เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
หุ้นไทยเข้าโซนระวัง! 58% หลุดเส้นสำคัญ โบรกฯแนะเก็บ 6 หุ้นแกร่งสวนตลาด
Finance หุ้นไทยเข้าโซนระวัง! 58% หลุดเส้นสำคัญ โบรกฯแนะเก็บ 6 หุ้นแกร่งสวนตลาด
ทำไมประเทศไทย ขึ้นแท่นฮับดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ ในเอเชียแปซิฟิก
Economic ทำไมประเทศไทย ขึ้นแท่นฮับดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ ในเอเชียแปซิฟิก
ราคาทองวันนี้ (4 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 600 บาท รูปพรรณขายออก 70,550 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (4 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 600 บาท รูปพรรณขายออก 70,550 บาท
รัฐบาลผุดรายการ ‘คุยกับ ครม.อนุทิน’ จัดคิวให้รัฐมนตรีแจงมุมคิด-นโยบายตรง
Politics รัฐบาลผุดรายการ ‘คุยกับ ครม.อนุทิน’ จัดคิวให้รัฐมนตรีแจงมุมคิด-นโยบายตรง
อนุทิน ชี้ ‘เอกนิติ-ศุภจี’ ทำงานได้อยู่ ยังไม่ตั้ง ‘รัฐมนตรีช่วย’ คลัง-พาณิชย์
Finance อนุทิน ชี้ ‘เอกนิติ-ศุภจี’ ทำงานได้อยู่ ยังไม่ตั้ง ‘รัฐมนตรีช่วย’ คลัง-พาณิชย์
นายกฯ สั่งคุมเข้ม Data Center ยันไม่กระทบความมั่นใจนักลงทุน
Politics นายกฯ สั่งคุมเข้ม Data Center ยันไม่กระทบความมั่นใจนักลงทุน
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (4 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (4 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
นายกฯ ย้ำทูต-องค์การระหว่างประเทศ ไทยพร้อมร่วมมือทุกมิติ พร้อมมอบเงินช่วยเนปาล
Politics นายกฯ ย้ำทูต-องค์การระหว่างประเทศ ไทยพร้อมร่วมมือทุกมิติ พร้อมมอบเงินช่วยเนปาล
ธปท. ลั่นภาคการเงินต้องไม่เป็นเครื่องมือ ‘ทุนเทา’ ยกมาตรการเข้ม ผนึกธนาคาร-นอนแบงก์ ประกาศจุดยืน 10 ก.ย.นี้
Finance ธปท. ลั่นภาคการเงินต้องไม่เป็นเครื่องมือ ‘ทุนเทา’ ยกมาตรการเข้ม ผนึกธนาคาร-นอนแบงก์ ประกาศจุดยืน 10 ก.ย.นี้
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังความตึงเครียดสหรัฐ-อิหร่านยังดำเนินต่อเนื่อง
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังความตึงเครียดสหรัฐ-อิหร่านยังดำเนินต่อเนื่อง
ดูทั้งหมด

จี้รัฐเร่งมาตรการสร้างสมดุล ‘ยานยนต์’ หวั่นนำเข้าอีวีทำฐานผลิตสะดุด

18 ก.ค. 2569 | 07:15น.
อุตฯยานยนต์

อุตฯยานยนต์ไทยเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งกำลังการผลิตลดลง ยอดขายในประเทศซบเซา การส่งออกสะดุด และการนำเข้ารถยนต์อีวี เสนอรัฐบาลเดินหน้า 3 มาตรการ ปกป้องฐานการผลิต ส่งเสริมการลงทุน และกระตุ้นตลาด หวังรักษาฐานผลิตภูมิภาค

นายสุวัชร์ ศุภกาญจน์เดชากุล ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (AIC) เปิดเผยว่า ภาคอุตสาหกรรมกำลังเผชิญความท้าทายครั้งสำคัญจากการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยี การแข่งขันจากรถยนต์ไฟฟ้า (xEV) และภาวะเศรษฐกิจที่กระทบกำลังซื้อ

ปัจจุบันไทยเป็นฐานผลิตรถยนต์ที่สำคัญของโลก มีกำลังผลิตปีนี้ที่ 1.46 ล้านคันในปัจจุบัน อยู่อันดับ 11 จากปริมาณการผลิตรถยนต์โดยรวมของโลกอยู่ที่ 96.4 ล้านคัน และจีนเป็นประเทศผู้ผลิตมากสุดที่ 34.53 ล้านคัน

ทั้งนี้จะเห็นว่ากำลังผลิตรถยนต์ของไทยมีศักยภาพที่ 3 ล้านคันต่อปี ขณะที่ปัจจุบันมีการใช้กำลังผลิตไม่ถึง 50% จากสถิติย้อนหลังในปี 2559 ไทยเคยผลิตได้ 1.94 ล้านคัน นั้นหมายความว่ายอดรวมการผลิตของไทยหดตัวลดลงถึง 25% ส่วนปี 2568 มีผลิตรวมที่ 1,455 ล้านคัน ลดลง 0.91%

โดยสัดส่วนการผลิต 61% เป็นรถปิกอัพเพื่อการพาณิชย์ขนาด 1 ตัน,รถยนต์นั่ง 37% และอื่นๆ 2% ซึ่งแสดงให้เห็นว่า รถกระบะถือเป็นหัวใจของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เนื่องจากใช้ชิ้นส่วนผลิตในประเทศมากกว่า 90% และผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทานกว่า 2,500 บริษัท แต่ปัจจุบันยอดขายรถกระบะในประเทศลดลงจาก 300,000 คันต่อปี เหลือ 144,000 คัน ลดลง 23% โดย 5 เดือนแรกของปี 2569 ยังติดลบประมาณ 5% และยังไม่ผ่านจุดต่ำสุด

ขณะที่ตลาดส่งออกได้รับผลกระทบต่อเนื่องจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่เป็นตลาดหลัก มียอดส่งออกอันดับ 3 ของไทย ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งและการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่ผ่านมาส่งผลให้ยอดส่งออกลด 20% จากปีก่อนที่ไทยส่งออกรถยนต์ไปเกือบ 200,000 คัน

และประเทศไทยเริ่มสู่การเป็นฐานผลิตยานยนต์สมัยใหม่ โดยในปี 2568 มีสัดส่วนการผลิตรถยนต์นั่ง xEV รวมกันถึง 55% แบ่งเป็น HEV 39%, PHEV 3%, BEV 13% มากกว่ารถยนต์สันดาปเดิม (ICE) ที่เหลืออยู่เพียง 45%

นายสุวัชร์ประเมินว่า หากต้องการกลับไปที่กำลังผลิต 2 ล้านคันต่อปีนั้นไม่สามารถทำได้ในระยะเวลาอันสั้น เนื่องจากยังมีปัจจัยกดดันทั้งภายในประเทศ และยังพบว่ามีแนวโน้มต้องเผชิญกับภาวะกำลังผลิตล้นตลาด เนื่องจากมีการเปิดโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า และการแข่งขันที่รุนแรงจากรถยนต์นำเข้าที่มีจำนวนมาก ทำให้ผู้ผลิตภายในประเทศต้องปรับลดกำลังผลิตให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของตลาดสวนทางกับปริมาณการผลิตที่ลดลง

ทั้งนี้ภาคเอกชนต้องการเสนอไปยังภาครัฐเพื่อหากลไกในการปกป้องอุตสาหกรรมฯ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างรถยนต์ที่ผลิตในประเทศและรถยนต์นำเข้า และนโยบายที่สร้างสนามแข่งขันที่เป็นธรรมให้แก่ผู้ประกอบการไทย

ด้านนางสาวยุพิน บุญศิริจันทร์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ (TAIA) เปิดเผยว่าภาคเอกชนได้เสนอแนวทางเชิงนโยบาย 3 ด้านสำคัญ ประกอบด้วย เสาแรก การปกป้องการผลิตในประเทศ โดยใช้กลไกทางภาษีสรรพสามิต ระหว่างรถที่ผลิตในประเทศและรถยนต์ไฟฟ้านำเข้า เพื่อให้มีส่วนต่างและสามารถแข่งขันได้ ทั้งจูงใจให้เกิดการลงทุนผลิตในประเทศ และต้องมีระยะเวลาการบังคับใช้เพื่อให้ผู้ประกอบการทุกกลุ่มสามารถปรับตัวได้เหมาะสม ควบคุมด้วยกลไกโควตา การนำเข้าและการผลิตให้เหมาะสม

เสาที่สอง เสนอให้มีมาตรการจูงใจด้านภาษีสำหรับผู้ผลิตที่ใช้ชิ้นส่วนในประเทศ (Local Content) เพิ่มขึ้นให้ผู้ผลิตนำมูลค่าชิ้นส่วนที่ซื้อจากซัพพลายเออร์ในประเทศมาหักออกจากฐานภาษีสรรพสามิตได้ โดยยิ่งใช้ของไทยมากยิ่งได้ประโยชน์มาก และสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา (R&D) การพัฒนาซอฟต์แวร์ ระบบ AI อิเล็กทรอนิกส์ ฯลฯ เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันระยะยาว

รวมถึงการออกแบบเงื่อนไขการลงทุนที่มีความยืดหยุ่นรองรับผู้ผลิตทุกขนาด เปิดโอกาสให้เกิดการลงทุนในเทคโนโลยีใหม่โดยไม่กระทบต่ออุตสาหกรรมชิ้นส่วนไทย
และเสาที่สาม การกระตุ้นตลาดในประเทศภายใต้ความต่อเนื่องของนโยบายและการสนับสนุนอุตสาหกรรม ส่งเสริมการใช้รถ xEVในหน่วยงานราชการ และสนับสนุนให้นำค่าใช้จ่ายจากการซื้อรถยนต์มาลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ผู้ซื้อรถยนต์ xEV และ B20

“อุตสาหกรรมอยู่ในช่วงที่มีความหลากหลายของเทคโนโลยี ดังนั้นต้องส่งเสริมอย่างสมดุลโดยคำนึงถึงศักยภาพและความพร้อมของผู้ประกอบการและระบบนิเวศภายใต้นโยบายที่โปร่งใสชัดเจน และให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผนการลงทุนและพัฒนารถยนต์ทุกประเภทและทุกเทคโนโลยี”