เชื่อมั่นผู้บริโภคฟื้นรอบ 4 เดือน แรงหนุน ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ แต่ภาคธุรกิจยังห่วงเศรษฐกิจ
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมิถุนายน 2569 พลิกกลับมาปรับตัวดีขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน แตะระดับ 50.7 หลังสงครามตะวันออกกลางคลี่คลาย ราคาน้ำมันลดลง และรัฐบาลเริ่มอัดมาตรการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ช่วยกระตุ้นกำลังซื้อ ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจกลับลดลง สะท้อนผู้ประกอบการยังวิตกเศรษฐกิจ ต้นทุนพลังงาน และความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลก
นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมิถุนายน 2569 อยู่ที่ระดับ 50.7 เพิ่มขึ้นจาก 49.5 ในเดือนพฤษภาคม ถือเป็นการปรับตัวดีขึ้นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน หลังผู้บริโภคคลายความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ซึ่งเริ่มคลี่คลายจากการบรรลุข้อตกลงหยุดยิง ส่งผลให้ราคาน้ำมันทั้งตลาดโลกและในประเทศทยอยปรับลดลง
อีกปัจจัยสำคัญมาจากการที่รัฐบาลเริ่มดำเนินมาตรการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” เป็นเดือนแรก ซึ่งช่วยสร้างผลเชิงบวกต่อความเชื่อมั่นและกำลังซื้อของประชาชน ส่งผลให้มุมมองต่อเศรษฐกิจไทยเริ่มปรับดีขึ้น โดยดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยอยู่ที่ 44.1 ดัชนีโอกาสในการหางานอยู่ที่ 48.7 และดัชนีความเชื่อมั่นต่อรายได้ในอนาคตอยู่ที่ 59.3
อย่างไรก็ตาม นายธนวรรธน์ระบุว่า แม้ดัชนีผู้บริโภคจะเริ่มฟื้นตัว แต่ดัชนีทั้งหมดยังอยู่ต่ำกว่าระดับ 100 สะท้อนว่าความเชื่อมั่นยังไม่กลับเข้าสู่ภาวะปกติ ผู้บริโภคยังคงระมัดระวังการใช้จ่าย แต่คาดว่าการบริโภคจะเริ่มฟื้นตัวชัดเจนในช่วงปลายไตรมาส 3 และต่อเนื่องถึงไตรมาส 4 หากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจดำเนินต่อเนื่อง ราคาพลังงานปรับลดลง และสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางคลี่คลายอย่างถาวร
นายธนวรรธน์ ประเมินว่า หากสงครามในตะวันออกกลางไม่บานปลาย ราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยอยู่ราว 80 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เศรษฐกิจไทยปี 2569 ยังมีโอกาสขยายตัวได้ในกรอบ 2-2.5% แต่หากความขัดแย้งกลับมารุนแรงและราคาน้ำมันพุ่งขึ้นสู่ 90-100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เศรษฐกิจไทยอาจขยายตัวได้เพียง 1.5-2% พร้อมคาดว่าดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนกรกฎาคมจะทยอยปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง
ในด้านภาคธุรกิจ นายวชิร คูณทวีเทพ รองอธิการบดีฝ่ายยุทธศาสตร์ และคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย (TCC Confidence Index) เดือนมิถุนายน 2569 อยู่ที่ 41.4 ลดลงจาก 49.5 ในเดือนก่อน จากผลสำรวจผู้ประกอบการและหอการค้าทั่วประเทศจำนวน 369 ตัวอย่าง สะท้อนว่าภาคธุรกิจยังมีความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจ แม้รัฐบาลเริ่มใช้มาตรการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 แต่ยังเป็นช่วงเริ่มต้นและยังไม่เห็นผลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างชัดเจน
ผู้ประกอบการยังมองว่ารัฐบาลควรออกมาตรการช่วยเหลือภาคธุรกิจเพิ่มเติม โดยเฉพาะการลดต้นทุนพลังงาน การช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ขาดสภาพคล่อง และมาตรการสนับสนุน SMEs ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงที่ยังต้องติดตาม ได้แก่ ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ความผันผวนของราคาพลังงาน ปัญหาเศรษฐกิจฟื้นตัวช้า สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ค่าเงินบาท ราคาพืชผลเกษตร และปัญหาฝุ่น PM2.5
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการยังคาดหวังว่าภาครัฐจะทยอยออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมในช่วงครึ่งปีหลัง เพื่อสนับสนุนการบริโภค การท่องเที่ยว การจ้างงาน และสร้างแรงส่งให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่องในช่วงปลายปี.