อิเล็กทรอนิกส์ไทยโตแรง 41% แต่เครื่องใช้ไฟฟ้ายังสะดุด จับตานำเข้าพุ่งทะลุเท่าตัว
ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก มาตรการทางการค้าที่เข้มข้นขึ้น และการแข่งขันในห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยี สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ยังเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของการส่งออกไทย โดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่ขยายตัวโดดเด่นจากความต้องการเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์สื่อสาร และชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้อง
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 สะท้อนภาพที่แตกต่างกันชัดเจนระหว่าง “อิเล็กทรอนิกส์” กับ “เครื่องใช้ไฟฟ้า” โดยกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ขยายตัวกว่า 40% ขณะที่เครื่องใช้ไฟฟ้าโตเพียงหลักเดียว และสินค้าหลักหลายรายการยังอยู่ในภาวะหดตัว
อีกด้านหนึ่ง การนำเข้าสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ของไทยเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัว ทำให้โครงสร้างการค้าในอุตสาหกรรมนี้มีทั้งโอกาสจากการส่งออกที่ขยายตัว และโจทย์ด้านการพึ่งพาการนำเข้าชิ้นส่วนและสินค้าในห่วงโซ่การผลิตที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
อิเล็กทรอนิกส์นำโด่ง ส่งออก 5 เดือนโต 41.46%
นายสุภาพ สุวรรณพิมลกุล รองประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย หรือ สรท. กล่าวว่า ภาพรวมการส่งออกสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของไทยในช่วงเดือนมกราคม-พฤษภาคม 2569 ยังขยายตัวได้ โดยมีแรงส่งสำคัญจากกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์
ข้อมูลระบุว่า การส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 มีมูลค่า 1,294,728.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.46% จากช่วงเดียวกันของปี 2568 ที่มีมูลค่า 915,289.06 ล้านบาท
ขณะที่การส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้ามีมูลค่า 477,039.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.26% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีมูลค่า 457,536.07 ล้านบาท
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า การเติบโตของอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ในช่วงต้นปีไม่ได้กระจายตัวเท่ากันทุกกลุ่ม แต่กระจุกอยู่ในสินค้าที่เชื่อมโยงกับเทคโนโลยี อุปกรณ์ประมวลผล และระบบสื่อสารเป็นหลัก
โทรศัพท์-อุปกรณ์โต 148% คอมพิวเตอร์ขยาย 37%
ในกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ และอุปกรณ์ เป็นสินค้าที่ขยายตัวสูงสุด โดยช่วงเดือนมกราคม-พฤษภาคม 2569 มีมูลค่าส่งออก 232,651 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 148% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีมูลค่า 93,810.80 ล้านบาท
ส่วนเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และชิ้นส่วน มีมูลค่าส่งออก 696,271.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.01% จาก 508,200.73 ล้านบาท
หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ มีมูลค่าส่งออก 93,359.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.26% ขณะที่อุปกรณ์กึ่งตัวนำ ทรานซิสเตอร์ และไดโอด มีมูลค่า 45,002.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.28%
ด้านแผงวงจรไฟฟ้า แม้ยังขยายตัว แต่มีอัตราการเติบโตเพียง 1.85% โดยมีมูลค่าส่งออก 152,752.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 149,980.54 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน
สหรัฐตลาดหลัก ดันอิเล็กทรอนิกส์โต 70%
ตลาดสหรัฐยังเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ไทย โดยในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 มีมูลค่าส่งออก 612,792.42 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 70.43%
ตลาดที่ขยายตัวโดดเด่นรองลงมา ได้แก่ สิงคโปร์ มูลค่า 96,543.42 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 186.79% มาเลเซีย มูลค่า 60,411.46 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 122.45% และเม็กซิโก มูลค่า 50,317.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 87.05%
ขณะที่ตลาดอินเดียขยายตัว 58.5% ฟิลิปปินส์เพิ่มขึ้น 28.26% และเวียดนามเพิ่มขึ้น 12.81%
อย่างไรก็ตาม ตลาดบางแห่งยังหดตัว โดยจีนมีมูลค่าส่งออก 113,130.62 ล้านบาท ลดลง 5.77% ฮ่องกงลดลง 21.49% และเนเธอร์แลนด์ลดลง 7.84%
โครงสร้างตลาดดังกล่าวทำให้สหรัฐมีบทบาทสูงต่อการเติบโตของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ไทย ขณะที่การส่งออกไปตลาดเอเชียบางแห่งยังมีทิศทางแตกต่างกัน
เครื่องใช้ไฟฟ้าโตต่ำ สินค้าหลักยังติดลบ
แม้ภาพรวมการส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้าช่วง 5 เดือนแรกยังเพิ่มขึ้น 4.26% แต่สินค้าหลักหลายรายการกลับลดลง
เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ ซึ่งเป็นหนึ่งในสินค้าส่งออกสำคัญ มีมูลค่า 120,988.14 ล้านบาท ลดลง 5.88% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีมูลค่า 128,540.25 ล้านบาท
เครื่องรับวิทยุ โทรทัศน์ และส่วนประกอบ มีมูลค่า 33,135.39 ล้านบาท ลดลง 11.08% ขณะที่ตู้เย็น ตู้แช่แข็ง และส่วนประกอบ มีมูลค่า 31,174.19 ล้านบาท ลดลง 1.53%
สินค้าที่ขยายตัว ได้แก่ แผงสวิตช์และแผงควบคุมกระแสไฟฟ้า มีมูลค่า 59,778.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.12% ส่วนเตาอบไมโครเวฟและเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้ความร้อน มีมูลค่า 12,370.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.22%
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า การฟื้นตัวของตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้ายังไม่ทั่วถึง และยังต้องพึ่งพาการเติบโตจากสินค้าบางกลุ่ม ขณะที่สินค้าหลักอย่างเครื่องปรับอากาศ โทรทัศน์ และตู้เย็นยังเผชิญแรงกดดัน
สหรัฐยังครองตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าอันดับ 1
สำหรับตลาดส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้า สหรัฐยังเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของไทย โดยในช่วงเดือนมกราคม-พฤษภาคม 2569 มีมูลค่าส่งออก 142,566.80 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.37%
รองลงมา ได้แก่ ญี่ปุ่น มูลค่า 55,016.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.53% เวียดนาม 30,056.50 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.05% จีน 24,578.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.34% และสิงคโปร์ 19,091.04 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.27%
อย่างไรก็ตาม ตลาดหลายแห่งยังหดตัว เช่น ออสเตรเลียลดลง 5.69% อินโดนีเซียลดลง 12.6% ฮ่องกงลดลง 10.53% เนเธอร์แลนด์ลดลง 14.91% และไต้หวันลดลง 21.4%
นำเข้าอิเล็กทรอนิกส์พุ่ง 108%
อีกด้านหนึ่ง การนำเข้าสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ของไทยเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยช่วงเดือนมกราคม-พฤษภาคม 2569 มีมูลค่า 1,009,301.58 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 108.16% จากช่วงเดียวกันของปี 2568 ที่มีมูลค่า 484,859.68 ล้านบาท
ส่วนการนำเข้าเครื่องใช้ไฟฟ้ามีมูลค่า 132,022.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.24% จาก 123,105.80 ล้านบาท
เฉพาะเดือนพฤษภาคม 2569 การนำเข้าสินค้าอิเล็กทรอนิกส์มีมูลค่า 191,760.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 94.61% ขณะที่การนำเข้าเครื่องใช้ไฟฟ้ามีมูลค่า 23,742.92 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.58%
สินค้านำเข้าที่ขยายตัวสูง ได้แก่ แผงวงจรไฟฟ้า โดยช่วง 5 เดือนแรกมีมูลค่า 851,865.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 123.29% วงจรพิมพ์มีมูลค่า 72,826.68 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 71.59% และไดโอด ทรานซิสเตอร์ และอุปกรณ์กึ่งตัวนำ มีมูลค่า 74,466.47 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46.78%
ครึ่งปีหลังต้องจับตาตลาดสหรัฐ-แรงส่งเทคโนโลยี
นายสุภาพกล่าวว่า ภาคอุตสาหกรรมยังต้องติดตามทิศทางเศรษฐกิจโลก ตลาดส่งออกหลัก และความเคลื่อนไหวของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีอย่างใกล้ชิด เนื่องจากการเติบโตในช่วง 5 เดือนแรกยังพึ่งพาสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และตลาดสหรัฐในระดับสูง
ขณะที่กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้ายังต้องเผชิญความท้าทายจากการหดตัวของสินค้าหลักหลายรายการ ทำให้การรักษาการเติบโตในช่วงครึ่งปีหลังต้องอาศัยการขยายตลาดและการฟื้นตัวของคำสั่งซื้อในกลุ่มสินค้าเดิม
ภาพรวมอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ไทยจึงอยู่ในภาวะ “โตไม่เท่ากัน” โดยอิเล็กทรอนิกส์ยังเป็นแรงขับเคลื่อนหลักจากการขยายตัวของสินค้าเทคโนโลยี ขณะที่เครื่องใช้ไฟฟ้ายังต้องเร่งฟื้นตลาดและรักษาความสามารถในการแข่งขัน ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทานโลกในช่วงที่เหลือของปี