เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 850 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 850 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,050 บาท
รามาผนึกโนโวนอร์ดิสค์ ลงทุน 327 ล้านปั้นฮับวิจัย
Business รามาผนึกโนโวนอร์ดิสค์ ลงทุน 327 ล้านปั้นฮับวิจัย
ศุภจีชี้ราคาพืชเกษตรขยับดียกแผง ‘ข้าว-ยาง-มัน-ข้าวโพด’ เร่งประคองราคาข้าวผ่านฤดูเก็บเกี่ยว
Economic ศุภจีชี้ราคาพืชเกษตรขยับดียกแผง ‘ข้าว-ยาง-มัน-ข้าวโพด’ เร่งประคองราคาข้าวผ่านฤดูเก็บเกี่ยว
ข้าวไทยต้องเปลี่ยนเกม! พาณิชย์ดัน New Rice Economy ใช้ AI-Big Data ลดต้นทุน-เพิ่มรายได้ชาวนา
Economic ข้าวไทยต้องเปลี่ยนเกม! พาณิชย์ดัน New Rice Economy ใช้ AI-Big Data ลดต้นทุน-เพิ่มรายได้ชาวนา
บุกโกดังอาหารหมา-แมวลักลอบนำเข้า ยึด 70 รายการ มูลค่า 13 ล้านบาท
Economic บุกโกดังอาหารหมา-แมวลักลอบนำเข้า ยึด 70 รายการ มูลค่า 13 ล้านบาท
เกษตรฯ ใช้ Big Data คุมเกมผลผลิต ดัน Sandbox ข้าว-มัน เชื่อมพาณิชย์หาตลาด
Economic เกษตรฯ ใช้ Big Data คุมเกมผลผลิต ดัน Sandbox ข้าว-มัน เชื่อมพาณิชย์หาตลาด
อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
World อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
เอกชนสหรัฐฯ เชื่อมั่นไทย เร่งยกเครื่องกฎหนุน Big Tech-Data Center
Politics เอกชนสหรัฐฯ เชื่อมั่นไทย เร่งยกเครื่องกฎหนุน Big Tech-Data Center
ทลายคลังสินค้าปลอม กทม.-อุดรฯ เจอผงชูรส-ของใช้กว่า 3.5 แสนชิ้น
Economic ทลายคลังสินค้าปลอม กทม.-อุดรฯ เจอผงชูรส-ของใช้กว่า 3.5 แสนชิ้น
‘อนุทิน’ เล็งพบ ‘ทรัมป์’ เวทีอาเซียน-เอเปค แย้มภาษีไม่เกิน 19%
Politics ‘อนุทิน’ เล็งพบ ‘ทรัมป์’ เวทีอาเซียน-เอเปค แย้มภาษีไม่เกิน 19%
ดูทั้งหมด

เงินบาทกลับมาอ่อนค่าเล็กน้อย จับตาประเด็นการค้าสหรัฐฯ และประเทศคู่ค้า

13 ส.ค. 2561 | 16:08น.
ค่าเงินบาท ธุรกิจแลกเงิน

“เงินบาทกลับมาอ่อนค่าเล็กน้อยปลายสัปดาห์ ขณะที่ ดัชนีตลาดหุ้นไทยกลับมาปรับตัวลดลงเล็กน้อยจากสัปดาห์ก่อน”

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยสรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาทกลับมาอ่อนค่าเล็กน้อยปลายสัปดาห์ เงินบาททยอยแข็งค่าขึ้นในช่วงต้น-กลางสัปดาห์ สอดคล้องกับสถานะกลับมาซื้อสุทธิหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติ และการฟื้นตัวขึ้นของเงินหยวนระหว่างสัปดาห์ หลังสัญญาณจากธนาคารกลางจีน สะท้อนว่ายังมีการติดตามดูแลเสถียรภาพของเงินหยวนอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ แรงกดดันต่อค่าเงินดอลลาร์ฯ หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับลดลง ก็เป็นปัจจัยหนุนของเงินบาทด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ดี เงินบาทลดช่วงบวก และกลับมาอ่อนค่าลงบางส่วนในช่วงปลายสัปดาห์ ขณะที่ ความกังวลเกี่ยวกับประเด็นทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และประเทศคู่ค้า หนุนเงินดอลลาร์ฯ ให้แข็งค่าขึ้นในฐานะสกุลเงินปลอดภัย

ในวันศุกร์ (10 ส.ค.) เงินบาทอยู่ที่ระดับ 33.24 เทียบกับระดับ 33.34 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (3 ส.ค.)

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (14-17 ส.ค.) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 33.10-33.60 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยจุดสนใจของตลาดน่าจะอยู่ที่ประเด็นทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และประเทศคู่ค้า ขณะที่ ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญในระหว่างสัปดาห์ ได้แก่ ยอดค้าปลีก ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม ดัชนีราคานำเข้า/ส่งออก ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้าน และการขออนุญาตก่อสร้างเดือนก.ค. รวมถึงผลสำรวจกิจกรรมการผลิตของเฟดสาขานิวยอร์กและเฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (เบื้องต้น) เดือนส.ค. นอกจากนี้ ตลาดอาจมีจุดสนใจเพิ่มเติมที่เครื่องชี้เศรษฐกิจเดือนก.ค. ของจีน และข้อมูลจีดีพีไตรมาส 2/2561 ของยูโรโซนด้วยเช่นกัน

ส่วนความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย ดัชนีตลาดหุ้นไทยกลับมาปรับตัวลดลงเล็กน้อยจากสัปดาห์ก่อน โดยดัชนี SET ปิดที่ระดับที่ 1,705.96 จุด ซึ่งลดลง 0.36% จากสัปดาห์ก่อน ขณะที่ มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันปรับลดลง 5.40% จากสัปดาห์ก่อน มาที่ 51,786.83 ล้านบาท ส่วนตลาดหลักทรัพย์ mai ปิดที่ 437.42 จุด ลดลง 1.61% จากสัปดาห์ก่อน

ดัชนีตลาดหุ้นไทยเผชิญแรงกดดันในช่วงสั้นๆ ต้นสัปดาห์ตามแรงขายในหุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี ก่อนจะกลับมาฟื้นตัวขึ้นในช่วงระหว่างสัปดาห์ หลังหุ้นกลุ่มพลังงานกลับมาได้รับอานิสงส์ตามราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ประกอบกับมีแรงหนุนเพิ่มเติมจากหุ้นกลุ่มธนาคารและกลุ่มสื่อสาร อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นไทยลดช่วงบวกทั้งหมดลงอีกครั้งในช่วงปลายสัปดาห์ ตามการปรับตัวลงของทิศทางตลาดต่างประเทศ และราคาน้ำมันโลก ประกอบกับผลประกอบการของกลุ่มค้าปลีกที่ประกาศออกมาต่ำกว่าคาด

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (14-17 ส.ค.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,695 และ 1,685 จุด ขณะที่ แนวต้านอยู่ที่ 1,715 และ 1,725 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม คงได้แก่ ทิศทางการเคลื่อนย้ายของเงินทุนระหว่างประเทศ ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อื่นๆ ได้แก่ ผลผลิตอุตสาหกรรม ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้านเดือนก.ค. และผลสำรวจภาคการผลิตของเฟดฟิลาเดลเฟียเดือนส.ค. ขณะที่ ปัจจัยต่างประเทศที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ รายงานจีดีพีไตรมาส 2/2561 เบื้องต้นของยูโรโซน ตลอดจนดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมของจีน และดุลการค้าของญี่ปุ่นเดือนก.ค.