เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
Biz Movement สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
Business เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
Real Estate ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
SD 14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
ดูทั้งหมด

สองปี 3 บิ๊กแบงก์ต่างชาติ ถอนเงินพ้นอินโดฯ รวมกว่า 2 หมื่นล้าน หนีความเสี่ยง ‘ปราโบโว’

29 มิ.ย. 2569 | 12:40น.

ในช่วงสองปีที่ผ่านมา ธนาคารต่างชาติ 3 ธนาคารใหญ่ ได้แก่ ซิตี้กรุ๊ปสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดและเอสเอชบีซีโฮลดิงส์ ถอนเงินออกจากอินโดนีเซีย ส่งกลับบริษัทแม่ รวมกัน 11.5 ล้านล้านรูเปียห์ (ราว 2.14 หมื่นล้านบาท) สูงกว่ากำไรสุทธิของธนาคาร แหล่งข่าวระบุสาเหตุคือ ความกังวลในทิศทางนโยบายเศรษฐกิจภายใต้ประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต

บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า ตั้งแต่ปี 2024 ธนาคารต่างชาติที่ใหญ่ที่สุด 3 แห่งในอินโดนีเซีย ส่งเงิน 11.5 ล้านล้านรูเปียห์ (ราว 2.14 หมื่นล้านบาท) ออกจากประเทศ เพื่อลดความเสี่ยง ท่ามกลางนโยบายเศรษฐกิจของประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ผู้นำอินโดนีเซีย ที่เน้นบทบาทของรัฐมากขึ้น

จากการวิเคราะห์งบการเงินของบริษัทในเครือซิตี้กรุ๊ป (Citigroup) เครือข่ายการเงินสัญชาติอเมริกัน, ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (Standard Chartered) สัญชาติอังกฤษ, และเอสเอชบีซีโฮลดิงส์ (HSBC Holdings) ผู้ให้บริการทางการเงินสัญชาติอังกฤษ พบว่า ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา บริษัทเหล่านี้ในอินโดนีเซียส่งเงินออกจากประเทศรวมทั้งสิ้น 11.5 ล้านล้านรูเปียห์ นับเป็นจำนวนที่สูงกว่ากำไรสุทธิรวมของบริษัทในช่วงเวลานั้น ๆ เล็กน้อย

จำนวนเงินที่ส่งออกนี้ สูงกว่าค่าเฉลี่ย 84% ของกำไรที่ซิตี้กรุ๊ปเคยส่งกลับไปยังบริษัทแม่ในช่วงก่อนปี 2024 ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่ปราโบโวจะเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี ขณะที่เงินส่วนที่เก็บไว้ในอินโดนีเซียนั้น เพื่อสนับสนุนการเติบโตและเสริมสร้างเงินทุนสำรอง

นอกจากนี้ ยังสูงกว่าค่าเฉลี่ย 48% ของสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดในช่วงเวลาเดียวกัน และสูงกว่า 87% ของเอสเอชบีซี ในช่วงปี 2020-2023 ทั้งนี้ ในเอกสารงบการเงินของเอสเอชบีซี ไม่ได้เปิดเผยจำนวนเงินที่โอนออกไปยังบริษัทแม่ก่อนปี 2020

แหล่งข่าวระบุว่า ธนาคารบางแห่งตัดสินใจลดการลงทุนในอินโดนีเซียลง เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับทิศทางนโยบายประเทศที่ทำให้นักลงทุนต่างชาติขาดความเชื่อมั่น และความปั่นป่วนในตลาด ซึ่งสั่นคลอนหุ้นอินโดนีเซียและค่าเงินรูเปียห์ในช่วงต้นปีที่แล้ว ไม่กี่เดือนหลังจากที่ปราโบโวบริหารประเทศ มีส่วนทำให้เกิดการตัดสินใจดังกล่าว

ในบรรดาบริษัททั้งสาม สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดมีความเปลี่ยนแปลงชัดเจนที่สุด โดยในปี 2024 ส่งเงินกลับไปยังบริษัทแม่มากกว่า 1.1 ล้านล้านรูเปียห์ (ราว 2 พันล้านบาท) เทียบเป็นเกือบ 4 เท่าของกำไรในอินโดนีเซียในปีนั้น ส่วนหนึ่งนำมาจากกำไรสะสมในปีก่อน ๆ

ด้านซิตี้กรุ๊ป ส่งเงินกลับไปยังบริษัทแม่ เกือบทั้งหมดของรายได้รวมปี 2024-2025 ขณะที่เอสเอชบีซี ระบุว่าในปี 2025 ธนาคารส่งเงินกลับไปยังบริษัทแม่เกือบ 3 ล้านล้านรูเปียห์ (ราว 5.6 พันล้านบาท) แม้ว่าจะมีกำไรสุทธิเพียง 2.2 ล้านล้านรูเปียห์ก็ตาม (ราว 4.1 พันล้านบาท) นับเป็นการส่งเงินกลับที่มากที่สุดของเอสเอชบีซี นับตั้งแต่ปี 2022

แฮร์รี่ ซู กรรมการผู้จัดการฝ่ายวิจัยของบริษัทนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ PT Samuel Sekuritas Indonesia กล่าวว่า การส่งกำไรกลับไปยังบริษัทแม่ที่เพิ่มมากขึ้นนี้ เกิดขึ้นพร้อมกับการอ่อนค่าของเงินรูเปียห์ และความคาดหวังว่าค่าเงินจะอ่อนลงอีก

“สิ่งนั้นทำให้การเก็บกำไรไว้ในอินโดนีเซียมีความน่าสนใจลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับธนาคารต่างชาติ ด้วยความที่นักลงทุนยังระมัดระวัง ทำให้มีสัญญาณที่แนวโน้มจะพลิกกลับในระยะสั้นน้อยมาก” ซูกล่าว

แม้ว่าธนาคารจะยังคงมีกำไรและดำเนินธุรกิจในประเทศต่อไป แต่การโอนกำไรไปต่างประเทศมากขึ้น อาจบ่งชี้ถึงความพยายามปรับโครงสร้างธุรกิจในอินโดนีเซีย และทำให้เกิดคำถามว่า มีการเปลี่ยนเส้นทางการเงินไปที่อื่นที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าหรือไม่

บรรดาผู้บริหารธนาคารยังกังวลเกี่ยวกับการหารือภายในของรัฐบาล เพื่อขยายบทบาทของภาคธนาคารในการให้เงินทุนสนับสนุนบางโครงการของของรัฐ โดยหน่วยงานกำกับดูแลทางการเงินอินโดนีเซีย (OJK) ได้เสนอแนวคิดรวมการสนับสนุนโครงการรัฐเข้าไปในแผนธุรกิจของธนาคาร ซึ่งแหล่งข่าวระบุว่า การหารือดังกล่าวรวมถึงความเป็นไปได้ในการจัดหาเงินทุนสำหรับโครงการอาหารกลางวันฟรี ซึ่งเป็นโครงการหลักของรัฐบาล รวมถึงสหกรณ์ในหมู่บ้านต่าง ๆ ด้วย

นอกจากนี้ แหล่งข่าวระบุว่า เมื่อต้นปี 2025 ในการประชุมกับธนาคาร 10 แห่ง ปันดู สจาห์ริร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ ดานันตารา ยุยงให้ธนาคารแต่ละแห่งร่วมสมทบทุนมากถึง 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.3 หมื่นล้านบาท) รวมทั้งสิ้น 10 ธนาคาร 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.33 แสนล้านบาท) เพื่อแสดงถึงการสนับสนุนอินโดนีเซียและดานันตารา โดยผู้บริหารบางคนมองว่า คำขอครั้งนี้เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าสถาบันการเงินอาจต้องเผชิญแรงกดดันในการสนับสนุนนโยบายสำคัญของรัฐบาล