บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เจอปม ‘มีชื่อถือหุ้น’ พาณิชย์เปิดทางตรวจฟรี ช่วยคนจนจริงอุทธรณ์สิทธิ
ผลการคัดกรองบัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569 กำลังสะท้อนอีกด้านของฐานข้อมูลภาครัฐ เมื่อประชาชนบางส่วนไม่ผ่านเกณฑ์ เพราะมีชื่อเป็นกรรมการ ผู้ถือหุ้น หรือหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วน/บริษัท ทั้งที่หลายกรณีอาจไม่ได้มีสถานะเป็นผู้ประกอบการจริง หรืออาจมีชื่ออยู่ในนิติบุคคลจากเหตุผลอื่น เช่น ถูกยืมชื่อ ถูกแอบอ้าง เป็นนอมินี หรือข้อมูลจดทะเบียนผิดพลาด
กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า จึงเปิดช่องทางให้ผู้ไม่ผ่านเกณฑ์กรณีดังกล่าวเข้าตรวจสอบข้อมูลได้ฟรีทั่วประเทศ พร้อมรวบรวมข้อเท็จจริงส่งให้กระทรวงการคลังประกอบการพิจารณาทบทวนสิทธิ โดยเป้าหมายคือแยก “คนไม่จนจริง” ออกจากระบบ ขณะเดียวกันต้องไม่ทำให้ “คนจนจริง” หลุดจากสิทธิที่ควรได้รับ
พบ 1.22 แสนราย มีชื่อโยงนิติบุคคล
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า หลังจากกระทรวงการคลังประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติผู้ผ่านเกณฑ์โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 พบว่ามีผู้ไม่ผ่านเกณฑ์จำนวน 9,314,253 ราย
ก่อนหน้านี้ กระทรวงการคลังได้ส่งรายชื่อผู้ลงทะเบียนในโครงการให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าตรวจสอบจำนวน 19,604,886 ราย และภายหลังการตรวจสอบพบว่ามีผู้ลงทะเบียนที่มีชื่อเป็นกรรมการ ผู้ถือหุ้น หรือหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วน/บริษัท จำนวน 122,324 ราย ในนิติบุคคลรวม 139,804 นิติบุคคล โดยบางรายมีชื่อเกี่ยวข้องมากกว่า 1 นิติบุคคล
นายพูนพงษ์ระบุว่า หลักการของโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบนี้ ต้องการตัดสิทธิผู้ที่ไม่จนจริง แต่เคยได้รับสิทธิ และนำงบประมาณไปช่วยประชาชนที่มีสถานะยากจนจริงและเดือดร้อน แต่ไม่ได้รับสิทธิในรอบที่ผ่านมา ให้ได้รับสิทธิเพิ่มเติม
เจอหลายเหตุผล ถูกยืมชื่อ-นอมินี-บริษัทไม่นำชื่อออก
นายพูนพงษ์กล่าวว่า เบื้องต้นมีทั้งผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์และไม่ประสงค์ยื่นอุทธรณ์ เพราะมีชื่อเป็นกรรมการ ผู้ถือหุ้น หรือหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วน/บริษัทจริง ขณะเดียวกันมีประชาชนอีกกลุ่มที่ประสงค์ขอทบทวนสิทธิ โดยชี้แจงว่าการมีชื่อในนิติบุคคลเกิดจากหลายสาเหตุ
กรณีที่พบ เช่น ถูกญาติแอบอ้างหรือยืมชื่อไปจัดตั้งนิติบุคคลเป็นนอมินีให้ชาวต่างชาติ ทราบว่ามีชื่อปรากฏในนิติบุคคลจริง และแจ้งกรรมการบริษัทให้นำชื่อออกแล้ว แต่บริษัทไม่ดำเนินการ หรือบางรายเกิดจากผู้ขอจดทะเบียนระบุเลขบัตรประจำตัวประชาชนในเอกสารจดทะเบียนผิดพลาด
นอกจากนี้ ยังมีบางรายที่มีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท ประชารัฐรักสามัคคี จำกัด ซึ่งเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคม จึงจำเป็นต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี เพื่อให้การทบทวนสิทธิเป็นธรรมมากขึ้น
เปิดตรวจสอบฟรีทั่วประเทศ ถึงวันสิ้นสุดอุทธรณ์
นายพูนพงษ์กล่าวว่า ประชาชนที่ไม่ผ่านเกณฑ์ กรณีมีรายชื่อเป็นหุ้นส่วน กรรมการ หรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วน/บริษัท และประสงค์ขอตรวจสอบข้อมูล สามารถยื่นคำขอตรวจสอบได้ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ
การยื่นคำขอสามารถดำเนินการได้ด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทน โดยต้องกรอกแบบฟอร์ม “ขอตรวจสอบการเป็นกรรมการ/หุ้นส่วน และผู้ถือหุ้นในนิติบุคคล” พร้อมแสดงบัตรประจำตัวประชาชน
กรณีมอบอำนาจ ต้องระบุข้อความว่า “เพื่อตรวจการตรวจสอบคุณสมบัติภายใต้โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ” หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบข้อมูล และออกหนังสือแจ้งผลการตรวจสอบ พร้อมแนบข้อมูลการเป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด ผู้ถือหุ้น หรือกรรมการในบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ให้แก่ผู้ยื่นคำขอ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
เปิดให้ชี้แจงข้อเท็จจริง ไม่บังคับ
นายพูนพงษ์กล่าวต่อว่า เพื่อประโยชน์ของผู้ยื่นคำขอ ประชาชนสามารถกรอกข้อมูลในหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริง เพื่ออธิบายที่มาของการมีชื่อเป็นหุ้นส่วน กรรมการ หรือผู้ถือหุ้น และส่งให้เจ้าหน้าที่เพิ่มเติมได้ แต่ไม่เป็นการบังคับ
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะเร่งรวบรวมข้อมูลและข้อเท็จจริงทั้งหมด ส่งให้กระทรวงการคลัง เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาและประกาศผลในการทบทวนสิทธิของประชาชนที่ไม่ผ่านเกณฑ์ต่อไป
ทั้งนี้ ในช่วง 3 วันที่ผ่านมา มีประชาชนมาขอตรวจสอบสิทธิแล้วกว่า 700 ราย
ตรวจได้ทั้งส่วนกลาง-ต่างจังหวัด
นายพูนพงษ์ระบุว่า ผู้ไม่ผ่านเกณฑ์และประสงค์ขอตรวจสอบข้อมูล สามารถติดต่อได้ในส่วนกลางที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ หรือสำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้า เขต 2 พหลโยธิน เขต 3 รัชดาภิเษก เขต 4 สี่พระยา และเขต 5 บางนา
ส่วนภูมิภาค สามารถติดต่อได้ที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันสิ้นสุดระยะเวลาอุทธรณ์ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center กรมพัฒนาธุรกิจการค้า โทร. 1570 หรือ 0-2547-4376
“ผู้ไม่ผ่านเกณฑ์ฯ และประสงค์ขอตรวจสอบข้อมูล สามารถติดต่อได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันสิ้นสุดระยะเวลาอุทธรณ์ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย” นายพูนพงษ์กล่าว
โจทย์สำคัญ ฐานข้อมูลต้องไม่ทำให้คนจนจริงหลุดสิทธิ
กรณีผู้ไม่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐจากการมีชื่อในนิติบุคคล สะท้อนความท้าทายของการใช้ฐานข้อมูลรัฐในการคัดกรองสิทธิ เพราะแม้การมีชื่อเป็นกรรมการ ผู้ถือหุ้น หรือหุ้นส่วน จะเป็นเงื่อนไขสำคัญในการตรวจสอบสถานะทางเศรษฐกิจ แต่ข้อเท็จจริงของแต่ละรายอาจแตกต่างกัน
มาตรการของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าจึงเป็นกลไกสำคัญในการเติมข้อมูลเชิงข้อเท็จจริงให้ระบบอุทธรณ์ เพื่อให้การตัดสินสิทธิไม่หยุดอยู่แค่ชื่อที่ปรากฏในเอกสารนิติบุคคล แต่พิจารณาบริบทของประชาชนที่อาจถูกแอบอ้าง ถูกยืมชื่อ หรือมีข้อมูลผิดพลาดด้วย
โจทย์ต่อไปคือการทำให้กระบวนการตรวจสอบเร็วพอ โปร่งใสพอ และเข้าถึงง่ายพอ โดยเฉพาะประชาชนกลุ่มเปราะบางในต่างจังหวัด เพราะเป้าหมายสุดท้ายของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไม่ใช่แค่การตัดสิทธิคนไม่เข้าเกณฑ์ แต่ต้องทำให้คนจนจริงไม่หลุดจากระบบช่วยเหลือของรัฐ
