‘ปิยะรัฐชย์’ โชว์ผลงาน 99 วัน ลุยเชื่อมข้อมูลเกษตรกร
“ปิยะรัฐชย์” โชว์ผลงาน 99 วัน เร่งปฏิรูประบบฐานข้อมูล เชื่อมทะเบียนเกษตรกร “เล่มเขียว” ฐานข้อมูลสหกรณ์และข้อมูลการเงิน พัฒนา Dashboard กลางให้ทุกหน่วยงานใช้ข้อมูลร่วมกัน ลดความซ้ำซ้อน พร้อมตัวเลขละเอียดยิบ ทั้งลดต้นทุนปุ๋ย แจกท่อนพันธุ์-เมล็ดพันธุ์ ช่วยสหกรณ์ขับเคลื่อนเป้าหมาย “เกษตรนวัตกรรม เพื่อความยั่งยืนของเกษตรกรไทย”
นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยผลการดำเนินงานในช่วง 99 วันแรก ว่า การทำงานยึดหลัก “ลงพื้นที่จริง รับฟังปัญหาจริง ติดตามผลจริง” ผ่านการลงพื้นที่แล้ว 16 จังหวัด มอบข้อสั่งการ 278 เรื่อง ดำเนินการแล้ว 93 เรื่อง และอยู่ระหว่างดำเนินการอีก 185 เรื่อง โดยสิ่งที่ต้องการผลักดัน คือ การพัฒนาระบบ Dashboard ของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เพื่อรวบรวมข้อมูลสหกรณ์ทั่วประเทศไว้ในระบบเดียว หลังพบว่าที่ผ่านมาการเรียกใช้ข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจต้องใช้เวลาถึง 2-3 วัน ทำให้การแก้ไขปัญหาไม่ทันต่อสถานการณ์ จึงต้องการให้ผู้บริหารสามารถเรียกดู วิเคราะห์ และสรุปข้อมูลได้ทันทีระหว่างการประชุม
ขั้นตอนต่อไปจะเชื่อมข้อมูล ทะเบียนเกษตรกร หรือ “เล่มเขียว” ของกรมส่งเสริมการเกษตรเข้ากับฐานข้อมูลของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ก่อนขยายผลเชื่อมโยงไปยังหน่วยงานอื่น เพื่อใช้ข้อมูลชุดเดียวกันในการกำหนดนโยบายด้านการผลิต การตลาด และการช่วยเหลือเกษตรกร โดยเป้าหมายเป็นการวาง “ฐานข้อมูลเกษตรแห่งชาติ” ลดความซ้ำซ้อนในการทำงาน เพิ่มความแม่นยำในการช่วยเหลือเกษตรกร และสามารถเชื่อมโยง 3 ฐานข้อมูลหลัก ได้แก่ ทะเบียนเกษตรกร สหกรณ์ และข้อมูลการเงิน ให้เป็นระบบเดียว
ด้านกรมส่งเสริมการเกษตร ปัจจุบันมีการปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรแล้วกว่า 3 ล้านราย และยังเร่งปรับปรุงข้อมูลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ฐานข้อมูลมีความถูกต้องและทันสมัยที่สุด ขณะเดียวกันกระทรวงเดินหน้าลดต้นทุนการผลิต ผ่านการขยายศูนย์จัดการดินและปุ๋ยชุมชน 882 ศูนย์ มีเกษตรกรเข้าร่วมปรับใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน 22,700 ราย ช่วยลดต้นทุนการผลิตได้ประมาณ 30% พร้อมผลิตปุ๋ยอินทรีย์รวมกว่า 3.5 ล้านตัน รวมถึงเร่งแก้ปัญหาโรคพืชและเมล็ดพันธุ์โดยผลิตท่อนพันธุ์มันสำปะหลังต้านทานโรค 1.8 ล้านลำ และเมล็ดพันธุ์ถั่วเขียว 130,000 กิโลกรัม เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตให้เกษตรกร
ด้านการบริหารจัดการสินค้าเกษตร กระทรวงเร่งบริหารผลไม้เชิงรุก รองรับผลผลิตฤดูกาลรวม 1.32 ล้านตัน มูลค่า 153,760 ล้านบาท ควบคู่กับมาตรการเฝ้าระวังภัยแล้ง ส่งเสริมการปลูกพืชใช้น้ำน้อย และเตรียมเครื่องสูบน้ำ เครื่องจักรกล และบุคลากรไว้รองรับสถานการณ์ล่วงหน้า เพื่อจำกัดผลกระทบต่อผลผลิตของเกษตรกร ด้านการยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตร กระทรวงขยายพื้นที่รับรองมาตรฐาน GAP 2.56 ล้านไร่ ครอบคลุมเกษตรกรกว่า 308,000 ราย พร้อมตรวจสอบผู้ประกอบการที่ไม่ได้มาตรฐาน 73 แห่ง ควบคู่กับการผลักดันการเปิดตลาดส่งออก การสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านธุรกิจแปรรูปสินค้าเกษตร และการลดการเผาในพื้นที่เกษตร เพื่อลดปัญหา PM 2.5
สำหรับการแก้ไขปัญหาหนี้สิน กระทรวงช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์กว่า 58,000 ราย ลดหนี้รวม 9,325 ล้านบาท พร้อมสนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำผ่านกองทุนพัฒนาสหกรณ์ให้สหกรณ์ 97 แห่ง วงเงิน 254.13 ล้านบาท และส่งเสริมอาชีพให้สมาชิก 5,537 ราย สร้างรายได้เพิ่มรวม 4.33 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังเดินหน้าพัฒนา Smart Farmer และ Young Smart Farmer รวม 9,746 ราย