โซลาร์ภาคประชาชน 2569 : เปิดขั้นตอนสมัครผ่าน กฟน.-กฟภ. เช็กเงื่อนไข-เอกสาร
โซลาร์ภาคประชาชน 2569
ตามที่คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ออกประกาศ เรื่อง ประกาศเชิญชวนการรับซื้อไฟฟ้าโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา สำหรับภาคประชาชน ประเภทบ้านอยู่อาศัย พ.ศ. 2569 เพื่อเปิดรับคำขอเข้าร่วมโครงการโซลาร์ภาคประชาชนรอบใหม่
โดยการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จะเปิดรับคำขอ โซลาร์ภาคประชาชน 2569 ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีปริมาณรับซื้อครบตามเป้าหมายของโครงการ
“ประชาชาติธุรกิจ” สรุปรายละเอียดและขั้นตอนสำคัญในการสมัครเพื่อร่วมโครงการ โซลาร์ภาคประชาชน 2569
สาระสำคัญ ‘โซลาร์ภาคประชาชน 2569’
ตามประกาศ กกพ. เรื่อง ประกาศเชิญชวนการรับซื้อไฟฟ้าโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา สำหรับภาคประชาชนประเภทบ้านอยู่อาศัย พ.ศ. 2569 มีสาระสำคัญเกี่ยวกับโครงการโซลาร์ภาคประชาชน 2569 ดังนี้
- รับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา สำหรับภาคประชาชน ประเภทบ้านอยู่อาศัย
- ปริมาณพลังไฟฟ้าเสนอขายไม่เกิน 5 กิโลวัตต์ (kW) ต่อมิเตอร์รับซื้อไฟฟ้า
- กำหนดเป้าหมายการรับซื้อไฟฟ้ารวมทั้งประเทศไม่เกิน 500 MW (500,000 kW)
- กฟภ. และ กฟน. บริหารจัดการเป้าหมายการรับซื้อดังกล่าวร่วมกัน
- กำหนดอัตรารับซื้อไฟฟ้า 2.20 บาทต่อหน่วย
- ระยะเวลารับซื้อ 10 ปี
- ต้องสามารถจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบได้ภายในปี 2570
สมัคร ‘โซลาร์ภาคประชาชน 2569’ กับ กฟน.
สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ที่ต้องการเข้าร่วมโครงการโซลาร์ภาคประชาชน 2569 ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
- เป็นบุคคลธรรมดา ที่เป็นผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 1 บ้านอยู่อาศัย
- เป็นเจ้าของเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้า
- ปริมาณพลังไฟฟ้าเสนอขาย ไม่เกิน 5 kW ต่อเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้า
- กรณีที่ติดตั้งอินเวอร์เตอร์มากกว่า 5 kW จะต้องติดตั้งอุปกรณ์ควบคุมการจ่ายไฟฟ้าไหลย้อนเข้าสู่ระบบโครงข่ายไฟฟ้า (Export Limiting Device : EXL) เพื่อควบคุมปริมาณพลังไฟฟ้าที่จ่ายเข้าระบบของการไฟฟ้านครหลวงไม่ให้เกินกว่า 5 kW
- กำหนดวันจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) ภายในปี 2570
- มีขนาดกำลังการผลิตติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์แรงดันต่ำ (230/400 โวลต์) ตามตารางต่อไปนี้

อัตราการรับซื้อไฟฟ้า
- อัตรารับซื้อไฟฟ้า 2.20 บาท/หน่วย
- ระยะเวลารับซื้อไฟฟ้า 10 ปี
รูปแบบการรับแบบคำขอขายไฟฟ้า
- เรียงลำดับก่อนหลังตามความพร้อม (First Come First Serve)

เอกสารประกอบการพิจารณา
ส่วนที่ 1 เอกสารของผู้ผลิตไฟฟ้า
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนเจ้าของผู้ผลิตไฟฟ้า พร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง
- (กรณีมอบอำนาจ) หนังสือมอบอำนาจ โดยผู้มอบอำนาจ ผู้รับมอบอำนาจและพยาน 2 ท่าน เซ็นรับรอง พร้อมเขียนชื่อ-นามสกุลให้ครบถ้วน และติดอากรแสตมป์ 30 บาท (ขีดคร่อมอากรแสตมป์ที่ปิดทับกระดาษ และลงวันที่)
- (กรณีมอบอำนาจ) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้รับมอบอำนาจ พร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง
ส่วนที่ 2 เอกสารทางด้านเทคนิค
- แบบ Single Line Diagram พร้อมมีวิศวกรไฟฟ้าลงนามรับรอง ตั้งแต่ระดับภาคีวิศวกรขึ้นไป
- สำเนาใบประจำตัวผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรไฟฟ้าที่ยังไม่หมดอายุ พร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้องโดยผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกร และหนังสือรับรองของผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม ออกแบบและควบคุมงานติดตั้งระบบไฟฟ้า
- รายงานผลการทดสอบที่แสดงว่าอินเวอร์เตอร์มีความสามารถควบคุมกำลังไฟฟ้าจริงแปรผันตามแรงดัน (Volt-Watt Control) และควบคุมกำลังไฟฟ้ารีแอคทีฟแปรผันตามแรงดัน (Volt-Var Control) ตามมาตรฐานที่ กฟน. กำหนด
- คู่มือหรือเอกสารที่แสดงว่าอินเวอร์เตอร์สามารถตั้งค่าพารามิเตอร์ควบคุมกำลังไฟฟ้าจริงแปรผันตามแรงดัน (Volt-Watt Control) และควบคุมกำลังไฟฟ้ารีแอคทีฟแปรผันตามแรงดัน (Volt-Var Control) ตามที่ กฟน. กำหนด
- (กรณีที่ติดตั้งอินเวอร์เตอร์มากกว่า 10 kW) เอกสาร Routine Test Report ของอินเวอร์เตอร์
- (กรณีที่ติดตั้งอินเวอร์เตอร์มากกว่า 5 kW) คู่มือหรือเอกสารที่แสดงว่า EXL มีคุณสมบัติรองรับการตั้งค่าและควบคุมการไหลย้อนกลับของกำลังไฟฟ้าเข้าสู่ระบบโครงข่ายไฟฟ้า โดยสามารถกำหนดปริมาณพลังไฟฟ้าที่จ่ายเข้าระบบของการไฟฟ้านครหลวงไม่ให้เกินกว่า 5 kW
ช่องทางการสมัคร ‘โซลาร์ภาคประชาชน 2569’ กับ กฟน.
สมัครได้ที่เว็บไซต์ https://myenergy.mea.or.th/ โดยมีขั้นตอนดำเนินการดังนี้
- ยื่นแบบคำขอออนไลน์ผ่านระบบ MyEnergy
- เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารหลักฐานและคุณสมบัติทางเทคนิค
- ตรวจสอบรายชื่อผู้ที่ได้รับการคัดเลือก ผ่านทางเว็บไซต์ www.mea.or.th
- ชำระค่าธรรมเนียมและทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ กฟน.
- ตรวจสอบระบบการติดตั้งและสายไฟฟ้าภายในบ้านเพื่อความปลอดภัย
- กฟน. เปลี่ยนมิเตอร์ไฟฟ้าและเริ่มจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการ

สมัคร ‘โซลาร์ภาคประชาชน 2569’ กับ กฟภ.
สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ที่ต้องการเข้าร่วมโครงการโซลาร์ภาคประชาชน 2569 ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
- ต้องเป็นผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 1 (บ้านที่อยู่อาศัย) ของ กฟภ. โดยสามารถตรวจสอบได้จากใบแจ้งค่าไฟฟ้า ซึ่งตัวเลขแรกของประเภทผู้ใช้ไฟฟ้าจะระบุไว้ (เช่น 1125)
- ยังคงสถานะการใช้ไฟฟ้า (ต้องไม่ถูกตัดมิเตอร์)
- ชื่อผู้ยื่นคำขอขายไฟฟ้าต้องตรงกับชื่อในใบแจ้งค่าไฟฟ้า หากชื่อไม่ตรงกัน (เช่น มีการซื้อขายบ้าน, ผู้ใช้ไฟฟ้าเดิมถึงแก่ความตาย, มีการเปลี่ยนชื่อ-สกุล หรือมีการโอนระหว่างผู้ให้เช่ากับผู้เช่า) ต้องดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องก่อน
- ที่อยู่บนบิลค่าไฟฟ้าต้องตรงกับบ้านเลขที่ตามทะเบียนบ้านที่เป็นปัจจุบัน หากข้อมูลไม่ตรงกัน ให้ติดต่อการไฟฟ้าในพื้นที่เพื่อแก้ไขหรือโอนเปลี่ยนชื่อให้ถูกต้องก่อนทำการยื่นขอขายไฟฟ้าผ่านระบบออนไลน์
ข้อสำคัญของการเข้าร่วมโครงการ ‘โซลาร์ภาคประชาชน 2569’ กับ กฟภ.
- ผู้เข้าร่วมโครงการต้องเป้น ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภท 1 บ้านอยู่อาศัยกับ PEA เท่านั้น
- เน้นให้ติดตั้ง Solar Rooftop ผลิตไฟฟ้าใช้เอง (Self Consumption) และไฟฟ้าที่เหลือสามารถขายไฟฟ้าได้
- ปริมาณไฟฟ้าเสนอขาย ไม่เกิน 5 กิโลวัตต์ (kW) (AC) ต่อราย
- ผู้ยื่นขอขายไฟฟ้าเป็นผู้ลงทุนการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากแผงโซลาร์เองทั้งหมด
- PEA จะเรียกเก็บค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบการเชื่อมต่อระบบ ภายหลังได้รับการพิจารณา ในราคา 2,000 บาท (ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
- ราคาที่ PEA รับซื้อไฟฟ้าส่วนเกิน 2.2 บาท/หน่วย (kWh) ระยะเวลา 10 ปี
- ปริมาณรับซื้อรวมในพื้นที่ PEA และ MEA ปี 2569 – 2570 รวมกันปริมาณ 500 เมกะวัตต์ (MW) (AC)
- รับข้อเสนอแบบ First come First served
- ตรวจสอบรายชื่อผู้ผ่านการพิจารณา และประกาศผล ภายใน 30 วันนับจากวันที่ยื่นคำขอฯ
- โปรดแนบบิลค่าไฟฟ้าหรือหลักฐานการเป็นผู้ใช้ไฟฟ้า ให้ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน (บิลค่าไฟฟ้าไม่ควรเกิน 3 เดือน) สอดคล้องกับข้อมูลผู้ที่จะเข้าร่วมโครงการและผู้ใช้ไฟฟ้า ได้แก่ ชื่อ-นามสกุล , เลขที่บ้านที่ติดตั้ง, ประเภทใช้ไฟฟ้า
- หากข้อมูลดังกล่าวยังไม่ถูกต้องเป็นปัจจุบัน ให้ติดต่อสำนักงานการไฟฟ้าในพื้นที่ใช้ไฟฟ้า (ตามบิลค่าไฟฟ้า) เพื่อขอแก้ไขข้อมูลให้แล้วเสร็จ ก่อนยื่นเข้าร่วมโครงการ
ช่องทางการสมัคร ‘โซลาร์ภาคประชาชน 2569’ กับ กฟภ.
สมัครได้ที่เว็บไซต์ https://ppim.pea.co.th/ โดยมีขั้นตอนดำเนินการดังนี้
- ผู้ที่มีความประสงค์จะยื่นขอผลิตไฟฟ้า สมัครบัญชีผู้ใช้งาน (Account) ในระบบ PPIM
- ผู้ยื่นขอผลิตไฟฟ้าลงทะเบียนใช้งาน (Log in) ในระบบ PPIM
- การยื่นขอขายไฟฟ้าในระบบ PPIM
- กรณีเจ้าของเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าเป็นผู้ยื่นขอผลิตไฟฟ้าเอง ให้เลือกหมายเลข CA ที่ประสงค์จะขอยื่นผลิตไฟฟ้า พร้อมทั้งกรอกรายละเอียดตามแบบคำขอและอัพโหลดเอกสารรายละเอียดตามเอกสารแนบท้ายแบบคำขอขายไฟฟ้า
- กรณีเจ้าของเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าไม่ได้เป็นผู้ยื่นขอผลิตไฟฟ้าเอง ผู้ที่ได้รับมอบอำนาจกรอกหมายเลข CA และรายละเอียดตามแบบคำขอขายไฟฟ้า พร้อมทั้งอัพโหลดเอกสารรายละเอียดตามเอกสารแนบท้ายแบบคำขอขายไฟฟ้า
- PEA พิจารณาเอกสารและทางด้านเทคนิค (Capacity) โดยมี E-mail แจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นขอผลิตไฟฟ้าทราบ
- PEA ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกในระบบ PPIM ภายใน 30 วัน นับถัดจากวันที่ยื่นคำขอขายไฟฟ้า
- ผู้ผ่านการคัดเลือกชำระค่าเชื่อมต่อระบบโครงข่ายไฟฟ้าและจัดส่ง (ต้นฉบับ) รายการเอกสารประกอบการลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า และ (สำเนา) ใบเสร็จค่าเชื่อมต่อระบบโครงข่ายไฟฟ้า ที่การไฟฟ้าพื้นที่รับผิดชอบ ภายใน 30 วับ นับจากวันประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก หากพ้นกำหนดถือว่าคำขอขายไฟฟ้าเป็นอันยกเลิก
- ผู้ผ่านการคัดเลือกลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าที่การไฟฟ้าเขตพื้นที่รับผิดชอบ โดยมีกำหนดวันจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (SCOD) ภายในปี 2570
- ผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมากตรวจสอบ/ติดตั้งระบบให้เป็นไปตามที่ยื่นไว้ และขอเชื่อมต่อระบบโครงข่ายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าพื้นที่รับผิดชอบ
- ผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมากแจ้งการประกอบกิจการพลังงานที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องขอรับใบอนุญาต กับสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน
- PEA เข้าตรวจสอบระบบผลิตไฟฟ้า, เปลี่ยนมิเตอร์ และทดสอบวันเชื่อมต่อเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเข้าสู่ระบบโครงข่ายไฟฟ้าครั้งแรก (First Synchronization)
- ผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมากจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) ไม่เกินวัน SCOD ตามข้อ 7
เอกสารที่ต้องใช้
เอกสารหลัก (ข้อมูลทั่วไปและสถานที่ติดตั้ง)
- สำเนาใบแจ้งค่าไฟฟ้า ของเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าที่ทำการติดตั้งแผงพลังงานแสงอาทิตย์
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน (กรณีบุคคลธรรมดา) หรือ สำเนาหนังสือรับรองนิติบุคคล ที่มีอายุไม่เกิน 6 เดือน นับถึงวันยื่นคำขอ พร้อมด้วยสำเนาบัตรประชาชนของกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม (กรณีนิติบุคคล) โดยต้องเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง
- สำเนาทะเบียนบ้าน และเอกสารแสดงความเป็นเจ้าของบ้านหรือผู้มีสิทธิครอบครองตามกฎหมาย
- แผนที่แสดงตำแหน่งที่ตั้งของสถานที่ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์
- รูปถ่ายอาคารหรือสถานที่ตั้งของอาคารที่จะทำการติดตั้ง
- สำเนาแบบ ภ.พ.01 หรือ ภ.พ.20 (ถ้ามี)
เอกสารส่วนทางเทคนิค
- เอกสารแผนภูมิของระบบไฟฟ้า (Single Line Diagram)
- แผนภูมิของระบบไฟฟ้า (Single Line Diagram) ที่แสดงการจัดวางและการต่อเชื่อมของอุปกรณ์ทั้งหมดอย่างละเอียด และต้องมีวิศวกรเซ็นรับรองแบบ
- สำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม ของวิศวกร พร้อมลงนามรับรองสำเนาเอกสาร
- หนังสือรับรองของผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม ที่ออกให้จากสภาวิศวกร
- เอกสารแสดงรายละเอียดคุณสมบัติ (Datasheet) ของแผงพลังงานแสงอาทิตย์
- เอกสารแสดงรายละเอียดคุณสมบัติ (Datasheet) ของอินเวอร์เตอร์
เอกสารเพิ่มเติม (เฉพาะกรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นยื่นแทน)
- หนังสือมอบอำนาจ ที่มีรายละเอียดครบถ้วน
- สำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ (เซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง)
หมายเหตุ : หากผู้มอบอำนาจหรือผู้รับมอบอำนาจเป็นนิติบุคคล จะต้องใช้หนังสือรับรองบริษัท (อายุไม่เกิน 6 เดือน) และสำเนาบัตรประชาชนของเจ้าของกิจการหรือกรรมการบริษัทเพิ่มเติมด้วย
ตรวจสอบรายชื่อผู้ผ่านการพิจารณา และประกาศผลภายใน 30 วันนับจากวันที่ยื่นคำขอฯ ได้ที่ https://ppim.pea.co.th/project/solar/list

เตรียมจัด One Stop Service-ช่วยค่าติดตั้ง 4 แสนครัวเรือน
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้า โครงการโซลาร์ภาคประชาชน เปิดโอกาสให้เจ้าของบ้านอยู่อาศัยที่มีความพร้อม ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปเพื่อผลิตไฟฟ้าใช้เอง ลดค่าไฟในครัวเรือน และสามารถขายไฟฟ้าส่วนเกินเข้าสู่ระบบได้ เป็นอีกก้าวสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดที่ประชาชนมีส่วนร่วมและได้รับประโยชน์โดยตรง
ล่าสุด มติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) กำหนดรับซื้อไฟฟ้ารวม 500 เมกะวัตต์ ประชาชนผู้เข้าร่วมสามารถขายไฟฟ้าได้ไม่เกิน 5 กิโลวัตต์ต่อมิเตอร์ ในอัตรา 2.20 บาทต่อหน่วย เป็นเวลา 10 ปี และต้องสามารถจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบได้ภายในปี 2570
ทั้งนี้ เพื่อสนับสนุนให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้รับความสะดวกสูงสุด กระทรวงพลังงาน กระทรวงมหาดไทย ยังร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) เตรียมจัดบริการแบบ One Stop Service ลดขั้นตอนการขออนุญาตและการติดตั้ง โดยจะแจ้งรายละเอียดเรื่องการยื่นคำขอ เอกสาร เงื่อนไข และขั้นตอนต่าง ๆ อย่างเป็นทางการในเร็ว ๆ นี้
นอกจากนี้ กระทรวงมหาดไทยยังเตรียมมาตรการสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป โดยมีแนวคิดช่วยค่าติดตั้งหรือค่าดาวน์ 10,000 บาทต่อหลังคาเรือน ตั้งเป้าสนับสนุน 400,000 ครัวเรือน เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายเริ่มต้นและทำให้ประชาชนเข้าถึงพลังงานสะอาดได้มากขึ้น โดยจะเสนอโครงการ ขอใช้งบประมาณจากพ.ร.ก.กู้เงินสี่แสนล้านบาท ที่มีวัตถุประสงค์ขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ
ทั้งนี้ การไฟฟ้าจะเป็นหน่วยงานตรวจสอบความพร้อมของผู้เข้าร่วม ทั้งด้านระบบไฟฟ้า ความปลอดภัย และความเหมาะสมของการเชื่อมต่อ เพื่อให้การผลิตไฟฟ้าภาคประชาชนเป็นไปอย่างมีมาตรฐานและไม่กระทบต่อเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า
นางสาวรัชดา กล่าวว่า รัฐบาลต้องการให้ประชาชนไม่เป็นเพียงผู้ใช้ไฟฟ้า แต่เป็นผู้ร่วมผลิตพลังงานสะอาดของประเทศ บ้านที่มีความพร้อมสามารถใช้พื้นที่บนหลังคาให้เกิดประโยชน์ ลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน สร้างรายได้จากการขายไฟฟ้าส่วนเกิน และร่วมกันลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล สร้างความมั่นคงทางพลังงานและสิ่งแวดล้อมที่ดีให้กับประเทศในระยะยาว
ประชาชนที่สนใจขอให้รอการประกาศเปิดรับสมัครและรายละเอียดโครงการจาก กฟน. หรือ กฟภ. ตามพื้นที่ที่ใช้ไฟฟ้า เพื่อเตรียมเอกสารและความพร้อมก่อนเข้าร่วมโครงการ
ข้อมูลจาก การไฟฟ้านครหลวง (MEA), การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA)