“สรวุฒิ” เผย “สุริยะ” สั่ง กยท.เร่งประมูลยางพาราเก่าค้างสต๊อกรัฐ 18,481.93 ตัน ช่วงราคายางสูง-อุปทานในตลาดน้อย ผลประมูลทุบสถิติแตะ 1,232.2 ล้านบาท สูงกว่าราคากลางตั้งต้น 34.82% หรือ 318.25 ล้านบาท ย้ำปริมาณยางคิดเป็นเพียง 4.3% ของผลผลิตรวมต่อเดือน ไม่กระทบกลไกตลาด พร้อมนำเงินชำระหนี้ ธ.ก.ส. และค่าเช่าโกดัง
นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงผลการเปิดประมูลยางพาราในสต๊อกรัฐ รวม 18,481.93 ตัน ว่า นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบนโยบายให้การยางแห่งประเทศไทย หรือ กยท. เร่งเปิดประมูลยางพาราเก่าค้างสต๊อกของรัฐ
การดำเนินการดังกล่าวเป็นการใช้จังหวะที่ราคายางอยู่ในระดับสูง และปริมาณยางในตลาดมีน้อย เพื่อไม่ให้กระทบต่อราคายางและกลไกตลาด โดยปริมาณยางที่นำออกประมูลคิดเป็นเพียง 4.3% ของผลผลิตรวมต่อเดือน จึงไม่ก่อให้เกิดภาวะอุปทานล้นตลาด
นายสรวุฒิกล่าวว่า นายสุริยะยังกำชับให้การประมูลดำเนินการอย่างเปิดกว้าง โปร่งใส และตรวจสอบได้ โดยจัดให้มีการประมูลแบบแยกตามโกดังที่จัดเก็บยาง เพื่อเปิดโอกาสให้เกิดการแข่งขันในวงกว้าง
ผลการประมูลครั้งนี้ทำให้ราคายางพารารวมอยู่ที่ 1,232.2 ล้านบาท สูงกว่าราคากลางตั้งต้น 34.82% คิดเป็นมูลค่าส่วนเพิ่ม 318,250,775 บาท ซึ่งสูงกว่าที่คาดหมายไว้มาก
นายสรวุฒิกล่าวว่า การประมูลครั้งนี้ได้รับความสนใจจากภาคเอกชนในวงการยางพาราอย่างคึกคัก เนื่องจากราคากลางที่ตั้งไว้มีความน่าสนใจ และเป็นจังหวะที่ตลาดมีความต้องการวัตถุดิบ ขณะเดียวกันยังช่วยบรรเทาความตึงตัวของอุปทานได้ โดยไม่ส่งผลกระทบเชิงลบต่อระดับราคายางในตลาด
นอกจากนี้ การระบายยางค้างสต๊อกในช่วงเวลาที่เหมาะสม ยังมีส่วนช่วยรักษาเสถียรภาพตลาด และเตรียมความพร้อมต่อภาวะตลาดผันผวนในอนาคต
สำหรับเงินที่ได้รับจากการประมูลขายยางพาราในครั้งนี้ จะนำไปใช้ชำระหนี้ให้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. และชำระค่าเช่าโกดังจัดเก็บยาง โดยไม่ต้องพึ่งพาเงินจัดสรรจากรัฐบาล
“ขอให้ประชาชนมั่นใจได้ว่า การดำเนินงานของ กยท. ในยุคนี้ จะเป็นไปอย่างถูกต้อง เปิดเผย และอยู่บนพื้นฐานของความโปร่งใสอย่างแน่นอน” นายสรวุฒิกล่าว




