ซี.พี. เล่นใหญ่ดัน Happitat ขึ้นแท่นโกลบอลเดสติเนชั่นท่องเที่ยว
“ซีพี แอ็กซ์ตร้า” ลั่นดัน HAPPITAT มิกซ์ยูสย่านบางนาสู่โกลบอลเดสติเนชั่นเทียบชั้นดิสนีย์แลนด์แห่งวงการค้าปลีก ต่อยอด 2 จุดเด่นพื้นที่โครงการ 200,000 ตร.ม. คู่ป่า 30 ไร่ อัดกิจกรรมบันเทิง สุขภาพ สิ่งแวดล้อมแม็กเนต ดึงครอบครัวย่านบางนายันนักท่องเที่ยวต่างชาติ ไม่หวั่นคู่แข่ง 2 ค่ายใหญ่ เผยผู้เช่าเซ็นสัญญาแล้ว 85% มั่นใจพร้อมเปิด 21 สิงหาคม 2569 นี้แน่นอน
นาวสาวเบญจวรรณ อ่องศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร-สายงานธุรกิจศูนย์การค้า กลุ่มงานศูนย์การค้าและอสังหาริมทรัพย์ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ขณะนี้สนามการแข่งขันในวงการค้าปลีกไทยเปลี่ยนไปแล้ว ไลน์อัพร้านค้าเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอสร้างความได้เปรียบ ผู้ประกอบการต้องผสมผสานแม็กเนตอื่น ๆ เช่น พื้นที่ค้าปลีกรูปแบบใหม่ ๆ พื้นที่กิจกรรมที่มีคอนเซ็ปต์ตอบโจทย์ผู้บริโภค อาทิ ความสนุก, ความสุข, สุขภาพ ความยั่งยืน และอื่น ๆ ร่วมอยู่ด้วย เพื่อดึงผู้บริโภคเข้ามาใช้บริการ
ด้วยเหตุนี้บริษัทจึงปั้นโครงการ HAPPITAT เป็นต้นแบบของโมเดล Destination Creation ที่พัฒนาโครงการศักยภาพสูงให้เป็นจุดหมายปลายทางแห่งใหม่ของแต่ละพื้นที่ ด้วยการออกแบบที่โดดเด่น ผสานฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลาย และคัดสรรพันธมิตรให้เหมาะกับบริบทของพื้นที่ ตามแผน Happy & Healthy Mall
โดยวางโพซิชั่น HAPPITAT เป็น Global Destination เสมือนเป็นดิสนีย์แลนด์ของวงการค้าปลีก มุ่งตอบโจทย์ทั้งครอบครัวและนักท่องเที่ยวไทย/ต่างชาติ ชูจุดเด่นด้านอีเวนต์บันเทิง กิจกรรมสุขภาพและสิ่งแวดล้อม แบบครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบไปจนถึงแผนธุรกิจการตลาด เสริมกับไลน์อัพร้านค้าและร้านอาหาร เพื่อดึงดูดผู้บริโภคให้กลับมาใช้บริการซ้ำได้บ่อยกว่าค้าปลีกทั่วไป ที่มักมีจุดเด่นเพียงการช็อปปิ้ง

“เป้าหมายของเราคือ การเป็นสถานที่ที่ผู้คนสามารถจดจำชื่อแบรนด์และตัวคอนเซ็ปต์หลักได้จากการเข้ามาใช้บริการและร่วมทำกิจกรรมซ้ำ ๆ จนคุ้นเคย เหมือนที่ดิสนีย์แลนด์ไม่ต้องโฆษณาแล้วว่าตนเองมีจุดเด่นอะไรบ้าง”
ทั้งนี้อาศัยต่อยอดจุดเด่นที่คู่แข่งรายอื่นไม่มี อย่างพื้นที่ขนาดใหญ่ ทั้งพื้นที่โครงการ 200,000 ตารางเมตร แบ่งเป็น 3 อาคารที่มีคอนเซ็ปต์และฟังก์ชั่นแตกต่างกัน ประกอบด้วย Bloominas อาคารไลฟ์สไตล์ที่รวมร้านค้า ร้านอาหาร สุขภาพ และเวลเนส พร้อมร้านค้าคอนเซ็ปต์พิเศษ อาทิ AXTRA Club ศูนย์รวมสินค้าและแบรนด์จากทั่วโลกกว่า 5,000 รายการ ในราคาขายส่งสำหรับสมาชิกเจาะกลุ่มครอบครัว ผู้ประกอบการ และลูกค้าที่ต้องการสินค้าคุณภาพ พร้อมร้านอาหารเอ็กซ์คลูซีฟโดย Chef Willment Leong เชฟดังและผู้อำนวยการภาคพื้นเอเชียของ Worldchefs

Wonderwild ศูนย์กลางกิจกรรมสำหรับครอบครัว ผสานการเรียนรู้ ความคิดสร้างสรรค์ การทำงาน และการใช้เวลาร่วมกันของคนทุกเจเนอเรชั่น และร้านอาหาร คาเฟ่กว่า 100 แบรนด์ มากกว่า 3,000 เมนู รวมถึงพื้นที่ เดอะ ฮิลล์ท็อป ออฟฟิศ (The Hilltop Offices) พื้นที่สำนักงานจำนวน 10 ชั้น
สุดท้ายคือ Festie Town ศูนย์กลางอีเวนต์ การแสดง และกิจกรรมตลอดทั้งปี ภายใต้พื้นที่ Semi-Outdoor ที่ออกแบบเพื่อรองรับประสบการณ์และแบรนด์รูปแบบใหม่ พร้อม Lumis Theater Hall ที่สามารถรองรับได้ 400 คน และ 7-Eleven คอนเซ็ปต์แบบใหม่ รวมถึง Lotus’s PRIVÉ Market พรีเมี่ยมซูเปอร์มาร์เก็ตแนวสุขภาพ ทั้งนี้ในส่วนของพื้นที่เช่าปัจจุบันมีคู่ค้าเซ็นสัญญาแล้วกว่า 85% ของพื้นที่ พร้อมสำหรับการเปิดให้บริการในวันที่ 21 สิงหาคม 2569 นี้แน่นอน
พร้อมโซนสีเขียวขนาดใหญ่ ทางเดินเชื่อมต่อกันความยาวรวมกว่า 500 เมตร และพื้นที่ป่าอีก 30 ไร่

“พื้นที่สีเขียวกำลังเป็นเทรนด์มาแรงในวงการค้าปลีก เห็นได้จากห้างและศูนย์การค้าใหม่ ๆ ต่างพยายามเพิ่มพื้นที่สีเขียวเข้ามาในโครงการ เพื่อตอบรับความต้องการสัมผัสธรรมชาติของผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัว และการมี 3 อาคารที่แตกต่างกันเป็นโอกาสดึงผู้บริโภคมาใช้บริการซ้ำได้บ่อยขึ้น”
พร้อมด้วยแม็กเนต อาทิ ขบวนพาเหรดแคแร็กเตอร์ลิขสิทธิ์จากแฟรนไชส์ระดับอินเตอร์ และเอ็กซ์คลูซีฟแคแร็กเตอร์ที่จะหมุนเวียนจัดในพื้นที่, จอ LED ที่เป็นหนึ่งในจอดิจิทัลภายในอาคารที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ฉายผลงานจาก Pixel Artworks, BoraBora Studios, Idyllias และ Yellaban
โดยเส้นทางของพาเหรดจะเคลื่อนผ่านตั้งแต่ตึก 1, ตึก 2 ยาวไปจนถึงตึก 3 ซึ่งจะเป็นการแสดงโชว์ระดับอาชีพที่ต้องซื้อบัตรเข้าชม คล้ายกับการจัดแสดงในสวนสนุกระดับโลกอย่างดิสนีย์แลนด์ เพื่อดึงดูดทั้งนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ
ไปจนถึงกิจกรรมสุขภาพและกีฬา เช่น งานเดิน/วิ่ง หลังจับมืออาดิดาสและนักแสดงชื่อดังอย่าง “เจมส์จิ” มาทดลองจัดกิจกรรมรันคลับในพื้นที่ ใช้เส้นทางเชื่อมแต่ละอาคารไปจนถึงป่า 30 ไร่ด้านใน และกิจกรรมเดินชมป่า รวมถึงกิจกรรมเกี่ยวกับอาหารท่ามกลางธรรมชาติ ซึ่งต่างได้ผลตอบรับดี สะท้อนถึงดีมานด์กิจกรรมรูปแบบนี้

“หลังเปิดทำการเราตั้งใจจะขยายกิจกรรมไปถึงการเดินหรือวิ่งเทรลในพื้นที่ป่า 30 ไร่ เพื่อสร้างประสบการณ์การสัมผัสธรรมชาติเหมือนไปเที่ยวต่างจังหวัด เช่น ปากช่อง หรือเชียงใหม่ ทั้งที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ เพียงนิดเดียว ซึ่งจะตอบโจทย์กลุ่มครอบครัวที่กำลังมองหากิจกรรมร่วมกันทั้งในวันธรรมดาและวันหยุด”
ด้านความยั่งยืน บริษัทเน้นตอบโจทย์ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ สังคม โดยการออกแบบอาคารเพื่อรับแสงธรรมชาติ ตอบโจทย์ประหยัดพลังงาน และยังมุ่งสู่เป้าหมาย Zero Waste to Landfill ลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปฝังกลบให้เป็นศูนย์
พร้อมเปิดพื้นที่ “ตลาดใจดี” ให้เกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อยเข้ามาจำหน่ายสินค้าให้ธุรกิจชุมชนได้เติบโต เพิ่มโอกาสทางการตลาด สร้างรายได้ด้วย