เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

“สุริยะ-วัชระพล” จ่อบินถกมาเลเซีย ปลดล็อกแบนกุ้งไทย 5 ชนิด

10 มิ.ย. 2569 | 07:34น.

เกษตรฯ เร่งคลี่คลายปมมาเลเซียระงับนำเข้ากุ้งไทย 5 สายพันธุ์ หลังเอกชนสะท้อนกระทบราคากุ้ง-รายได้เกษตรกร “สุริยะ” ลงนามหนังสือถึงรัฐมนตรีเกษตรฯ มาเลเซีย ขอหารืออย่างเป็นทางการ คาดปิดดีลภายใน มิ.ย.นี้ พร้อมลดเวลาตรวจปลากะพงนำเข้าจาก 15 วัน เหลือราว 7 วัน ด้าน “วัชระพล” รับข้อเสนอเอกชน ดันแผนยกระดับอุตสาหกรรมกุ้งเป็นวาระแห่งชาติปี 2569-2573

นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมร่วมกับผู้แทนสมาคมกุ้งไทย พันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทย และภาคเอกชนในอุตสาหกรรมกุ้งว่า กระทรวงเกษตรฯ เร่งติดตามผลกระทบจากกรณีกระทรวงเกษตรและความมั่นคงอาหารมาเลเซีย ยกระดับมาตรการนำเข้ากุ้งจากประเทศไทย ซึ่งส่งผลกระทบต่อราคากุ้ง รายได้ของเกษตรกร ผู้ประกอบการ และผู้ประกอบอาชีพประมงพื้นบ้าน

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา ทางการมาเลเซียประกาศระงับการนำเข้ากุ้งจากไทย 5 สายพันธุ์ ได้แก่ กุ้งลายเสือ กุ้งแชบ๊วย กุ้งขาวแวนนาไม กุ้งกุลาดำ และกุ้งน้ำเงิน โดยเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการตอบโต้กรณีที่ประเทศไทยเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบปลากะพงนำเข้าจากมาเลเซีย ซึ่งใช้ระยะเวลาตรวจสอบ 15 วัน หลังเคยตรวจพบสารตกค้างเมื่อปี 2566

การหารือครั้งนี้ ภาคเอกชนสะท้อนข้อกังวลหลัก 2 ประเด็น ประเด็นแรก คือการเร่งรัดเจรจากับทางการมาเลเซีย เพื่อคลี่คลายสถานการณ์และลดผลกระทบต่อการส่งออกกุ้งของไทย โดยล่าสุดนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ลงนามในหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและความมั่นคงอาหารของมาเลเซีย เพื่อขอหารือร่วมกันอย่างเป็นทางการแล้ว

เบื้องต้นจะให้เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการของทั้งสองประเทศประสานรายละเอียดก่อนการหารือ โดยกระทรวงเกษตรฯ คาดว่าการเจรจาจะเป็นไปในทิศทางที่ดี และจะเร่งดำเนินการให้ได้ข้อยุติโดยเร็วที่สุดภายในเดือนมิถุนายนนี้

สำหรับมาตรการตรวจสอบปลากะพงนำเข้าจากมาเลเซีย กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมประมง อยู่ระหว่างพิจารณาปรับปรุงกระบวนการตรวจสอบให้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยจะนำเทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุนการตรวจวิเคราะห์ เพื่อลดระยะเวลาจากเดิม 15 วัน เหลือประมาณ 7 วัน แต่ยังคงมาตรฐานความปลอดภัยด้านอาหารและการคุ้มครองผู้บริโภคในประเทศอย่างเข้มงวด

“หากได้รับการตอบรับจากฝ่ายมาเลเซีย กระทรวงเกษตรฯ พร้อมเดินหน้าเจรจาโดยทันที เพื่อหาทางออกร่วมกันและลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับเกษตรกรและผู้ประกอบการของทั้งสองประเทศโดยเร็ว” นายวัชระพลกล่าว

ประเด็นที่สอง ภาคเอกชนเสนอแนวทางพัฒนาอุตสาหกรรมกุ้งไทยในระยะยาว เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน หลังจากไทยเคยเป็นผู้นำด้านการผลิตและส่งออกกุ้งของโลก โดยสมาคมกุ้งไทยเสนอแผนปฏิบัติการยกระดับการแก้ไขปัญหากุ้งทะเลเป็นวาระแห่งชาติ พ.ศ. 2569-2573 ครอบคลุมทั้งระยะเร่งด่วน ระยะกลาง และระยะยาว

นายวัชระพลกล่าวว่า ได้มอบหมายให้กรมประมงรับข้อเสนอของภาคเอกชนไปพิจารณา และจัดทำแนวทางดำเนินงานร่วมกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การแก้ไขปัญหาอุตสาหกรรมกุ้งเดินหน้าอย่างเป็นระบบ และตอบโจทย์ทั้งการช่วยเหลือเกษตรกรในระยะสั้นและการยกระดับอุตสาหกรรมในระยะยาว

สำหรับมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในระยะเร่งด่วน กระทรวงเกษตรฯ จะบูรณาการทำงานร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ เพื่อติดตามและดูแลสถานการณ์ด้านราคา ขณะที่กรมประมงอยู่ระหว่างเร่งจัดทำโครงการและมาตรการลดต้นทุนการผลิต อาทิ การส่งเสริมใช้พลังงานสะอาด การนำเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะเลี้ยง และการจัดกิจกรรมกระตุ้นการบริโภคกุ้งในประเทศ

“กระทรวงเกษตรฯ จะเร่งช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้พี่น้องเกษตรกร ควบคู่กับการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้อุตสาหกรรมกุ้งไทยในระยะยาว” นายวัชระพลกล่าว