เอกนิติ เชื่อมข้อมูล 4 หน่วยงาน ยกระดับสกัดทุนเทา-สแกมเมอร์ข้ามชาติ ยกเคส “สุภาพร พิมพงษ์” สั่ง ก.ล.ต. ปิดช่องโหว่
เอกนิติ หารือ Connect the Dots เชื่อมข้อมูล 4 หน่วยงาน ยกระดับสกัดทุนเทา-สแกมเมอร์ข้ามชาติ ยกเคส “สุภาพร พิมพงษ์” สั่ง ก.ล.ต.ปิดช่องโหว่
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะทำงาน Connect the Dots วันนี้ (13 ก.ค.) จะติดตามความคืบหน้าการจัดทำระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเรื่องธุรกรรมทางการเงิน การฟอกเงิน และเส้นทางเงินเทา รวมทั้งยกระดับการป้องกันอาชญากรรมทางการเงินรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะปัญหาสแกมเมอร์ข้ามชาติ
ในการประชุมครั้งนี้จะเชื่อมโยงข้อมูลของหน่วยงานเพื่อให้สามารถติดตาม วิเคราะห์ และใช้ประโยชน์จากข้อมูลทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานหลัก ได้แก่ กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อลดช่องว่างในการกำกับดูแลระบบการเงิน
“เดิมมีแนวคิดว่าจะทำ Data Hub แต่ตอนนี้มีแนวคิดว่าอาจไม่จำเป็นต้องทำเป็นคลังข้อมูลกลาง เพราะการทำ Data Exchange เป็นการวางระบบส่งข้อมูลระหว่างหน่วยงาน อาจทำได้เร็วกว่า และช่วยให้การเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินเกิดขึ้นได้ทันสถานการณ์” นายเอกนิติ กล่าว
นายเอกนิติ กล่าวว่า กระทรวงการคลังให้ความสำคัญกับเรื่องความโปร่งใสและความเชื่อมั่นในตลาดทุนไทย โดยจะเร่งตรวจสอบและแก้ไขจุดอ่อนและช่องโหว่ในระบบ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนและประชาชน
นายเอกนิติ กล่าวว่า จะนำกรณี “สุภาพร พิมพงษ์” ไปสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมจากเลขาธิการ ก.ล.ต. ซึ่งเข้าร่วมประชุมคณะทำงาน Connect the Dots ในครั้งนี้ เพื่อให้เกิดความชัดเจนและตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป หลังมีการนำชื่อไปเกี่ยวข้องกับข้อมูลการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE มูลค่ากว่า 3 หมื่นล้านบาท ผ่านแบบรายงาน 246-2 ของก.ล.ต.
นายเอกนิติ กล่าวว่า การตรวจสอบประเด็นดังกล่าวมีผลต่อการสร้างความเชื่อมั่นในตลาดทุนไทย ซึ่งกระทรวงการคลังให้ความสำคัญกับการยกระดับความโปร่งใสและธรรมาภิบาลในระบบตลาดทุน พร้อมกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งแก้ไขจุดอ่อนที่เกิดขึ้น “เรื่องความโปร่งใสและการสร้างความเชื่อมั่นในตลาดทุน เป็นนโยบายที่ได้มอบหมายให้ดำเนินการอยู่แล้ว หากมีจุดโหว่ตรงไหนก็ต้องรีบปิด”
นอกจากนี้ ในการประชุมจะหารือแนวทางด้านภาษีสำหรับธุรกิจบางประเภท โดยเฉพาะการจัดเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับการซื้อขายทองคำ ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษารายละเอียดและประเมินผลกระทบที่เกี่ยวข้องต่อไป