11 แข้ง ค่าตัวแพงที่สุด ในฟุตบอลโลก 2026 รายได้รวม 950 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
11 นักเตะท็อป และ 2 แข้ง ขึ้นแท่นมหาเศรษฐีหน้าใหม่ แท็กทีมโกยรายได้รวม 950 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาก่อนเปิดฉากศึกฟุตบอลโลก 2026
ฟุตบอลโลกปีนี้เต็มไปด้วยอะไรๆ ที่เป็น ‘ครั้งแรก’ ในประวัติศาสตร์
เริ่มตั้งแต่เพิ่มทีมแข่งขันเป็น 48 ทีมเป็นครั้งแรกในรอบ 96 ปี
ต่อด้วยเป็นครั้งแรกที่มีเจ้าภาพร่วมถึง 3 ประเทศ (สหรัฐอเมริกา, แคนาดา และเม็กซิโก) กระจายพื้นที่แข่งครั้งแรกไปถึง 16 เมือง ทุบสถิติในหลายๆภาคส่วน
และที่เป็นไฮไลต์ คือ นี่จะเป็นฟุตบอลโลกครั้งแรกที่มีนักเตะระดับ‘มหาเศรษฐีพันล้าน’ ลงสนาม
2 คนแรกที่ไต่ระดับขึ้นมา คือ คริสเตียโน โรนัลโด วัย 41 ปี กัปตันทีมโปรตุเกส และ ลิโอเนล เมสซี วัย 38 ปี พาทีมชาติอาร์เจนตินา
แต่ด้วยราคาตั๋วแสนแพง ล่าสุด FIFA เพิ่งเปิดราคาตั๋วรอบชิงชนะเลิศ วันที่ 19 กรกฎาคม ณ สนามเม็ต 7 ไลฟ์ สเตเดียม รัฐนิวเจอร์ซีย์ ราคาสูงถึง 33,000 ดอลลาร์สหรัฐ (หรือประมาณ 1.07 ล้านบาท)
แพงขึ้นจากรอบก่อนหน้าถึง 3 เท่า ทั้งยังแพงกว่าตั๋วรอบชิงฟุตบอลโลกปี 2022 ที่กาตาร์ถึง 20 เท่า
แม้แต่กลุ่มผู้ที่ร่ำรวยที่สุดก็อาจต้องพิจารณาให้รอบคอบ หากจะซื้อตั๋วจากตลาดรอง (ตลาดรีเซล) เนื่องจากในเดือนเมษายน เว็บไซต์ขายตั๋วต่ออย่างเป็นทางการของ FIFA แสดงราคาตั๋วรอบชิงชนะเลิศจำนวน 4 ที่นั่ง มีราคาสูงเกือบ 2.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อหนึ่งที่นั่ง ซึ่งระบุตำแหน่งเป็นโซน 124 แถวที่ 45 ที่นั่งหมายเลข 33 ถึง 36
ในเมื่อการดูกีฬาราคาเฟ้อเช่นนี้ แน่นอนว่านักกีฬาต้องมีค่าตัวราคาเฟ้อเช่นกัน
ประชาชาติธุรกิจจึงรวบรวม 11 อันดับนักฟุตบอล ที่มีรายได้สูงที่สุด ผู้เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2026 ไว้ดังนี้
อันดับที่ 1: 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
คริสเตียโน โรนัลโด
สัญชาติ โปรตุเกส อายุ 41 ปี
รายได้ในสนาม 235 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
รายได้นอกสนาม 65 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

คริสเตียโน โรนัลโด เป็นนักฟุตบอลที่มีค่าเหนื่อยสูงที่สุดในโลก และเป็นนักกีฬาที่ทำรายได้มากที่สุดในโลกจากทุกประเภทกีฬา ครองตำแหน่งติดต่อกันมาเป็นเวลา 4 ปีแล้ว
ทั้งเป็นกองหน้าทีมชาติโปรตุเกสวัย 41 ปี ที่มีรายได้ประเมินในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมาอยู่ที่ 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นับเป็นตัวเลขสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของนักกีฬาทุกแขนง เทียบเท่ากับ ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ นักมวยสากลอาชีพชาวอเมริกันในช่วงเวลานั้นที่เขายังขึ้นชกบนเวทีอยู่ ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของนักกีฬาเท่าที่นิตยสาร Forbes เคยบันทึกไว้ (โดยยังไม่ได้ปรับตามอัตราเงินเฟ้อ)
นอกจากนี้ยังเป็นนักกีฬาเพียงคนเดียวที่ทำรายได้ทะลุ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐตลอดอาชีพค้าแข้งที่ยังคงแข่งขันอยู่
จากรายได้ทั้งหมด Forbes ประเมินมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของเขาในปัจจุบันอยู่ที่ 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
ทำให้โรนัลโดกลายเป็น 1 ใน 4 นักกีฬาที่ยังไม่แขวนสตั๊ดที่ก้าวสู่กลุ่มมหาเศรษฐีพันล้านดอลลาร์สหรัฐ
อันดับที่ 2: 140 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ลิโอเนล เมสซี
สัญชาติ อาร์เจนตินา อายุ 38 ปี
รายได้จากในสนาม 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
รายได้นอกสนาม 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ลิโอเนล เมสซี ก้าวสู่ทำเนียบมหาเศรษฐีพันล้านของนิตยสาร Forbes อย่างเป็นทางการแล้ว
โดยทรัพย์สินสุทธิประเมินอยู่ที่ 1.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และในทัวร์นาเมนต์นี้ เมสซีทำสถิติลงแข่งขันฟุตบอลโลกเป็นครั้งที่ 6 ในชีวิต ซึ่งเป็นตัวเลขสูงสุดในประวัติศาสตร์ เคียงข้างกับโรนัลโด และ กีเยร์โม โอชัว ผู้รักษาประตูทีมชาติเม็กซิโก
ขณะที่ทีมชาติอาร์เจนตินา พยายามรักษาแชมป์โลกให้ได้เหมือนในปี 2022 หวังคว้าดาวดวงที่ 4 มาครอง
กองหน้าตัวตึงสโมสร อินเตอร์ ไมอามี ที่กำลังจะมีอายุครบ 39 ปีเต็ม ในวันที่ 24 มิถุนายนนี้ ก็มีโอกาสสร้างสถิติโลกหน้าใหม่
หากเมสซีสามารถทำประตูเพิ่มได้อีก 4 ประตูในฤดูร้อนนี้ เขาจะแซงหน้า มิโรสลาฟ โคลเซ (อดีตกองหน้าทีมชาติเยอรมนีที่ทำไว้ 16 ประตู ขึ้นแท่นเป็นนักเตะที่ทำประตูได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกทันที
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าผลงานในสนามของเขาจะออกมาเป็นอย่างไรในศึกฟุตบอลโลกปีนี้ เมสซีจะยังคงเป็นศูนย์กลางของแคมเปญการตลาดกีฬาเช่นเดิม
เขาจะปรากฏตัวในโฆษณาชุดใหม่ของ Adidas ร่วมกับ แบด บันนี (Bad Bunny) และ ทีโมธี ชาลาเมต์ (Timothée Chalamet) นักร้องและนักแสดงฮอลลีวูด
รวมถึงแบรนด์เครื่องดื่ม Michelob Ultra ที่แสดงร่วมกับ คริสเตียน พูลิซิช และ บิลลี่ บ็อบ ธอร์นตัน
นอกจากนี้ ห้างค้าปลีกดังอย่าง Lowe’s ยังได้เกาะกระแสเมสซี่ ด้วยนโยบายวางจำหน่ายหุ่นลมเมสซีขนาดความสูง 10 ฟุต (ประมาณ 3 เมตร) ในราคา 99 ดอลลาร์สหรัฐอีกด้วย
อันดับที่ 3: 95 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
คีเลียน เอ็มบัปเป
สัญชาติ ฝรั่งเศส อายุ 27 ปี
รายได้ในสนาม 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
รายได้นอกสนาม 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

แม้ว่า เอ็มบัปเป จะผ่านฟุตบอลโลกมาน้อยกว่าเมสซีถึง 3 สมัย แต่กลับทำสกอร์ตามหลังเมสซีในศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเพียงแค่ประตูเดียวเท่านั้น
ด้วยสัญชาตญาณดาวยิงอันเฉียบคมที่เพิ่งพาให้เขาครองตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุดของศึก ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ฤดูกาล 2025-26 ร่วมกับสโมสร เรอัล มาดริด
กองหน้าวัย 27 ปีคนนี้ เคยพาทีมชาติฝรั่งเศสคว้าแชมป์โลกมาแล้วในปี 2018 ตั้งแต่ตอนที่เขาอายุเพียง 19 ปี
และยังพาทีมเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศได้อีกครั้งในอีก 4 ปีต่อมา ทำให้ปัจจุบันเขาขึ้นแท่นเป็นหนึ่งในนักเตะเนื้อหอมที่สุดในเรื่องการตลาด และมีโอกาสที่จะดึงดูดสปอนเซอร์รายใหม่ ๆ เข้ามาเพิ่มอีก
ล่าสุดก่อนเริ่มเปิดฉากฟุตบอลโลก 2026 เอ็มบัปเปเพิ่งเปิดตัวในฐานะพรีเซนเตอร์เครือโรงแรมหรู Fairmont Hotels & Resorts ในแคมเปญรักสุขภาพ และยังร่วมงานกับบริษัทประกันสุขภาพ Alan ทั้งในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์และผู้ร่วมลงทุนด้วย
อันดับที่ 4: 80 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
เออร์ลิง ฮาลันด์
สัญชาติ นอร์เวย์ อายุ 25 ปี
รายได้ในสนาม 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
รายได้นอกสนาม 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

แม้ว่าเมื่อปีที่ผ่านมา เออร์ลิง ฮาลันด์ จะเพิ่งเซ็นสัญญาฉบับใหม่มูลค่ามหาศาลเพื่อค้าแข้งระยะยาวกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปแล้ว
แต่ข้อตกลงในสัญญาก็ดูเหมือนจะไม่สามารถหยุดยั้งความสนใจจาก เรอัล มาดริด ได้เลย
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เอนริเก้ ริเกลเม่ นักธุรกิจผู้ก่อตั้ง Cox Energy บริษัทพลังงาน ออกมาประกาศว่า หากเขาได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานสโมสรคนใหม่ของราชันชุดขาว เขาจะเดินหน้าคว้าตัวกองหน้าวัย 25 ปี ฮาลันด์มาร่วมทีมแน่นอน
ซึ่งทันทีที่ข่าวนี้หลุดออกไป ทางฝั่งสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจและโต้กลับว่าจะดำเนินคดีทางกฎหมาย
ช่วงเวลานี้ ฮาลันด์ทุ่มเทสมาธิทั้งหมดให้กับศึกฟุตบอลโลก ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีของทีมชาตินอร์เวย์ที่สามารถผ่านเข้ามาเล่นในรอบสุดท้ายได้ นับตั้งแต่ปี 1998 หรือเกิดขึ้นก่อนที่เขาจะลืมตาดูโลกถึงสองปีเลยทีเดียว
แน่นอนว่าความหวังของคนทั้งชาติตกมาอยู่ที่ฮาลันด์แน่ๆ เพราะไม่นานมานี้เขาเปิดใจกับนิตยสาร GQ ว่า
ตัวเขารับรู้ถึงความกดดันมหาศาลที่ถาโถมเข้ามา แต่เขาก็ชอบอยู่กับความกดดันนั้น
ทิ้งท้ายว่า ถ้าตัวเขาไม่ได้เกิดมาเป็น เออร์ลิง ฮาลันด์ เขาก็คงจะคาดหวังและกดดันผู้ชายที่ชื่อ เออร์ลิง ฮาลันด์ มากๆ เหมือนที่ทุกคนกำลังทำอยู่ตอนนี้เช่นกัน
อันดับที่ 5: 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
วินิซิอุส จูเนียร์
สัญชาติ บราซิล อายุ 25 ปี
รายได้ในสนาม 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
รายได้นอกสนาม 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

บางทีอาจเป็นเพราะเจ้าตัวเพิ่งเจอฤดูกาลที่น่าผิดหวังกับเรอัลมาดริดมา วินิซิอุสเลยมักจะพูดถ่อมตัวเรื่องโอกาสลุ้นแชมป์ฟุตบอลโลกของทีมชาติบราซิลอยู่ตลอด
ตอนที่คุยกับสตรีมเมอร์ชาวสเปนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ เขามองว่าทีมเต็งจ๋าคือ อาร์เจนตินา โปรตุเกส สเปน และฝรั่งเศส
พอถึงเดือนมีนาคมเขาก็ยังย้ำคำเดิมว่าบราซิล (แม้จะเคยเป็นแชมป์โลกมากที่สุดถึง 5 สมัย) ไม่ใช่ทีมเต็งหนึ่งในทัวร์นาเมนต์นี้หรอก ซึ่งตรงกับที่พวกบริษัทรับพนันถูกกฎหมายอย่าง FanDuel กับ DraftKings ก็จัดให้บราซิลเป็นเต็ง 4 กับเต็ง 5 เหมือนกัน
ในขณะที่ทีมชาติบราซิลกำลังลุ้นอยากปลดล็อกคว้าแชมป์โลกให้ได้ในรอบ 24 ปี ตัวของวินิซิอุสเองก็อาจจะมีเรื่องตื่นเต้นในเกมรูปแบบอื่นให้รอคอยอยู่ด้วย เพราะแฟนบอลตาดีแอบไปเห็นว่าในโฆษณาตัวใหม่ของ Nike มีภาพสกินของเจ้าตัวในเกม Fortnite โผล่มาแวบๆ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังไม่มีการประกาศคอลแลบกันอย่างเป็นทางการเลยด้วยซ้ำ
อันดับที่ 6: 55 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
โมฮาเหม็ด ซาลาห์
สัญชาติ อียิปต์ อายุ 33 ปี
รายได้ในสนาม 35 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
รายได้นอกสนาม 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

หลังจากอยู่กับลิเวอร์พูลมานานถึง 9 ฤดูกาล ยิงไป 257 ประตู และคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 2 สมัย
ตอนนี้ซาลาห์ย้ายทีมแล้ว โดยปีกตัวเก่งที่จะอายุครบ 34 ปีในวันที่ 15 มิถุนายนนี้ ได้บรรลุข้อตกลงกับทางหงส์แดงเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เพื่อยกเลิกสัญญาเร็วกว่ากำหนด 1 ปี ทำให้เขาสามารถเซ็นสัญญากับทีมใหม่ในฐานะนักเตะฟรีเอเยนต์ได้ในซัมเมอร์นี้
แต่สำหรับตอนนี้ ‘คิง ออฟ อียิปต์’ ผู้ที่ได้รับคำชมว่าเป็นคนช่วยลดกระแสต่อต้านชาวมุสลิมในเมืองลิเวอร์พูล ขอมุ่งมั่นกับการนำทีมชาติลุยศึกฟุตบอลโลกครั้งที่ 4 ของประเทศก่อน
ซึ่งแม้ว่าอียิปต์จะเคยเป็นแชมป์แอฟริกาคัพออฟเนชันส์มากที่สุดถึง 7 สมัย แต่ก็ยังไม่เคยชนะในแมตช์ฟุตบอลโลกได้เลยสักครั้งเดียว
ยุคสมัยของความแห้งแล้งอาจจะสิ้นสุดลงก็ได้ แต่ใครจะรู้ เพราะในเดือนนี้ทีมมัมมี่ต้องลงแข่งในกลุ่มจี ร่วมกับเบลเยียม อิหร่าน และนิวซีแลนด์
อันดับที่ 7: 54 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ซาดิโอ มาเน
สัญชาติ เซเนกัล อายุ 34 ปี
รายได้ในสนาม 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
รายได้นอกสนาม 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ปีนี้มาเนคว้าถ้วยรางวัลใหญ่มาได้ 2 รายการแล้ว แต่มีเพียงรายการเดียวเท่านั้นที่ยังอยู่ ก่อนที่จะจับคู่กับโรนัลโด้พาทีม อัล-นาสเซอร์ คว้าแชมป์ซาอุดีโปรลีก
ปีกวัย 34 ปีรายนี้ พาทีมชาติเซเนกัลชนะเลิศในศึกแอฟริกาคัพออฟเนชันส์เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา
ทว่าสองเดือนให้หลังกลับถูกยึดแชมป์คืน เนื่องจากนักเตะเซเนกัลพากันเดินออกจากสนามเพื่อประท้วงคำตัดสินที่ให้จุดโทษกับโมร็อกโก
สำหรับการโชว์ฟอร์มในศึกครานี้ มาเนที่เคยพลาดลงเล่นทัวร์นาเมนต์ปี 2022 ไปเพราะอาการบาดเจ็บที่เข่า ยุควิกฤต ACL อาจจะพาทีมชาติเซเนกัลกลับเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศได้เป็นครั้งแรกในรอบ 24 ปี
การเล่นให้ดีในครั้งนี้ก็อาจจะช่วยดึงดูดทีมใหม่ๆ เพราะมีข่าวว่าสัญญาของเขากับ อัล-นาสเซอร์ กำลังจะหมดลงในสิ้นเดือนนี้แล้ว
อันดับที่ 8: 44 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
จู๊ด เบลลิงแฮม
สัญชาติ อังกฤษ อายุ 22 ปี
รายได้ในสนาม 29 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
รายได้นอกสนาม 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

เบลลิงแฮมเป็นหนึ่งในสามนักเตะจากรายชื่อผู้เล่นที่มีรายรับสูงที่สุดในฟุตบอลโลก ที่ค้าแข้งอยู่กับเรอัล มาดริด ร่วมกับเอ็มบัปเปและวินิซิอุส
และถึงแม้ว่าจะยังเหลือเวลาอีกสองสามสัปดาห์กว่าจะอายุครบ 23 ปี แต่เขาเป็นกำลังสำคัญให้กับทีมชาติอังกฤษมาแล้วในฟุตบอลโลกปี 2022
ในเกมรอบแบ่งกลุ่มที่เจอกับอิหร่าน มิดฟิลด์รายนี้ทำสถิติเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดอันดับสองในประวัติศาสตร์ของทีมสิงโตคำรามที่ทำประตูได้ในทัวร์นาเมนต์
แถมยังทำแอสซิสต์ได้อีกครั้งในรอบ 16 ทีมสุดท้ายด้วย
ฟอร์มตอนนั้นช่วยกรุยทางให้เบลลิงแฮมได้ย้ายจากโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ไปอยู่กับเรอัล มาดริด ด้วยค่าตัวที่สูงกว่า 100 ล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในค่าตัวที่แพงที่สุดเท่าที่เคยมีมา
โธมัส ทูเคิล ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษเพิ่งจะบอกเมื่อสัปดาห์นี้เองว่า เบลลิงแฮมจะต้องแย่งชิงตำแหน่งเพื่อโอกาสลงสนามในซัมเมอร์นี้ เนื่องจากทัพสิงโตคำรามชุดนี้มีผู้เล่นในทีมที่พร้อมเบียดเป็นตัวจริงได้ถึง “14 หรือ 15 คน” เลยทีเดียว
อันดับที่ 9: 43 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ลามีน ยามาล
สัญชาติ สเปน อายุ 18 ปี
รายได้ในสนาม 33 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
รายได้นอกสนาม 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ยามาลต้องพลาดการลงเล่นช่วงท้ายฤดูกาลที่บาร์เซโลนาคว้าแชมป์ลาลีกาไปเพราะอาการบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง
ถึงแม้ว่าปีกวัย 18 ปีรายนี้จะกลับมาซ้อมกับทีมชาติสเปนได้แล้วเมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา แต่มีรายงานว่าสโมสรบาร์ซาได้ตั้งเงื่อนไขเข้มงวดในศึกบอลโลกครั้งนี้ของเขา
หนังสือพิมพ์ AS ของสเปนระบุว่า ยามาลน่าจะได้ลงเล่นในฐานะตัวสำรองเพียงแค่ 15 นาทีเท่านั้นในเกมนัดเปิดสนามที่สเปนจะเจอกับเคปเวิร์ด และจะได้ลงเล่นไม่เกิน 60 นาทีในเกมที่จะเจอกับซาอุดีอาระเบียในสัปดาห์ถัดไป
แฟนบอลจะยังได้เห็นหน้าค่าตาของหนุ่มนี่ผ่านหน้าจอทีวีบ่อยอยู่ดี
เพราะเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ยามาลได้เซ็นสัญญาเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับแบรนด์เสื้อผ้า American Eagle แถมตัวเขายังได้ไปปรากฏตัวในแคมเปญฟุตบอลโลกของแบรนด์ยักษ์ใหญ่อย่าง Coca-Cola, McDonald’s, Powerade และ Visa อีก
อันดับที่ 10: 41 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
แฮร์รี เคน
สัญชาติ อังกฤษ อายุ 32 ปี
รายได้ในสนาม 29 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
รายได้นอกสนาม 12 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

เคนเป็นผู้เล่นเพียงคนเดียวในบรรดา 11 นักเตะที่มีรายรับสูงที่สุดในฟุตบอลโลกครั้งนี้ที่ค้าแข้งอยู่ในศึกบุนเดสลีกาของเยอรมนี
เป็นตัวเล่นในตำแหน่งกองหน้าให้กับบาเยิร์น มิวนิก และยังเป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของทีมชาติอังกฤษด้วยผลงาน 79 ประตูจากการลงเล่น 113 นัดในระดับชาติ
ซัมเมอร์นี้เขาตั้งเป้าพาทัพสิงโตคำรามทำผลงานไว้สูงลิ่ว หลังจากที่ได้รองแชมป์ในศึกยูโร 2024 ซึ่งในทัวร์นาเมนต์นั้นเขาได้ครองรางวัลรองเท้าทองคำร่วมในฐานะดาวซัลโวสูงสุดของรายการด้วย
เคนในวัย 32 ปี ตอนนี้ยิงไปแล้ว 32 ประตูทั้งในระดับสโมสร และทีมชาติในปี 2026
ซึ่งข้อมูลจาก ESPN ระบุว่าเขายิงได้มากกว่านักเตะคนอื่นๆ ในโลกในปีนี้ถึง 14 ประตูเลยทีเดียว
อันดับที่ 11: 38 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
เนย์มาร์
สัญชาติ บราซิล อายุ 34 ปี
รายได้ในสนาม 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
รายได้นอกสนาม 28 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

เนย์มาร์ก่อนหน้ายังอยู่ในช่วงฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บที่เข้าและน่อง ทำให้เขาต้องพลาดการลงเล่นในเกมอุ่นเครื่องฟุตบอลโลก
แต่เมื่อเร็วๆ นี้ คาร์โล อันเชล็อตติ โค้ชทีมชาติบราซิลก็เพิ่งออกมาบอกว่า กองหน้าวัย 34 ปีจากสโมสรซานโตสรายนี้ จะต้องแย่งชิงตำแหน่งกับเพื่อนร่วมชาติอย่าง วินิซิอุส จูเนียร์ และ ราฟินฮา เพื่อโอกาสในการลงสนาม ถึงแม้ว่าเขาจะหายดีแล้วก็ตาม
เป็นเกียรติอย่างยิ่ง เนย์มาร์นักจูเนียร์วันนั้นกลายเป็นซีเนียร์วันนี้ ได้รับความเคารพอย่างสูง
ทางทีมชาติบราซิลมอบเสื้อหมายเลข 10 ที่เป็นเอกลักษณ์ระดับตำนานให้เขาใส่ลุยศึกใหญ่ในซัมเมอร์ 2026 นี้
ซึ่งนั่นจะทำให้เนย์มาร์กลายเป็นนักเตะบราซิลคนแรกและคนเดียวในประวัติศาสตร์ที่ได้สวมเสื้อหมายเลขนี้ในฟุตบอลโลกถึง 4 ครั้ง เจริญรอยตามเหล่าตำนานรุ่นพี่อย่าง เปเล่, ซิโก้, ริวัลโด้, โรนัลดินโญ่ และ กาก้า ที่เคยใส่เบอร์นี้มาก่อนหน้านี้
ที่มาตัวเลขและสถิติ: Forbes