เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
GWM เพิ่มการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ หลังผลิตชดเชย EV 3.5 ครบเป็นรายแรก
Automotive GWM เพิ่มการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ หลังผลิตชดเชย EV 3.5 ครบเป็นรายแรก
ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 57“ ทอดพระเนตรกุหลาบ “ควีนสุทิดา”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 57“ ทอดพระเนตรกุหลาบ “ควีนสุทิดา”
เปลี่ยนหงส์ไม่ง่าย
Columns เปลี่ยนหงส์ไม่ง่าย
‘ล้ำฤทธิ์’ ปั้น ‘ดิ โอทู แบงค็อก’ สปอร์ต-เวลเนสคอมเพล็กซ์ครบวงจร
Real Estate ‘ล้ำฤทธิ์’ ปั้น ‘ดิ โอทู แบงค็อก’ สปอร์ต-เวลเนสคอมเพล็กซ์ครบวงจร
หาเงินเก่ง กับรักษาเงินเก่ง
Finance หาเงินเก่ง กับรักษาเงินเก่ง
สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมพระราชินี เสด็จฯ เปิดงานวันสตรีไทย 69
ข่าวในพระราชสำนัก สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมพระราชินี เสด็จฯ เปิดงานวันสตรีไทย 69
ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายร่วมเยียวยาผู้บริโภค เล็งเปิดทางฟ้องแบบกลุ่ม
Politics ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายร่วมเยียวยาผู้บริโภค เล็งเปิดทางฟ้องแบบกลุ่ม
‘เซ็นทารา’ รุก รร.ลักเซอรี่ เปิด ‘รีเซิร์ฟกระบี่’ ธ.ค.นี้
Business ‘เซ็นทารา’ รุก รร.ลักเซอรี่ เปิด ‘รีเซิร์ฟกระบี่’ ธ.ค.นี้
นายกฯ ลั่นไม่หนุนลดโทษฆาตกรอุกอาจ ขอโทษชาวรัสเซีย ยันภาพรวมไทยยังปลอดภัย
Politics นายกฯ ลั่นไม่หนุนลดโทษฆาตกรอุกอาจ ขอโทษชาวรัสเซีย ยันภาพรวมไทยยังปลอดภัย
คปภ. ประสาน “ซมโปะ ประกันภัย” ใกล้ชิด ดูแลสิทธิผู้รับผลประโยชน์ “ฮลุน โซโล่”
Finance คปภ. ประสาน “ซมโปะ ประกันภัย” ใกล้ชิด ดูแลสิทธิผู้รับผลประโยชน์ “ฮลุน โซโล่”
ดูทั้งหมด

เลขาฯ กบข. จ่อชงบอร์ดแก้ ‘โจทย์ใหญ่’ ดันข้าราชการออมเพิ่ม

30 ก.ค. 2569 | 10:03น.
ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร
คอลัมน์ : สัมภาษณ์

แม้จะเพิ่งเริ่มนับหนึ่งการทำงานบนเก้าอี้เลขาธิการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) แต่องค์ความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับการลงทุนของ “ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร” มีเต็มเปี่ยม ไม่เพียงเคยบริหารพอร์ตลงทุนที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ตอนเป็นรองผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เท่านั้น แต่จริง ๆ แล้วสมัยเป็น “ข้าราชการพันธุ์ใหม่” ก็เคยฝึกงานที่ กบข.

นอกจากนี้ ตอนเป็นรองผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังนั่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิในคณะอนุกรรมการจัดการลงทุนของ กบข. มาอยู่แล้ว ทำให้คุ้นเคยเป็นอย่างดี ซึ่งหลังจากเข้ารับตำแหน่งไม่นาน “ดร.ศรพล” ก็ลงพื้นที่พบปะสมาชิกในหลายจังหวัด โดยสิ่งเหล่านี้จะถูกนำมาประมวลจัดทำแผนยุทธศาสตร์การดำเนินงาน แล้วเสนอในที่ประชุมคณะกรรมการ กบข. ช่วงกลางเดือน ส.ค. นี้ ก่อนจะประกาศต่อสาธารณะต่อไป

โดย “ดร.ศรพล” บอกว่า “โจทย์ใหญ่” ของตนที่อยากจะผลักดัน ก็คือการทำให้ข้าราชการที่เป็นสมาชิกมีเงินออมอย่างเพียงพอภายหลังเกษียณอายุราชการ ซึ่งปัจจุบัน กบข.ดูแลสมาชิกอยู่กว่า 1.2 ล้านคน ทั้งข้าราชการในปัจจุบัน และข้าราชการที่เกษียณแล้วแต่ยังออมเงินต่อ ซึ่งถือว่ายังมีสถานะเป็นสมาชิก

ขณะที่สินทรัพย์ (พอร์ต) รวมทั้งหมดปัจจุบันมีมูลค่าถึง 1.5 ล้านล้านบาท แบ่งเป็น เงินที่บริหารให้สมาชิกเกือบ 5 แสนล้านบาท และเงินที่บริหารให้กระทรวงการคลังอีกประมาณ 1 ล้านล้านบาท เป็นหลักประกันเวลาเกิดวิกฤต และเพื่อให้มั่นใจว่า กบข.มีเงินสำรองจ่ายบำเหน็จบำนาญแก่ข้าราชการในอนาคต

“ดร.ศรพล” กล่าวว่า งานหลักของ กบข. 2 ด้าน คือ ด้านการลงทุนที่จะต้องบริหารพอร์ต มูลค่ากว่า 1.5 ล้านล้านบาท ให้เติบโตต่อไปได้ และอีกส่วนหนึ่งคือ ด้านการบริการสมาชิก มีเป้าหมายเพื่อตอบโจทย์ใหญ่ให้ข้าราชการมีเงินออมสำหรับชีวิตหลังเกษียณ (Post Retirement) ผ่านการผลักดัน “หลัก 3 ออม” ซึ่งประกอบด้วย

1.“ออมอย่างเหมาะสม” คือ ให้สมาชิกสามารถเลือกแผนการออมที่เหมาะสมกับตัวเองได้ ภายใต้ความเสี่ยงที่เหมาะสม ซึ่งสมาชิกสามารถเลือกแผนที่ กบข.จัดไว้ให้ หรือเลือกตามช่วงอายุ รวมทั้งเลือกแผนแบบ DIY ตามความสนใจของตัวเอง เช่น หุ้นต่างประเทศ หุ้นในประเทศ ทองคำ หรือออมตามหลักศาสนา นอกจากนี้ กบข.ยังพยายามส่งเสริมให้ความรู้แก่สมาชิกว่าแต่ละแผนมีความเสี่ยงที่แตกต่างกันไปอย่างไร

2.“ออมเพิ่ม” จากเดิมที่สามารถหักเงินออมจากเงินเดือนได้ 3% รัฐสมทบอีก 3% และชดเชยอีก 2% แต่ตอนนี้ กบข.ให้สมาชิกออมได้มากสุด 27% ของเงินเดือน การออมเพิ่มจึงเป็นสิ่งที่ กบข.สนับสนุน เพราะเป็นตัวกำหนดว่าเมื่อเกษียณไปแล้วจะมีเงินออมเท่าไหร่ “ที่ผ่านมามีสมาชิกที่ออมถึงระดับ 27% ของเงินเดือนอยู่ประมาณ 3.5 หมื่นคน ไม่มาก แต่ก็เห็นทิศทางว่ามีสมาชิกออมเพิ่มจากเดิมมากขึ้น”

และ 3.“ออมต่อ” คือ การส่งเสริมให้สมาชิกที่ปลดเกษียณออมเงินในกองทุนต่อไป เนื่องจากมีข้าราชการเกษียณหลายคนที่นำเงินออมออกจากกองทุน แล้วโดนหลอก หรือลูกหลานนำไปใช้จนหมด

“กบข.มีสมาชิกที่ออมต่อหลังเกษียณสะสมรวมราว 8,000 คน จากสมาชิก 1.2 ล้านคน ในช่วงอายุเฉลี่ย 60-80 ปี ขณะที่มีสมาชิกออกจากกองทุนทุกปี ราวปีละ 1.7-1.8 หมื่นคน แต่สมาชิกที่เลือกออมต่อยังน้อย อยู่ในระดับไม่ถึง 1,000 คน หลักการคือข้าราชการต้องตัดสินใจออมก่อน ที่สำคัญคือหากเพิ่มสัดส่วนการออมได้ตั้งแต่อายุยังน้อยจะดีที่สุด”

โดยเมื่อเกษียณแล้วข้าราชการจะมีเงินมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัย คือ 1.ออมเร็วแค่ไหน 2.ออมเพิ่มหรือเปล่า และ 3.ออมแล้วได้ผลตอบแทนมากหรือน้อย

“2 ปัจจัยแรกยังอยู่ภายใต้การควบคุมของตัวเอง ดังนั้น อะไรที่อยู่ในควบคุมของตัวเองก็ควรทำ ถ้าทำไหว”

ทั้งนี้ กบข.มีรูปแบบการบริหารสินทรัพย์ หรือพอร์ต แบบ Strategic Asset Allocation (SAA) ซึ่งเป็นการแบ่งสัดส่วนเงินลงทุนในแต่ละสินทรัพย์การเงิน เพื่อเป้าหมายการลงทุนในระยะยาว โดยทุก ๆ 3-5 ปี จะประมวลว่าในพอร์ตควรแบ่งบริหารทรัพย์สินอย่างไร เพื่อให้พอร์ตเติบโตต่อไปได้ ทั้งเน้นปลอดภัย (Safe) เน้นเติบโต (Growth) หรือทางเลือกอื่น (Alternative) เช่น การลงทุนในหุ้นที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Private Equity) ซึ่งอาจได้ผลตอบแทนดีกว่า Public Equity ในบางช่วง รวมไปถึงการลงทุนในทองหรือน้ำมันด้วย

“นอกจากหลัก 3 ออมแล้ว ยังตั้งเป้าให้สมาชิกได้รับรู้ข้อมูลพอร์ตของตนเองครบถ้วนขึ้น เพื่อให้สมาชิกตัดสินใจได้อย่างรอบด้าน โดย กบข.มีเป้าหมายเชื่อมโยงข้อมูลสินทรัพย์อื่นกับตลาดหลักทรัพย์ฯ เนื่องจากบางครั้งสมาชิกเห็นตัวเลขคาดการณ์เงินออมที่มีจำนวนมาก แต่อาจไม่รู้ว่ามีหนี้ซ่อนอยู่เท่าไหร่ ถ้าไม่มีข้อมูลส่วนนี้ก็อาจทำให้เข้าใจผิดได้”

นอกจากนี้ กบข.ยังวางแผนนำข้อมูล และ AI มาใช้มากขึ้น เพื่อทำให้เข้าใจข้อมูลเชิงลึกของการลงทุนของสมาชิก รวมทั้งการใช้สวัสดิการของสมาชิก ซึ่งจะทำให้ กบข.เข้าใจสมาชิกและออกแบบการบริการให้ตรงกับสมาชิกแต่ละกลุ่มได้ ซึ่งในช่วงเดือน ส.ค. นี้จะมีรายละเอียดของการลงทุนแนวใหม่ การใช้ข้อมูล และ AI ออกมามากขึ้น

“กบข.ต้องมองบทบาทตัวเองว่าเราเชี่ยวชาญด้านไหน เราเป็นนักลงทุน เราไม่เก่งเรื่องการ Operate เราจึงไปลงทุนร่วมกับธุรกิจที่ Operate เก่ง เพื่อตอบโจทย์ใหญ่ คือ ทำให้ข้าราชการมีเงินออม สำหรับใช้ชีวิตในช่วง Post Retirement อย่างเพียงพอ” เลขาธิการ กบข. คนที่ 8 กล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กบข. ข้าราชการ ออมเงิน