“สุริยะ” มอบ “สรวุฒิ” ร่วมประชุม นบข. เห็นชอบขยายกรอบวงเงินช่วยเหลือชาวนานาปี 2568/69 เพิ่มเติม 233,729 ครัวเรือน ไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกินครัวเรือนละ 10,000 บาท ใช้งบเพิ่ม 1,846.96 ล้านบาท ดันกรอบวงเงินรวมเป็น 39,753.16 ล้านบาท พร้อมเคาะมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวปี 2569/70 รวม 5 โครงการ เป้าหมาย 11.50 ล้านตัน วงเงินจ่ายขาด 10,192.58 ล้านบาท
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้มอบหมายนายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ หรือ นบข. ครั้งที่ 1/2569 โดยมีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน ณ ห้องประชุมตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล
ที่ประชุมมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ ขอขยายกรอบวงเงินโครงการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี และส่งเสริมการเพาะปลูกให้เหมาะสมกับศักยภาพพื้นที่ ปีการผลิต 2568/69 เพื่อดูแลเกษตรกรกลุ่มที่ยังไม่ได้รับสิทธิ์ จำนวน 233,729 ครัวเรือน
มาตรการดังกล่าวให้ความช่วยเหลือไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกินครัวเรือนละ 10 ไร่ หรือไม่เกินครัวเรือนละ 10,000 บาท ใช้วงเงินเพิ่มเติม 1,846.96 ล้านบาท ส่งผลให้กรอบวงเงินโครงการเพิ่มจากเดิม 37,906.20 ล้านบาท เป็น 39,753.16 ล้านบาท เพื่อบรรเทาภาระต้นทุนการผลิตและช่วยพยุงรายได้ให้ชาวนาอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ที่ประชุมมอบหมายให้กรมการข้าว ในฐานะฝ่ายเลขานุการ นบข. เสนอเรื่องให้กระทรวงการคลังพิจารณา ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. พิจารณาตามขั้นตอนต่อไป
สำหรับกรอบวงเงินเดิม 36,772.52 ล้านบาท ขณะนี้มีการโอนเงินให้เกษตรกรแล้วเสร็จ จำนวน 4.45 ล้านครัวเรือน เป็นเงิน 36,378.74 ล้านบาท และอยู่ระหว่างโอนเพิ่มเติมอีก 59,794 ครัวเรือน โดยมีวงเงินคงเหลือ 393.78 ล้านบาท
นายสุริยะกล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯ จะดำเนินโครงการอย่างรอบคอบ ตามที่ประธานในที่ประชุมกำชับ โดยให้เร่งตรวจสอบข้อมูลเกษตรกรทั้งกลุ่มที่ได้รับเงินช่วยเหลือแล้ว และกลุ่มที่อยู่ระหว่างการพิจารณาให้ชัดเจนว่าเป็นผู้ปลูกข้าวและมีการเพาะปลูกจริง
ขณะเดียวกัน ต้องรายงานข้อมูลการเพิ่มขึ้นของจำนวนครัวเรือน พื้นที่เพาะปลูก และผลผลิตข้าว ตลอดจนบูรณาการฐานข้อมูลร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมการปกครอง กรมที่ดิน และการใช้ข้อมูลแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศ เพื่อให้การอนุมัติวงเงินเพิ่มเติมมีข้อมูลรองรับ ตรวจสอบได้ และเป็นระบบ
นอกจากมาตรการช่วยเหลือโดยตรง ที่ประชุมยังเห็นชอบมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก ปีการผลิต 2569/70 และมาตรการระยะยาวเพื่อปรับปรุงโครงสร้างการผลิต ภายใต้แนวคิด New Rice Economy รวม 5 โครงการ เป้าหมายรวม 11.50 ล้านตัน วงเงินจ่ายขาด 10,192.58 ล้านบาท
ประกอบด้วย 1. โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี เป้าหมาย 3 ล้านตันข้าวเปลือก โดยสนับสนุนค่าฝากเก็บในอัตรา 1,500 บาทต่อตัน 2. โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร เป้าหมาย 1.5 ล้านตันข้าวเปลือก เพื่อสนับสนุนสถาบันเกษตรกรรวบรวมผลผลิตจากสมาชิก
3.โครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต็อก เป้าหมาย 4 ล้านตันข้าวเปลือก โดยชดเชยดอกเบี้ย 3% ต่อปี เพื่อจูงใจให้ผู้ประกอบการรับซื้อและเก็บสต็อกข้าวในช่วงผลผลิตออกสู่ตลาด 4. โครงการดูดซับข้าวเปลือก ปีการผลิต 2569/70 เป้าหมาย 3 ล้านตันข้าวเปลือก และ 5. โครงการส่งเสริมและพัฒนาข้าวคุณภาพสูงเพื่อเพิ่มรายได้เกษตรกร ปี 2570 หรือข้าวประณีต ระยะที่ 2 เป้าหมาย 266 กลุ่มที่ยังไม่ได้รับคัดเลือก
สำหรับโครงการข้าวประณีต ระยะที่ 2 จะสนับสนุนเงินทุนพัฒนาศักยภาพการผลิตและแปรรูป กลุ่มละ 300,000 บาท พร้อมส่งเสริมองค์ความรู้ด้านการตลาดผ่านการอบรมและ Coaching เพื่อยกระดับข้าวคุณภาพสูงให้มีมูลค่าเพิ่ม และตอบโจทย์ความต้องการของตลาดมากขึ้น
นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ได้เสนอโครงการประกันภัยข้าวนาปี ปี 2569 ซึ่งเป็นมาตรการสำคัญในการช่วยบริหารความเสี่ยงให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมมอบหมายให้ศึกษาและจัดทำรายละเอียดเพิ่มเติมอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะการกำหนดวงเงินคุ้มครองและอัตราเบี้ยประกันภัยให้เหมาะสม คุ้มค่า และไม่ซ้ำซ้อนกับมาตรการช่วยเหลืออื่นของรัฐ ก่อนนำกลับมาพิจารณาอีกครั้ง
ที่ประชุมยังรับทราบความคืบหน้าการดำเนินโครงการภายใต้กรอบแนวคิด “ข้าวไทยสู่เศรษฐกิจอนาคต” หรือ New Rice Economy ประกอบด้วย โครงการดูดซับข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2568/69 โครงการปรับเปลี่ยนการปลูกข้าวนาปรังเป็นพืชหลังนาเพื่อสร้างรายได้แก่เกษตรกร การสนับสนุนการปลูกข้าวคุณภาพสูงเพื่อเพิ่มมูลค่า และการพัฒนาเมล็ดพันธุ์ข้าวให้ตรงตามความต้องการของตลาด
สำหรับแนวทางปรับเปลี่ยนการปลูกข้าวนาปรังเป็นพืชหลังนา กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมการข้าว ได้จัดทำข้อเสนอโครงการปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกข้าวไปสู่พืชเศรษฐกิจชนิดอื่น เช่น ปาล์มน้ำมัน ข้าวโพด และกล้วยหอม เป้าหมาย 500,000 ไร่ โดยคณะอนุกรรมการด้านการผลิต นบข. เห็นชอบในหลักการ แต่ให้ทบทวนความเหมาะสมของพื้นที่ โดยต้องมีตลาดรองรับ เพื่อลดพื้นที่ปลูกข้าวอย่างถาวร
ขณะเดียวกัน กรมการข้าวได้เตรียมความพร้อมด้านเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี รองรับปีการผลิต 2569/70 โดยประเมินความต้องการใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวทั่วประเทศ 1.411 ล้านตัน จากพื้นที่นาปีประมาณ 60 ล้านไร่ และนาปรังประมาณ 10 ล้านไร่
ปัจจุบันมีแหล่งเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดีรวม 730,000 ตัน ประกอบด้วย กรมการข้าว 100,000 ตัน ศูนย์ข้าวชุมชน 200,000 ตัน สมาคมผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์และภาคเอกชน 400,000 ตัน และสหกรณ์การเกษตร 30,000 ตัน พร้อมส่งเสริมให้เกษตรกรเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ใช้เอง หรือแลกเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ระหว่างเกษตรกรเพิ่มเติมอีก 780,000 ตัน
ทั้งนี้ กรมการข้าวยังเดินหน้าวิจัยและพัฒนาข้าวพันธุ์ใหม่ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด โดยเน้นพันธุ์ที่ให้ผลผลิตสูง อายุสั้น คุณภาพดี และตอบโจทย์ผู้บริโภค ผ่านการปรับปรุงพันธุ์แบบปกติ การใช้เทคโนโลยีชีวภาพ การฉายรังสีเพื่อให้เกิดการกลายพันธุ์ รวมถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่ Gene Editing
ในปี 2569 มีข้าวพันธุ์ใหม่ที่อยู่ในกระบวนการรับรอง ได้แก่ กข121 ข้าวเจ้าพื้นแข็ง กข123 ข้าวเจ้าพื้นนุ่ม กข28 ข้าวเหนียว และ กขบ1 ข้าวบาร์เลย์ เพื่อยกระดับคุณภาพและศักยภาพการผลิตข้าวไทยในระยะต่อไป