ทรัมป์สั่งรีดภาษีโดรน สูงสุด 100% สกัดอิทธิพลจีน
สหรัฐลดการพึ่งพาโดรนต่างประเทศ ประกาศเก็บภาษี 100% สำหรับโดรนที่มีความสามารถต่อความมั่นคงแห่งชาติ ขณะที่ภาษีสำหรับโดรนอื่น ๆ อยู่ที่ 25% ยกเว้นประเทศที่ทำข้อตกลงทางการค้ากับสหรัฐ อยู่ที่ 10-15% ภายใต้เงื่อนไข
บลูมเบิร์ก (Bloomberg) และรอยเตอร์ (Reuters) รายงานว่า รัฐบาลภายใต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ประกาศมาตรการภาษีนำเข้าสูงสุด 100% สำหรับระบบอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) และชิ้นส่วนประกอบ เพื่อลดการพึ่งพาโดรนต่างประเทศ
ตามเอกสารข้อเท็จจริง (Fact Sheet) ของทำเนียบขาวที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 13 ส.ค. 2026 ตามเวลาท้องถิ่น ระบุว่า อัตราภาษี 100% จะใช้กับโดรนที่มีขีดความสามารถบางประการอ่อนไหวต่อความมั่นคงแห่งชาติ สถานีจอดโดรน และส่วนประกอบสำคัญบางอย่างของโดรนเหล่านั้น
โดรนประเภทดังกล่าว ได้แก่ โดรนที่มีน้ำหนักขึ้นบินสูงสุดมากกว่า 25 กิโลกรัม และที่มีความสามารถในการถ่ายภาพความร้อนจากรังสีอินฟราเรด (Thermal Imager) โดยอัตราภาษีจะมีผลบังคับใช้ 21 วันหลังจากนี้
นอกจากนี้จะเก็บภาษี 25% สำหรับโดรนที่มีขนาดเล็กกว่า และไม่มีความสามารถอ่อนไหวต่อความมั่นคงของชาติ ขณะที่ประเทศที่ทำข้อตกลงทางการค้ากับสหรัฐ ได้แก่ สหภาพยุโรป (EU) ญี่ปุ่น ลิกเตนสไตน์ เกาหลีใต้ สวิตเซอร์แลนด์ และไต้หวันจะเก็บภาษีที่ 15% และสำหรับสหราชอาณาจักร อยู่ที่ 10% ภายใต้เงื่อนไขว่าฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และเทคโนโลยีส่วนใหญ่ต้องมีต้นกำเนิดจากประเทศเหล่านี้และสหรัฐ
สำหรับส่วนชิ้นส่วนของโดรนที่ไม่มีความสามารถอ่อนไหวต่อความมั่นคงของชาติ อัตราภาษีจะมีผลบังคับใช้ 180 วันหลังจากนี้ ตามประกาศของทำเนียบขาว
ทรัมป์กล่าวในแถลงการณ์ว่า ฮาวาร์ด ลุตนิค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ตรวจสอบผลกระทบจากการนำเข้าโดรนและพบว่า สหรัฐมีสัดส่วนการนำเข้าโดรนจากผู้ผลิตต่างประเทศจำนวนมาก และพึ่งพาแหล่งผลิตจากต่างประเทศมากเกินไป นอกจากนี้ยังพบว่า โดรนและชิ้นส่วนโดรนจากต่างประเทศบางแห่ง ก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านความปลอดภัย
มาตรการดังกล่าว อาจส่งผลกระทบอย่างหนักต่อตลาดโดรนของจีน ซึ่งเป็นผู้ผลิตยานบินควบคุมระยะไกลรายใหญ่ที่สุดของโลก โดยเมื่อปี 2025 บริษัท DJI Technologies ในเมืองเซินเจิ้น ประเทศจีน ครองส่วนแบ่งตลาดโดรนเชิงพาณิชย์ของสหรัฐ ประมาณ 70%
นอกจากนี้ยังอาจเพิ่มแรงกดดันต่อจีนก่อนการประชุมระหว่างทรัมป์ และสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ที่วางแผนไว้ในเดือน ก.ย. 2026 โดยก่อนหน้านี้ สหรัฐได้ประกาศมาตรการอื่น ๆ ที่มุ่งเป้าไปที่การครองความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีขั้นสูงของจีน รวมถึงข้อจำกัดของคณะกรรมการการสื่อสารแห่งสหรัฐอเมริกา (FCC) ในการนำเข้าโดรนที่ผลิตจากต่างประเทศบางรุ่น และการห้ามนำเข้าหุ่นยนต์และเครื่องแปลงไฟบางรุ่นที่ผลิตจากต่างประเทศ