ปภ.ชี้ยังไม่มีพายุใหญ่เข้าไทย ยันแผ่นดินไหวอินโดฯ ไม่กระทบตึกสูง
ปภ.เฝ้าระวังน้ำหลากใกล้ชิด พร้อมประสานท้องถิ่น ยันยังไม่มีพายุใหญ่เข้าไทย แต่เตือนพื้นที่เสี่ยงริมน้ำ พร้อมใช้นวัตกรรม Cell Broadcast ยันแผ่นดินไหวอินโดฯ ไม่กระทบตึกสูงในไทย
นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวถึงการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำพื้นที่ภาคเหนือและอีสาน ว่า ช่วงนี้หน้าฝน ที่กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ประกาศไว้และมีการออกประกาศฉบับต่าง ๆ เพราะดูจากดาวเทียม และการวิเคราะห์สถานการณ์ร่วมกันกับหน่วยงานที่ดูแลเรื่องสภาพอากาศ
จึงได้มีการแจ้งเตือนออกมาหลายฉบับ แต่หลายคนทราบเรายังไม่มีพายุเข้ามาจากฝั่งแปซิฟิก ยังไม่มีน้ำที่สูงขึ้นมากนัก มีแต่น้ำป่าไหลหลากอยู่ในบางพื้นที่ รวมถึงแม่น้ำโขงในบางจุดที่มีการยกตัวสูงขึ้น ซึ่งเราได้มีการส่งเครื่องสูบน้ำไปช่วยประชาชนแล้ว และประสานงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้อาจจะมีผลกระทบในบางพื้นที่ที่ติดริมน้ำ
เมื่อถามว่า ในพื้นที่เดิมประสบภาวะน้ำท่วมซ้ำซากจะต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษอย่างไร นายธีรพัฒน์กล่าวว่า ขณะนี้เราแจ้งเตือนไว้อยู่แล้วเกี่ยวกับทรัพย์สินของประชาชนว่า ในพื้นที่ที่ท่วมซ้ำซาก แต่หลังจากที่มีเซลล์บรอดแคสต์ (Cell Broadcast) เตือนได้เร็วขึ้น และมีหลายระดับ ยอมรับว่าการแจ้งเตือนในรอบนี้ถือว่าได้รวดเร็ว รวมถึงมีการประสานงานกับหอกระจายข่าวในท้องถิ่นด้วย
เมื่อถามถึงประสิทธิภาพของเซลล์บรอดแคสต์จะมีการแจ้งเตือนล่วงหน้านานเท่าไร นายธีรพัฒน์กล่าวว่า อันดับแรกต้องเช็กจากสภาพอากาศจากดาวเทียม ซึ่งมีการประชุมกันทุกวัน และมีเวรยามเฝ้ากันตลอด 24 ชม. และตรวจสอบไปที่พื้นที่ จากที่ดูดาวเทียม ว่าพื้นที่เกิดเหตุการณ์แบบนั้นหรือไม่ ขนาดฝนตกกี่มิลลิเมตร ต่อเนื่องกันหรือไม่
ซึ่งจะมีทุกหน่วยงานร่วมกันวิเคราะห์ก่อนที่จะส่งเซลล์บรอดแคสต์ออกไป ไม่อยากให้ประชาชนตื่นตระหนกมาก อยากให้ดูเซลล์บอร์ดแคสต์ ที่แจ้งเตือนว่ามีความรุนแรงขนาดไหน
อธิบดี ปภ. ยังกล่าวถึงแผ่นดินไหวที่ประเทศอินโดนีเซีย และส่งผลกระทบต่อพื้นที่ภาคใต้ของไทยว่า เป็นวงแหวนแห่งไฟโซนแถวอินโดนีเซีย รวมถึงยุโรปบางส่วนและศรีลังกา อ้อมมาด้านล่างของประเทศไทย
แต่ที่เรารู้สึกได้คือเมื่อวันที่ 15 ส.ค. ใกล้เรากว่า 500 กิโลเมตร ทำให้เรารู้สึกถึงความสั่นไหวและได้มีการตรวจสอบแล้วว่าไม่มีผลกระทบกับตึกสูงในประเทศไทย วันนั้นอินโดนีเซียได้ประกาศแจ้งเตือนสึนามิ แต่เพียง 15 นาทีก็ยกเลิกประกาศนั้น เพราะกลัวประชาชนตื่นตระหนก ซึ่งทางเราได้มีการเฝ้าระวังอยู่แล้วว่าจะมีผลกระทบเรื่องสึนามิหรือไม่
นายธีรพัฒน์กล่าวอีกว่า ในความเป็นจริงการเกิดแผ่นดินไหวในระยะใกล้เคียง 500-600 กิโลเมตรขึ้นไป อาจมีความรู้สึกได้ แต่ไม่ทำให้เกิดความเสียหายใด ๆ ซึ่งเราได้มีการตรวจสอบระดับท้องถิ่นและระดับอำเภอแล้ว รวมถึงสอบถามกับทางจังหวัดแล้ว พร้อมย้ำว่า ไม่มีตึกร้าว ในประเทศไทยของเราเหมือนเช่นเหตุแผ่นดินไหวเมื่อปีที่ผ่านมา และเป็นคนละรอยเลื่อนกัน
ส่วนเรื่องทุ่นตรวจวัดสึนามิ จะสร้างความมั่นใจให้ประชาชนได้อย่างไร นายธีรพัฒน์กล่าวว่า ทุ่นของเราลอยอยู่กลางทะเลห่างออกจากฝั่งประเทศไทยประมาณ 540 กิโลเมตร และมีอีกหนึ่งตัวที่มหาสมุทรอินเดียประมาณ 900 กว่ากิโลเมตร ดังนั้นทุ่นทั้งสองตัว คือทุ่นสึนามิแต่จริง ๆ แล้วคือทุ่นที่สัมผัสกับพื้นมหาสมุทรเพื่อดูว่าการไหวของแผ่นดินใต้มหาสมุทรมีหรือไม่ แล้วจึงจะสะท้อนขึ้นมาบนเครื่องแล้วเครื่องนี้จะส่งสัญญาณไปที่ดาวเทียม
ซึ่งในหลายประเทศก็มีทุ่นนี้เช่นกัน และจะนำมาประมวลผลว่า ขณะนี้เกิดแผ่นดินไหวแล้วจะเกิดสึนามิหรือไม่ แต่ไม่ใช่บอกว่า ถ้าทุ่นนี้ขยับแล้วจะยิงสัญญาณมาเตือน ต้องวิเคราะห์ก่อน เพราะการแจ้งเตือนให้ขึ้นที่สูง จากเหตุสึนามิ เราจะเตือนตั้งแต่ 7.0 ริกเตอร์ขึ้นไป
ถ้าเกิดในประเทศไทยหรือในทะเล ว่ามีโอกาสจะเกิดสึนามิ ให้ย้ายตัวเองขึ้นที่สูง แต่ตัวทุ่นเป็นการคอนเฟิร์มว่าจะเกิดสึนามิหรือไม่ เพราะสึนามิมีเวลาที่จะร่วมกันวิเคราะห์ เนื่องจากเป็นคลื่นใต้น้ำ แต่อันดับแรกต้องเตือนจากค่าแผ่นดินไหว เพราะจริง ๆ แล้วเรามีหอเตือนภัย อยู่ทางอันดามันตลอด
นายธีรพัฒน์ยังยอมรับว่า ตอนนี้อยู่ระหว่างเก็บกู้ทุ่นที่ชำรุดสายขาด เพราะยังมีสัญญาณ GPS อยู่