‘ศุภจี’ แวะญี่ปุ่นเร่งขายสินค้าไทย ดันกล้วยหอมชิงตลาดนำเข้า 1 ล้านตัน
“ศุภจี” ใช้ช่วงเปลี่ยนเครื่องที่ญี่ปุ่น เดินหน้าภารกิจการค้าต่อทันที นำทีมตรวจตลาดสินค้าไทยในห้างค้าปลีกและร้านอาหารไทย พร้อมหารือที่ปรึกษาการค้ากิตติมศักดิ์ เร่งปูทางส่งออกกล้วยหอมไทยเจาะตลาดญี่ปุ่น ซึ่งมีความต้องการนำเข้าสูงถึง 1 ล้านตันต่อปี หวังเพิ่มส่วนแบ่งตลาดสินค้าเกษตรไทยในตลาดพรีเมียม
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ระหว่างเดินทางกลับประเทศไทยหลังเสร็จสิ้นภารกิจเจรจาการค้ากับสหรัฐอเมริกา ได้ใช้ช่วงเปลี่ยนเครื่องที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2569 ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ตลาดสินค้าไทย ณ ห้างอิออน สาขานาริตะ เพื่อส่งเสริมการจำหน่ายอาหารและผลไม้ไทย รวมถึงรับฟังข้อมูลจากผู้ประกอบการเกี่ยวกับพฤติกรรมผู้บริโภคญี่ปุ่น
จากการลงพื้นที่พบว่า ผลไม้ไทยยังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะทุเรียนไทย ซึ่งได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคญี่ปุ่นมากขึ้น ขณะที่มังคุด ส้มโอ ตลอดจนอาหารและขนมไทย มียอดจำหน่ายดีในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ สะท้อนศักยภาพของสินค้าเกษตรและอาหารไทยในการขยายตลาดระดับพรีเมียมในญี่ปุ่น
นอกจากนี้ ยังได้เยี่ยมชมร้านอาหารไทย “แก้วใจ” จังหวัดชิบะ ซึ่งได้รับตรา Thai SELECT และเปิดให้บริการอาหารไทยต้นตำรับมายาวนานกว่า 25 ปี ถือเป็นตัวอย่างของการสร้างความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ที่ดีให้กับอาหารไทยในตลาดต่างประเทศ
ในโอกาสเดียวกัน นางศุภจีได้หารือกับนางพิมใจ มัตสึโมโต ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ด้านการค้าระหว่างประเทศ (Honorary Trade Advisor : HTA) และนายโนบุโอะ ชิราฮามะ ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนากล้วยหอมของญี่ปุ่น เพื่อติดตามความคืบหน้าการผลักดันการส่งออกกล้วยหอมไทยเข้าสู่ตลาดญี่ปุ่น
ปัจจุบัน ญี่ปุ่นมีความต้องการนำเข้ากล้วยสดประมาณ 1 ล้านตันต่อปี และกว่าร้อยละ 80 นำเข้าจากประเทศในอาเซียน จึงเป็นโอกาสสำคัญที่ไทยจะเพิ่มส่วนแบ่งตลาดและขยายการส่งออกกล้วยหอมคุณภาพไปยังผู้บริโภคญี่ปุ่น
ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เตรียมนำคณะผู้นำเข้าจากญี่ปุ่นลงพื้นที่แหล่งผลิตกล้วยหอมของไทย เพื่อพบเกษตรกรและผู้ประกอบการ สร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพ และผลักดันให้เกิดคำสั่งซื้อเพิ่มเติม โดยมีเป้าหมายขยายการส่งออกและเพิ่มส่วนแบ่งตลาดกล้วยหอมไทยในญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง