ศาลรัฐบาลกลางสหรัฐตัดสินว่าคำสั่งเก็บค่าธรรมเนียมการยื่นขอวีซ่า H-1B มูลค่า 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.2 ล้านบาท) ของทรัมป์ มิชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากเกินขอบเขตอำนาจของประธานาธิบดี โดยทำเนียบขาวเตรียมยื่นอุทธรณ์ ระบุทรัมป์มีดุลพินิจจำกัดการเข้าประเทศของชาวต่างชาติ
บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางสหรัฐ สั่งยกเลิกคำสั่งเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการยื่นขอวีซ่า H-1B มูลค่า 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.2 ล้านบาท) ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของบริษัทเทคโนโลยีในสหรัฐ ที่พึ่งพาการจ้างแรงงานชาวต่างชาติที่มีทักษะ ขณะที่ทำเนียบขาวเตรียมยื่นอุทธรณ์
ลีโอ ที. โซโรคิน ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นสหรัฐ ในรัฐแมสซาชูเซตส์ กล่าวในการตัดสินเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2026 ตามเวลาท้องถิ่นว่า คำสั่งของประธานาธิบดีที่เพิ่มต้นทุนของวีซ่า H-1B อย่างมากนั้น เป็นการจัดเก็บภาษีโดยมิชอบด้วยกฎหมาย และต้องถูกยกเลิก
นับเป็นความพ่ายแพ้ของรัฐบาลทรัมป์ ในการรณรงค์จำกัดการเข้าเมืองและเพิ่มดีมานด์การจ้างงานชาวอเมริกัน
โซโรคินเห็นด้วยกับแคลิฟอร์เนียและอีก 19 รัฐที่ฟ้องร้องระงับค่าธรรมเนียม ซึ่งให้เหตุผลในคำฟ้องว่า นโยบายดังกล่าวเกินขอบเขตอำนาจของทรัมป์ และจะเป็นอันตรายอย่างยิ่งในภาคส่วนสาธารณะที่สำคัญ รวมถึงการศึกษาและการดูแลสุขภาพ
“ศาลเห็นว่านโยบายดังกล่าวเป็นการจัดเก็บภาษีสำหรับการยื่นคำร้องขอวีซ่า H-1B โดยปราศจากการมอบอำนาจตามที่รัฐสภากำหนด” โซโรคินกล่าวในการตัดสิน
ทำเนียบขาวโต้แย้งคำตัดสินของศาลและกล่าวว่าจะยื่นอุทธรณ์ โดยเทย์เลอร์ โรเจอร์ส โฆษกทำเนียบขาว กล่าวในแถลงการณ์ว่า ทรัมป์มีอำนาจทางกฎหมายอย่างชัดเจน ในการจำกัดการเข้าประเทศของชาวต่างชาติกลุ่มใดก็ตามที่เขาพิจารณาแล้วว่าไม่เป็นประโยชน์สูงสุดต่ออเมริกา และนั่นคือสิ่งที่เขาทำ
“โครงการวีซ่า H-1B ถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดมานานหลายทศวรรษ และในที่สุดทรัมป์ก็ดำเนินการแก้ไข โดยศาลรัฐบาลกลางในวอชิงตันได้ยืนยันคำสั่งที่คล้ายคลึงกันนี้แล้ว และฝ่ายบริหารมั่นใจว่าคำสั่งนี้จะพลิกผันในการอุทธรณ์” โรเจอร์สกล่าว
คดีนี้เป็นหนึ่งในอย่างน้อย 3 คดีที่ยื่นฟ้องต่อคำสั่งเก็บค่าธรรมเนียมของทรัมป์ โดยสภาหอการค้าสหรัฐ (USCC) และบริษัทจัดหางานพยาบาล กำลังดำเนินการในคดีแยกกันสองคดี ซึ่งเมื่อเดือนธันวาคม 2025 ที่ผ่านมา ผู้พิพากษาปฏิเสธคำขอระงับค่าธรรมเนียมของ USCC และขณะนี้ได้ยื่นอุทธรณ์คำตัดสินไปยังศาลอุทธรณ์รัฐบาลกลางในวอชิงตันแล้ว
ฝ่ายบริหารปกป้องค่าธรรมเนียมการสมัครว่า เป็นขั้นตอนที่จำเป็นในการปฏิรูปโครงการวีซ่า H-1B โดยระบุว่า ค่าธรรมเนียมดังกล่าวไม่ใช่ภาษี เพราะไม่ได้จัดเก็บโดยกรมสรรพากรและไม่ได้สร้างรายได้ให้กับรัฐ อีกทั้งกล่าวว่า ประธานาธิบดีมีดุลพินิจอย่างกว้างขวาง ในการจำกัดการเข้าประเทศของชาวต่างชาติ
ขณะที่โซโรคินอ้างถึงคำตัดสินล่าสุดของศาลสูงสุดสหรัฐ ที่ยกเลิกมาตรการภาษีนำเข้าทั่วโลกของทรัมป์ เพื่อพิจารณาว่า ประธานาธิบดีไม่มีอำนาจฝ่ายเดียวในการกำหนดภาษีหรือภาษีนำเข้า ในสถานการณ์ที่กฎหมายไม่ได้ระบุไว้อย่างชัดเจน
“ภาษาที่คลุมเครือไม่เพียงพอต่อการมอบอำนาจการจัดเก็บภาษี” โซโรคินกล่าว
ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนกันยายน 2025 ทรัมป์ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหาร เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการสมัครวีซ่า H-1B มูลค่า 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ เป็นการยับยั้งไม่ให้บริษัทต่าง ๆ ใช้โครงการนี้ในทางที่ผิด โดยทรัมป์อ้างว่าเป็นการแย่งงานชาวอเมริกัน
โครงการดังกล่าวเป็นรากฐานสำคัญของการเข้าเมืองผ่านการจ้างงาน ซึ่งจะอนุญาตให้บริษัทต่าง ๆ จ้างแรงงานต่างชาติที่จบการศึกษาระดับวิทยาลัยสำหรับอาชีพเฉพาะทาง ส่วนใหญ่ใช้ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี เช่น แอมะซอน (Amazon) ไมโครซอฟท์ (Microsoft) แอปเปิล (Apple)