เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
GIZ ผนึก กนอ.-บีไอพี-บี.กริม เพาเวอร์ ร่วมเปลี่ยนผ่านพลังงานและลดคาร์บอน
SD GIZ ผนึก กนอ.-บีไอพี-บี.กริม เพาเวอร์ ร่วมเปลี่ยนผ่านพลังงานและลดคาร์บอน
โรดโชว์นิวยอร์กคึกคัก หุ้นไทยกลับเข้าเรดาร์ 25 กองทุนยักษ์ ลุ้นฟันด์โฟลว์หวนกลับ
Finance โรดโชว์นิวยอร์กคึกคัก หุ้นไทยกลับเข้าเรดาร์ 25 กองทุนยักษ์ ลุ้นฟันด์โฟลว์หวนกลับ
วธ.แสดงความยินดี เนเน่ เล็งดึงร่วมงานส่งเสริมวัฒนธรรม
Biz Movement วธ.แสดงความยินดี เนเน่ เล็งดึงร่วมงานส่งเสริมวัฒนธรรม
‘เศรษฐา’ ผลักดัน ‘เสริมกล้า’ รับซื้อนม อ.ส.ค. แก้วิกฤตนมล้นตลาด ส่งต่อโภชนาการเด็ก-ผู้พิการ
Biz Movement ‘เศรษฐา’ ผลักดัน ‘เสริมกล้า’ รับซื้อนม อ.ส.ค. แก้วิกฤตนมล้นตลาด ส่งต่อโภชนาการเด็ก-ผู้พิการ
ttb ชี้โจทย์การค้าโลกเปลี่ยน ชู 6 อุตฯ ไทยมีโอกาสชนะ
Finance ttb ชี้โจทย์การค้าโลกเปลี่ยน ชู 6 อุตฯ ไทยมีโอกาสชนะ
‘ผ้าไหมแดงสมเด็จ’ ชุดเนเน่ รอยัล จากชุมชนบ้านครัว แหล่งทอไหมแห่งสุดท้ายกลางกรุง
Biz Movement ‘ผ้าไหมแดงสมเด็จ’ ชุดเนเน่ รอยัล จากชุมชนบ้านครัว แหล่งทอไหมแห่งสุดท้ายกลางกรุง
ราคาทองวันนี้ (24 ก.ย. 69) ร่วงลง 300 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 68,500 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (24 ก.ย. 69) ร่วงลง 300 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 68,500 บาท
ซีไอเอ็มบี ไทย คว้ารางวัล Best Wealth Manager ตอกย้ำกลยุทธ์ Wealth Your World ให้โลกของคุณ
Biz Movement ซีไอเอ็มบี ไทย คว้ารางวัล Best Wealth Manager ตอกย้ำกลยุทธ์ Wealth Your World ให้โลกของคุณ
บอร์ด PTT เคาะปันผล 1.40 บาท พ่วงขายหุ้นซื้อคืน 238 ล้านหุ้น เริ่ม 28 ก.ย.
Finance บอร์ด PTT เคาะปันผล 1.40 บาท พ่วงขายหุ้นซื้อคืน 238 ล้านหุ้น เริ่ม 28 ก.ย.
เตือน 9 อำเภอ 4 จังหวัดเสี่ยงน้ำท่วม ฝนหนัก 23-27 ก.ย. เพิ่มระบายเขื่อนเจ้าพระยา 1,800 ลบ.ม./วินาที
Economic เตือน 9 อำเภอ 4 จังหวัดเสี่ยงน้ำท่วม ฝนหนัก 23-27 ก.ย. เพิ่มระบายเขื่อนเจ้าพระยา 1,800 ลบ.ม./วินาที
ดูทั้งหมด

โตโยต้าจี้รัฐบาลปกป้องอุตฯ หนุนซื้อรถผลิตในประเทศรักษาฐานผลิต

17 มิ.ย. 2569 | 06:59น.
17-pok

โตโยต้ากระทุ้งรัฐบาล เดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เสนอ 3 ประเด็น เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ดูแลฐานผลิตในประเทศ-ซัพพลายเชน-ส่งเสริมความหลากหลายพลังงานผ่าน “มัลติพาร์ตเวย์” ส่วนปีนี้เชื่อยังรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดไม่น้อยกว่า 37% ท่ามกลางปัจจัยลบรอบด้าน ทั้งภาวะสงคราม-เศรษฐกิจ

โนริอากิ ยามาชิตะ

นายโนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงสถานการณ์ของอุตสาหกรรมยานยนต์ในปัจจุบัน ซึ่งถือว่ามีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยมีส่วนร่วมในการสร้างจีดีพีสูงถึง 10% 
เพื่อให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสามารถเดินต่อไป โตโยต้าอยากเสนอใน 3 ประเด็นหลัก ๆ ให้ทางภาครัฐในการกระตุ้นตลาดและอุตสาหกรรมยานยนต์

หลังจากตลาดอยู่ในภาวะชะลอตัวมาเป็นระยะเวลาพอสมควร เพื่อสนับสนุนและเกิดการกระตุ้นอุตสาหกรรมยานยนต์ ได้แก่

  1. การกระตุ้นให้เกิดความต้องการใช้รถยนต์ในประเทศก่อน จากที่ตลาดรถยนต์มีความต้องการสูงถึงระดับ 1 ล้านคัน ก่อนหน้านี้มีการสนับสนุนโครงการรถยนต์คันแรก แต่ปัจจุบันความต้องการภายในประเทศอยู่ที่ระดับ 600,000 คัน
  2. การเร่งมาตรการเพื่อส่งเสริมและรักษาฐานการผลิตในประเทศ รวมทั้งการรักษาวงจรห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ มีการผลิตและใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศมากกว่านี้
  3. การยกระดับขีดความสามารถในการส่งออกรถยนต์ให้มากขึ้น รวมทั้งในส่วนของการสนับสนุนและมองถึงความหลากหลายของพลังงาน หรือ “มัลติพาร์ตเวย์” ที่ปัจจุบันมีการนำเสนอทางเลือกของการใช้พลังงานที่หลากหลาย ทั้งในส่วนของรถยนต์ไฮบริด (HEV) รถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ไบโอฟลูแอล

โดยที่ผ่านมาโตโยต้า และผู้ประกอบการอุตสาหกรรมยานยนต์ได้มีการพูดคุยหารือร่วมกับภาครัฐ เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกัน โดยมีการตอบรับมาในระดับหนึ่งแล้ว

“ในส่วนของแนวคิดมัลติพาร์ตเวย์นั้น จริง ๆ แล้วไม่ได้อยากให้รัฐบาลสนับสนุนแต่รถยนต์ BEV เท่านั้น แต่ทั้งนี้ยังมีพลังงานทางเลือกที่หลากหลายอีกมากมาย ที่เราอยากให้รัฐบาลสนับสนุนทั้งหมดอย่างเท่าเทียม”

นายยามาชิตะกล่าวต่อไปว่า สิ่งสำคัญที่ในการช่วยให้เศรษฐกิจและอุตสาหกรรมขับเคลื่อนไปได้ในขณะนี้คือ “ปริมาณ” การผลิต เพื่อกระตุ้นให้เกิดการใช้งานในประเทศ และการส่งออก โดยเฉพาะในปัจจุบันนี้สิ่งที่โตโยต้าต้องการให้รัฐบาลสนับสนุนละส่งเสริม คือ การกระตุ้นความต้องการภายในประเทศก่อน

เนื่องจากเชื่อว่าจะช่วยส่งเสริม และรักษาระบบซัพพลายเชน หรือห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศให้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยมีความแข็งแกร่ง ด้วยการสนับสนุนให้คนหันมาใช้รถยนต์ที่ผลิตภายในประเทศ

ขณะที่เป้าหมายการจำหน่ายรถยนต์ในปีนี้นั้น โตโยต้ายังยืนยันว่าขณะนี้โตโยต้ายังไม่ได้มีการพิจารณาเพื่อปรับเป้าหมายแต่อย่างใด

ทั้งนี้ บริษัทต้องการให้การดำเนินธุรกิจ หรือยอดขายมีการเติบโตเพิ่มขึ้นจากปีก่อน ทั้งในส่วนของยอดขาย และยอดการผลิต

ขณะที่อุตสาหกรรมยานยนต์โดยรวมยังคงมีความท้าทายรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นภาวะสงคราม และเศรษฐกิจโดยรวม แต่โตโยต้าจะพยายามทำยอดขายให้ได้มากที่สุด หรืออย่างน้อยในส่วนแบ่งทางการตลาด 37% ในปี 2568 ขณะที่ปี 2567 ที่ผ่านมาโตโยต้ามีส่วนแบ่งทางการระดับ 38% อย่างไรก็ตาม ปีนี้โตโยต้าตั้งเป้าว่าจะต้องคงรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดให้ไม่น้อยกว่าปีก่อน คือระดับ 37% ให้ได้