“สุรศักดิ์” รมว.ท่องเที่ยว ถกบอร์ด ททท. มอบ 7 นโยบายเชิงรุก พร้อม 3 บิ๊กโปรเจ็กต์บูสต์ท่องเที่ยวไฮซีซั่น
“สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล” รมว.ท่องเที่ยว ถกบอร์ด ททท. มอบ 7 นโยบายเชิงรุก งัด 3 บิ๊กโปรเจกต์ “ไทยเที่ยวไทย พลัส – Fly Thai – Air Connect” พร้อมชู “Tomorrowland” ปักหมุดไทยสู่ Event Hub ระดับโลก
รายงานข่าวจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า วันนี้ (เวลา 13.30 น.) นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ร่วมการประชุมพร้อมมอบนโยบายสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยแก่คณะกรรมการ (บอร์ด) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และผู้บริหารระดับสูง เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่มีคุณค่าและยั่งยืน (Meaningful & High Value Destination)
โดยในการประชุมครั้งนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ได้มอบนโยบายและแนวทางปฏิบัติงานสำคัญ 7 ประการ ภายใต้แนวคิด “Tourism for All, Tourism for the Future: ท่องเที่ยวไทย เพื่อทุกคน สู่อนาคตที่ยั่งยืน” ประกอบด้วย 1. มุ่งคุณภาพมากกว่าปริมาณ (Value over Volume) ให้ความสำคัญกับการยกระดับการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพและสร้างมูลค่าสูง (High Value) มากกว่าการพึ่งพาจำนวนนักท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน และมุ่งขายประสบการณ์ที่มีคุณค่า (Meaningful Travel) ให้แก่นักท่องเที่ยว
2. มุ่งกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น สนับสนุนและส่งเสริมการท่องเที่ยวสู่เมืองรองและชุมชนเป้าหมาย 55 ชุมชนทั่วประเทศ เพื่อกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจและสร้างความเข้มแข็งจากฐานราก 3. ส่งเสริมการเดินทาง 365 วัน ผ่านโครงสร้างการกระตุ้นตลาดที่เป็นรูปธรรม ขับเคลื่อนโครงการสำคัญเพื่อกระตุ้นตลาดท่องเที่ยวในประเทศและรองรับฤดูกาลท่องเที่ยว (High Season) ผ่าน 3 โครงการ
ได้แก่ โครงการไทยเที่ยวไทย พลัส หรือ Co-pay กระตุ้นการเดินทางภายในประเทศเพื่อสร้างความเข้มแข็งจากภายใน ช่วยเหลือผู้ประกอบการภาคท่องเที่ยว และกระจายรายได้สู่ทุกภูมิภาค โครงการ Fly Thai All the Feelings บูรณาการร่วมกับ 6 สายการบินในประเทศ มอบสิทธิประโยชน์และส่วนลดราคาบัตรโดยสารแก่คนไทยจำนวน 400,000 ที่นั่ง เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางจากความผันผวนของราคาน้ำมันโลก
และโครงการ Thailand Air Connect ร่วมมือกับสายการบินและพันธมิตรการตลาดอย่างใกล้ชิด เพื่อรักษาเสถียรภาพของเที่ยวบิน เพิ่มความถี่และที่นั่งโดยสาร ทั้งจากเที่ยวบินเช่าเหมาลำ (Charter Flight) และเที่ยวบินพาณิชย์ (Commercial Flight) เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก
4. ผลักดันไทยสู่ศูนย์กลางอีเวนต์ระดับโลก (Event Hub) โดยเดินหน้าเตรียมความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพจัดงานเทศกาลดนตรีระดับโลก Tomorrowland Thailand (ปี 2569–2573) ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการยกขีดความสามารถทางการแข่งขัน ดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง และเปิดโอกาสให้ศิลปิน บุคลากรสร้างสรรค์ และผู้ประกอบการไทยได้แสดงศักยภาพบนเวทีโลก โดยคาดว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจสุทธิกว่า 3,458 – 5,301 ล้านบาทต่อปี จากผู้เข้าร่วมงานชาวต่างชาติไม่น้อยกว่า 127,500 คน และชาวไทยไม่น้อยกว่า 22,500 คน
5. การบริหารจัดการช่วงเปลี่ยนผ่านการโยกย้ายสังกัดสู่กระทรวงวัฒนธรรม เนื่องจาก ททท. มีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจตาม พ.ร.บ. ททท. จึงสามารถดำเนินภารกิจได้อย่างต่อเนื่อง โดยขอให้ ททท. ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานหลักในการขับเคลื่อนระบบนิเวศการท่องเที่ยว ไม่ให้เกิดรอยต่อหรือการขาดตอนในช่วงส่งมอบงาน และหารืออย่างใกล้ชิดกับทั้ง 2 กระทรวงในการจัดทำกฎกระทรวงเพื่อกำหนดขอบเขตหน้าที่อย่างชัดเจน
6. ยกระดับธรรมาภิบาลและประสิทธิภาพองค์กร พัฒนา ททท. ให้เป็นองค์กรสมรรถนะสูง (High Performance Organization) สร้างความเชื่อมั่นและเป็นหลักของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โดยใช้งบประมาณอย่างโปร่งใส และสามารถสร้างผลลัพธ์ที่วัดผลได้จริง ทั้งในมิติของรายได้ ขีดความสามารถในการแข่งขัน และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
และ 7. เตรียมความพร้อมประเทศไทยสู่อนาคต มอบหมายให้คณะกรรมการ ททท. กำกับดูแลการดำเนินงานโดยมองระยะยาว เพื่อต่อยอดและตอบโจทย์อนาคตของประเทศ ควบคู่ไปกับการสร้างความยืดหยุ่น (Resilience) และความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
“การผสานพลังระหว่างการกระตุ้นตลาดในประเทศ การดึงดูดอีเวนต์ระดับโลก และการบริหารจัดการองค์กรอย่างมีธรรมาภิบาล จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้การท่องเที่ยวไทยเติบโตอย่างมั่นคง พร้อมรับมือกับทุกความท้าทาย และสร้างประโยชน์สูงสุดให้แก่ระบบเศรษฐกิจและประชาชนคนไทยทุกคน” นายสุรศักดิ์กล่าว