้านอาหาร ด้วยการเพิ่มฐานลูกค้าใหม่ 22% เพิ่มความถี่ในการสั่งซื้อ 30% และดันมูลค่าต่อบิลเติบโต 15% สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

“LINE MAN อยู่เคียงข้างผู้ประกอบการไทยในทุกช่วงของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ตั้งแต่โครงการภาครัฐในเฟสแรก ด้วยความเชื่อมั่นจากร้านอาหารทั่วประเทศ เราคือแพลตฟอร์มอันดับ 1 ที่ร้านอาหารไว้วางใจ มีจุดแข็งที่ใช้ง่าย-ขายดี-มีลูกค้าแน่น”

“โรบินฮู้ด” ชูคุ้ม 5 ต่อ

นางมรกต ยิบอินซอย กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ยิบอินซอย จำกัด เจ้าของแอปพลิเคชั่น “โรบินฮู้ด” กล่าวว่า โรบินฮู้ดพร้อมร่วมสนับสนุนโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” โดยชูสิทธิพิเศษ 5 ต่อ คือ 1.ค่า GP พิเศษ 10.5% ทุกออร์เดอร์ไทยช่วยไทยพลัส 

2.ส่งตรง ส่งไว ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม 3.สื่อสำหรับประชาสัมพันธ์ภายในร้านฟรี 4.โปรโมตร้านบนแอปตลอด 4 เดือน ทุกวัน 24 ชั่วโมง และ 5.โค้ดส่วนลดสำหรับลูกค้าในแคมเปญไทยช่วยไทยพลัส

มรกต ยิบอินซอย กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยิบอินซอย จำกัด

“การเข้าร่วมโครงการครั้งนี้จะช่วยสร้างการรับรู้ว่าโรบินฮู้ดยังอยู่กับทุกคน เพราะเรามีความตั้งใจที่จะให้โรบินฮู้ดเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลไทย และสนับสนุนนโยบาย Thai First ที่เน้นการใช้แพลตฟอร์มสัญชาติไทย เพื่อให้เงินหมุนเวียนอยู่ภายในประเทศ”

“ช้อปปี้ฟู้ด” เสริมทัพส่งฟรี

แหล่งข่าวจาก ShopeeFood เปิดเผยว่า ช้อปปี้ฟู้ดเดินหน้าสนับสนุนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐอย่างเต็มกำลัง 

โดยการเข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ปี 2569 มุ่งช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพและลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันให้กับประชาชน พร้อมผลักดันยอดขายให้แก่ผู้ประกอบการร้านค้ารายย่อยทั่วประเทศผ่านเทคโนโลยีและระบบนิเวศที่แข็งแกร่งของช้อปปี้

แหล่งข่าวระบุว่า ความน่าสนใจของโครงการรอบนี้คือกลไกการร่วมจ่าย (Copay) รูปแบบใหม่ที่ขยับขึ้นเป็นรัฐช่วยสนับสนุนสูงถึง 60% และประชาชนร่วมจ่ายเพียง 40% ใช้สิทธิซื้อสินค้าได้สูงสุดไม่เกิน 333 บาท/คน/วัน (จำกัดสิทธิส่วนที่รัฐช่วยจ่ายสูงสุดไม่เกิน 200 บาท/วัน ส่วนประชาชนต้องจ่ายเองประมาณ 133 บาท/วัน และไม่เกิน 1,000 บาท/เดือน) ถือเป็นโอกาสทองที่จะได้อิ่มอร่อยกับเมนูโปรดในราคาที่ประหยัดลงเกินครึ่ง

ช้อปปี้ฟู้ดจึงทำโปรโมชั่นคุ้มค่า 2 ต่อ ด้วยการเสริมทัพโปรโมชั่น “ส่งฟรี ไม่มีขั้นต่ำ” สำหรับการสั่งอาหารจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมด มุ่งช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าจัดส่งแบบเบ็ดเสร็จ เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถใช้สิทธิ 60/40 จากภาครัฐได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย โดยไม่ต้องกังวลกับค่าบริการจัดส่งเพิ่มเติม

ขณะเดียวกันร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการกับช้อปปี้ฟู้ดจะได้รับสิทธิพิเศษต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น 1.ค่า GP 13% สำหรับทุกออร์เดอร์ไทยช่วยไทยพลัส 2.คูปองดันยอดและส่วนลดผู้ใช้ 3.รับเครดิตโฆษณาฟรีสูงสุด 1,200 บาท 4.ส่วนลดเครื่อง POS สูงสุด 11,000 บาท (ฟรีซอฟต์แวร์ 12 เดือน) 5.รับค่าคอมมิชชั่นคืนผ่านโปรแกรม Shopee Affiliate 6.วงเงินกู้เพื่อร้านค้า SEasyCash for Sellers และ 7.สื่อโปรโมตบนโซเชียลมีเดีย

ศึกประชัน “พรีเซ็นเตอร์”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ในฝั่งของฟู้ดดีลิเวอรี่รอบนี้ไม่ได้แค่มีศึกของการหั่นค่า GP และมอบสิทธิประโยชน์แบบจัดเต็มเพื่อดึงดูดใจร้านค้าอย่างเดียว แต่ยังมีศึกของการประชัน “พรีเซ็นเตอร์” ที่เพิ่มสีสันให้แคมเปญสนุกยิ่งขึ้นด้วย

โดยแกร็บเลือก “น้องเกล-แอบิเกล รังษีสิงห์พิพัฒน์” ซุปตาร์ตัวน้อยขวัญใจมหาชน ที่ครองตำแหน่ง Friend of Grab คนล่าสุด มาร่วมกระตุ้นตลาด และโปรโมตแคมเปญอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาโครงการ ในฝั่งของช้อปปี้ฟู้ดมีการดึงตัวนักร้องหนุ่ม “นนท์-ธนนท์ จำเริญ” มาร่วมเป็นพรีเซ็นเตอร์ในแคมเปญครั้งนี้

ขณะที่ไลน์แมนยังคงดึง “หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย” เป็นพรีเซ็นเตอร์ต่อเนื่อง หลังประสบความสำเร็จในการสร้างการจดจำจาก “LINE MAN เบอร์ 1 คนละครึ่งพลัส” โดยจะต่อยอดสู่การเป็นกระบอกเสียงสำคัญของแคมเปญ “LINE MAN เบอร์ 1 ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” เพื่อกระตุ้นการรับรู้และการมีส่วนร่วมของประชาชนทั่วประเทศ พร้อมขับเคลื่อนยอดขายของร้านอาหารให้เติบโตอย่างเป็นรูปธรรม