เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เปิดใจ ‘พญามังกรสวนสยาม’ ซมพิษท่วมหนัก-แบ่งมรดกทายาท
Business เปิดใจ ‘พญามังกรสวนสยาม’ ซมพิษท่วมหนัก-แบ่งมรดกทายาท
เปิดโผ 17 หุ้นกองหน้า รับไทยเจ้าภาพ IMF-World Bank ดึงเม็ดเงินลงทุนโลก
Finance เปิดโผ 17 หุ้นกองหน้า รับไทยเจ้าภาพ IMF-World Bank ดึงเม็ดเงินลงทุนโลก
ก.ล.ต.ไฟเขียวตั้ง Crypto ETF ในไทย เริ่ม 16 ต.ค.นี้ ลงทุน Bitcoin-Ethereum ห้ามใช้มาร์จิ้น
Finance ก.ล.ต.ไฟเขียวตั้ง Crypto ETF ในไทย เริ่ม 16 ต.ค.นี้ ลงทุน Bitcoin-Ethereum ห้ามใช้มาร์จิ้น
SET เปิดลบ 0.94 จุด น้ำมันแพง-บอนด์ยีลด์พุ่งกดดัน ชู 3 กลุ่มหุ้นแกร่งสวนตลาด
Finance SET เปิดลบ 0.94 จุด น้ำมันแพง-บอนด์ยีลด์พุ่งกดดัน ชู 3 กลุ่มหุ้นแกร่งสวนตลาด
ราคาทองวันนี้ (8 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,650 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (8 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,650 บาท
กทพ.ปรับลดวงเงินการเติมเงิน Easy Pass ขั้นต่ำเริ่มต้น 100 บาท ผ่าน App EXAT Portal ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
Economic กทพ.ปรับลดวงเงินการเติมเงิน Easy Pass ขั้นต่ำเริ่มต้น 100 บาท ผ่าน App EXAT Portal ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
คว้าโอกาสประชุมการเงินโลก
World คว้าโอกาสประชุมการเงินโลก
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (8 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (8 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
FETCO ลุ้นฟันด์โฟลว์ไหลกลับ SET ต่างชาติแค่ขายทำกำไร-ดัชนีเชื่อมั่นยัง ‘ร้อนแรงมาก’
Finance FETCO ลุ้นฟันด์โฟลว์ไหลกลับ SET ต่างชาติแค่ขายทำกำไร-ดัชนีเชื่อมั่นยัง ‘ร้อนแรงมาก’
ประกันผ่อนปรนชำระเบี้ย ระดมมาตรการช่วยลูกค้าน้ำท่วม
Finance ประกันผ่อนปรนชำระเบี้ย ระดมมาตรการช่วยลูกค้าน้ำท่วม
ดูทั้งหมด

อินโดนีเซีย ขาดดุลครั้งแรกในรอบ 6 ปี รูเปียห์อ่อน-น้ำมันแพง

01 ก.ค. 2569 | 17:28น.

อินโดนีเซีย ประสบภาวะขาดดุลการค้าเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เดือน เม.ย. 2020 โดยมีมูลค่าการนำเข้าเพิ่มขึ้น 2.48 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 8.28 แสนล้านบาท) เนื่องจากค่าเงินรูเปียห์อ่อนลง 6.5% ประกอบกับความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้ราคาน้ำมันและก๊าซปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ประสิทธิภาพการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์สำคัญลดลง

นิกเคอิ เอเชีย (Nikkei Asia) รายงานว่า เดือนพฤษภาคม 2026 อินโดนีเซีย ซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประสบภาวะขาดดุลการค้าเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี เนื่องจากเงินรูเปียห์ที่อ่อนค่าลง และราคาน้ำมันที่แพงขึ้นจากสงครามอิหร่าน ทำให้มูลค่าการนำเข้าพุ่งสูงขึ้น ขณะที่การส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์สำคัญลดลง

สำนักงานสถิติแห่งอินโดนีเซีย (BPS) ประกาศว่า ในเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา มูลค่าการนำเข้าของประเทศสูงกว่ามูลค่าการส่งออก 1.61 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5.37 หมื่นล้านบาท) โดยมูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 2.32 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 7.74 แสนล้านบาท) ลดลง 5.73% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2025 ขณะที่การนำเข้าเพิ่มขึ้น 22.16% เป็น 2.48 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 8.28 แสนล้านบาท) ถือเป็นครั้งแรกที่ประเทศประสบภาวะขาดดุลการค้า นับตั้งแต่เดือน เม.ย. 2020

ในจำนวนดังกล่าว การนำเข้าน้ำมันและก๊าซเพิ่มขึ้น 70.78% เป็น 4.51 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.5 แสนล้านบาท) ขณะที่การนำเข้าสินค้าที่ไม่ใช่น้ำมันและก๊าซเพิ่มขึ้น 14.89% เป็น 2.03 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6.77 แสนล้านบาท)

อาเต็ง ฮาร์โตโน รองผู้อำนวยการฝ่ายสถิติการจัดจำหน่ายและบริการ BPS กล่าวในการแถลงข่าววันที่ 1 ก.ค. ว่า วัตถุดิบที่นำเข้าเพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เป็นแร่เชื้อเพลิง เกลือ กำมะถัน หิน ผลิตภัณฑ์ซีเมนต์ และธัญพืช โดยส่วนใหญ่นำเข้ามาจากจีน ออสเตรเลีย ประเทศในกลุ่มอาเซียน และสหภาพยุโรป (EU) ขณะที่การนำเข้าจากญี่ปุ่นลดลง

“มูลค่าการส่งออกที่ลดลงในเดือน พ.ค. เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ส่วนใหญ่เกิดจากสินค้าโภคภัณฑ์ที่ไม่ใช่น้ำมันและก๊าซหลายรายการ โดยที่การส่งออกโลหะมีค่า เครื่องประดับ และอัญมณี มีปริมาณการส่งออกลดลงมากที่สุดถึง 59.35% และส่งผลให้การส่งออกโดยรวมเติบโตลดลง 2.93%” ฮาร์โตโนกล่าว

การส่งออกถ่านหินเป็นปัจจัยสำคัญ โดย BPS ระบุว่า ในช่วง 5 เดือนแรกของปี อินโดนีเซียส่งออกถ่านหินลดลง 8.19% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า อยู่ที่ 143.56 ล้านเมตริกตัน คิดเป็นการส่งออกมูลค่า 9.75 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.25 แสนล้านบาท) หรือลดลง 4.95% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

นอกจากนี้ ในเดือน พ.ค. ค่าเงินรูเปียห์ยังอ่อนค่าลง 6.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เนื่องจากการไหลออกของเงินทุนต่างประเทศ ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ลดลง เนื่องจากนโยบายเศรษฐกิจของประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ผู้นำอินโดนีเซีย และความกังวลเกี่ยวกับการบริหารจัดการตลาดการเงินของประเทศ

ในปีนี้ ค่าเงินรูเปียห์แตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์หลายครั้ง แม้จะฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อยหลังจากธนาคารกลางอินโดนีเซีย (BI) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสามครั้งในสองเดือนที่ผ่านมา

ราห์มา กาฟมี ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแอร์ลังกาในชวาตะวันออก กล่าวว่า การขาดดุลไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจ เพราะอินโดนีเซียพึ่งพาสินค้าโภคภัณฑ์นำเข้าเป็นอย่างมาก และราคาของสินค้าเหล่านี้ ล้วนอ่อนไหวต่อความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ เช่น สงครามในตะวันออกกลาง

ขณะเดียวกัน ประสิทธิภาพการส่งออกของอินโดนีเซียก็ชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง โดยสินค้าโภคภัณฑ์ที่เคยหนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจในปีก่อน ๆ นั้นไม่สามารถทำผลงานได้ดีตามเดิม ทำให้รายได้จากการส่งออกตามหลังการนำเข้า

สินค้าเกษตร เช่น โกโก้ กาแฟ และชา รวมถึงภาคอุตสาหกรรมเหมืองแร่ ต่างประสบกับภาวะถดถอยเมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากดีมานด์ที่ลดลงและการปรับราคาในตลาดโลก

กาฟมีกล่าวว่า อุตสาหกรรมการผลิตภายในประเทศ ยังคงมีประสิทธิภาพต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคเดียวกัน ในแง่ของต้นทุนแรงงาน การนำเทคโนโลยีมาใช้ และโลจิสติกส์ ส่งผลให้สินค้าในประเทศประสบปัญหาในการแข่งขัน

“ผู้บริโภคจะเลือกสินค้านำเข้าจากต่างประเทศมากกว่า เพราะราคาถูกกว่าและมีคุณภาพสูงกว่า ขณะที่สินค้าส่งออกของอินโดนีเซียก็ยังคงประสบปัญหาการเจาะตลาดต่างประเทศ” กาฟมีกล่าว พร้อมแนะนำว่า รัฐบาลจำเป็นต้องลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมกลั่น โดยขยายแนวนโยบายเชื้อเพลิงชีวภาพ ซึ่งส่วนใหญ่ใช้น้ำมันปาล์มที่ผลิตในประเทศ

“รัฐมนตรีควรประเมินงบฯอุดหนุนด้านพลังงานใหม่ เพื่อให้ตรงเป้าหมายมากขึ้น และควบคุมการบริโภคเชื้อเพลิงที่เกินโควตาที่กำหนดไว้ด้วย ในขณะเดียวกัน BI ควรปรับปรุงเครื่องมือทางการเงินต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อดึงสภาพคล่องดอลลาร์สหรัฐกลับเข้าสู่ระบบการเงินภายในประเทศ และสนับสนุนค่าเงินรูเปียห์” กาฟมีกล่าวทิ้งท้าย

ด้าน โจซัว ปาร์เดเด หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ ธนาคารเพอร์มาตา (PT Bank Permata) อธิบายว่า การขาดดุลเป็นสัญญาณเตือน เนื่องจากเป็นการผสมรวมกันระหว่างการส่งออกที่อ่อนตัวลง และการนำเข้าที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

“การนำเข้าวัตถุดิบและสินค้าทุนเพิ่มขึ้น ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายเสมอไป หากนำไปใช้เพื่อกระตุ้นการผลิตและส่งออกในอนาคต อย่างไรก็ตาม มันจะกลายเป็นปัญหา หากหมายรวมไปถึงการนำเข้าสินค้าประเภทน้ำมันและก๊าซ สินค้าอุปโภคบริโภค หรือสินค้าขั้นกลาง ซึ่งไม่สร้างเงินตราต่างประเทศได้อย่างรวดเร็ว” ปาร์เดเดกล่าว

นอกจากนี้ ธนาคารเพอร์มาตายังประกาศเมื่อ 1 ก.ค. ว่า อัตราเงินเฟ้อของอินโดนีเซียในเดือน มิ.ย. แตะระดับสูงสุดในรอบสามเดือนที่ 3.34% ต่อปี เพิ่มขึ้นจาก 3.08% ในเดือน พ.ค. และสูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ โดยปัจจัยหลักที่ทำให้ราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้นในเดือนนี้ เนื่องจากราคาสินค้าในภาคการขนส่ง โดยเฉพาะน้ำมันเบนซินและค่าโดยสารเครื่องบิน ปรับตัวสูงขึ้น