Skip to content

ทำไมแบรนด์แฟชั่นพันล้าน ‘GENTLEWOMAN’ กลับมาทำ ‘ชุดออกกำลังกาย’ อีกครั้ง ?

03 มิ.ย. 2569 | 17:58น.
ทำไมแบรนด์แฟชั่นพันล้าน ‘GENTLEWOMAN’ กลับมาทำ ‘ชุดออกกำลังกาย’ อีกครั้ง ?

ไม่ว่าจะเป็นกระแสแอโรบิกฟีเวอร์ หรือเทรนด์ Longevity ที่ทำให้คนหันมาให้ความสนใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น ก็ล้วนแต่เป็นแรงส่งให้ตลาด “Activewear” หรือชุดออกกำลังกายดูจะคึกคักเป็นพิเศษ และกลายเป็นอีกเซ็กเมนต์ที่หลาย ๆ แบรนด์เข้าไปจับเพื่อสร้างการเติบโตในปีนี้

หนึ่งในนั้นคือ “เจนเทิลวูแมน” (GENTLEWOMAN) แบรนด์แฟชั่นสัญชาติไทย “พันล้าน” ที่ตัดสินใจกลับมาทำคอลเล็กชั่นชุดออกกำลังกายในรอบ 3 ปี

GENTLEWOMAN
แพง-รยา วรรณภิญโญ ผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ GENTLEWOMAN (ภาพจาก Instagram : gentlewomanstore)

“แพง-รยา วรรณภิญโญ” ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เจนเทิลวูแมน จำกัด เจ้าของแบรนด์ GENTLEWOMAN บอกกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า แบรนด์กลับมาเปิดตัวคอลเล็กชั่นชุดออกกำลังกายอีกครั้งเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา เพราะต้องการเพิ่มทางเลือกให้ตอบโจทย์ลูกค้าได้ทุกโอกาส จากที่แบรนด์มีภาพจำเรื่องชุดทำงาน และชุดลำลองอยู่แล้ว

“สาเหตุที่ช่วงก่อนหน้าต้องพับโปรเจ็กต์ไป เพราะรู้สึกว่ายังไม่พร้อมในหลาย ๆ เรื่อง แต่เทรนด์รักสุขภาพกำลังมา ประกอบกับแพงอินเรื่องการออกกำลังกายมากขึ้น และทีมก็มีความพร้อมทั้งเรื่องการผลิตและการออกแบบแล้ว จึงคิดว่าเป็นเวลาที่เหมาะสมที่จะกลับมาทำคอลเล็กชั่นเกี่ยวกับชุดออกกำลังกายอีกครั้ง”

เมื่อวันที่ 24 พ.ค. ที่ผ่านมา GENTLEWOMAN จัดกิจกรรม “Dance Club” มีไฮไลต์พิเศษเป็น Aerobic Session นำเต้นโดย “ดาด้า-ดาราธร หยูทอง” มิสแกรนด์กาฬสินธุ์ ณ อุทยาน 100 ปี จุฬาฯ เพื่อโปรโมตชุดออกกำลังกายคอลเล็กชั่นใหม่ “Girls Own The Lane”

GENTLEWOMAN
GENTLEWOMAN

“แพง” บอกด้วยว่า แม้ตลาดชุดออกกำลังกายจะมีการแข่งขันสูง แต่ GENTLEWOMAN เลือกที่จะใช้จุดเด่นของแบรนด์เข้าสู้ คือดีไซน์ที่โมเดิร์น มีความเป็นผู้หญิง และใส่ใจในรายละเอียดการออกแบบ ซึ่งสอดคล้องกับ Persona ของลูกค้าที่ชอบเสื้อผ้าที่มีดีไซน์และดีเทลเล็ก ๆ น้อย ๆ ซ่อนอยู่

“ฐานลูกค้าของแบรนด์มีหลากหลายช่วงวัย เพราะแฟชั่นเป็นเรื่องของเทสต์ (Taste) ไม่มีขอบเขตอายุ เด็กบางคนชอบแต่งตัวเป็นผู้ใหญ่ ขณะที่ผู้ใหญ่บางคนก็ชอบแต่งตัวให้ดูเด็กลง ซึ่งในแต่ละสัปดาห์แบรนด์จะมีการออกคอลเล็กชั่นใหม่เสมอ เพื่อให้ลูกค้ามีตัวเลือกที่ตรงใจ และตรงกับความต้องการ”

เมื่อถามถึงภาพรวมของธุรกิจในปีนี้ “แพง” บอกว่า ปัจจุบัน GENTLEWOMAN มีสาขาในประเทศไทย 28 สาขา กระจายอยู่ในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดที่เป็นเมืองท่องเที่ยว เช่น เชียงใหม่ พัทยา และภูเก็ต เป็นต้น โดยกลุ่มลูกค้ามีทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่กลุ่มคนไทยยังมีสัดส่วนมากกว่า

ขณะเดียวกัน ช่วงต้นปีที่ผ่านมาได้ขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ โดยเปิดร้าน Flagship Store ใน “มาเลเซีย” และ “อินโดนีเซีย” ผ่านความร่วมมือกับ Local Partner เพื่อให้กลุ่มลูกค้าต่างชาติได้สัมผัสประสบการณ์การซื้อสินค้าไม่ต่างกับร้านที่ไทย

“เรายังใหม่มาก ๆ กับตลาดต่างประเทศ มีเรื่องที่ต้องปรับตัวอีกเยอะ เช่น ขนาดชุด และดีไซน์ที่ต้องปรับให้เข้ากับคนในประเทศนั้น ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องค่อย ๆ เรียนรู้ไป ส่วนแผนขยายไปยังประเทศอื่น ๆ ยังอยู่ในไปป์ไลน์ ต้องดูว่าที่ไหนจะดีลจบก่อนกัน”

จากการตรวจสอบข้อมูลผ่าน DBD DataWarehouse+ ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบว่า แม้ในปี 2568 ที่ผ่านมา บริษัท เจนเทิลวูแมน จำกัด จะมีรายได้รวมและกำไรสุทธิน้อยกว่าปี 2567 แต่ยังสามารถรักษาสถานะความเป็นแบรนด์ “พันล้าน” ได้อย่างเหนียวแน่น

โดยปี 2568 มีรายได้รวม 1,705 ล้านบาท กำไรสุทธิ 284 ล้านบาท ขณะที่ปี 2567 มีรายได้รวม 2,066 ล้านบาท กำไรสุทธิ 618 ล้านบาท

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ชุดออกกำลังกาย แฟชั่น