“สุริยะ” กางแผนน้ำสกลนคร 10 ปี 295 โครงการ เพิ่มชลประทาน 2.8 แสนไร่ ดันพื้นที่แตะ 30%
“สุริยะ” ลุยสกลนคร วางยุทธศาสตร์พัฒนาแหล่งน้ำปี 2570-2580 รวม 295 โครงการ หลังพื้นที่เกษตรกว่า 3 ล้านไร่ แต่มีพื้นที่ชลประทานเพียง 20% ตั้งเป้าเพิ่มอีกกว่า 2.8 แสนไร่ ดันสัดส่วนพื้นที่ชลประทานขึ้นเป็น 30% พร้อมเร่งเพิ่มศักยภาพกักเก็บน้ำ รับมือทั้งน้ำแล้ง-น้ำท่วม หนุนความมั่นคงภาคเกษตร
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้างานพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรในจังหวัดสกลนคร ณ อ่างเก็บน้ำห้วยโทง อ.วานรนิวาส โครงการพัฒนาลุ่มน้ำห้วยปลาหาง อ.วาริชภูมิ และหนองโดก อ.พรรณานิคม พร้อมรับฟังปัญหาจากประชาชน เพื่อวางแผนบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ เพิ่มขีดความสามารถในการกักเก็บน้ำสำหรับการอุปโภคบริโภคและภาคการเกษตร
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำ เนื่องจาก “น้ำคือหัวใจของการเกษตร” โดยจังหวัดสกลนครมีพื้นที่การเกษตรกว่า 3 ล้านไร่ แต่ปัจจุบันมีพื้นที่ชลประทานเพียง 20% ของพื้นที่การเกษตร
ขณะเดียวกัน สกลนครมีปริมาณน้ำท่าไหลผ่านถึง 5,050 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี แต่สามารถกักเก็บไว้ใช้ประโยชน์ได้เพียง 24% กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมชลประทานจึงวางแผนพัฒนาแหล่งน้ำระยะยาวในช่วงปี 2570-2580 รวม 295 โครงการ
แผนดังกล่าวตั้งเป้าเพิ่มพื้นที่ชลประทานอีกกว่า 280,000 ไร่ ส่งผลให้สัดส่วนพื้นที่ชลประทานของจังหวัดเพิ่มจาก 20% เป็น 30% เพื่อเพิ่มความมั่นคงด้านน้ำ และบรรเทาปัญหาทั้งภัยแล้งและน้ำท่วมอย่างเป็นระบบ
“กระทรวงเกษตรฯ มุ่งเน้นการสร้างประโยชน์แก่พี่น้องประชาชนในทุกมิติ ทั้งการปรับปรุงระบบส่งน้ำที่อ่างเก็บน้ำห้วยโทง เพื่อสนับสนุนพื้นที่เกษตร 5,000 ไร่และการประปาชุมชน การเปลี่ยนคลองดินเป็นคลองดาดคอนกรีตที่ห้วยปลาหาง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำช่วยเหลือพื้นที่กว่า 50,000 ไร่ และการขุดลอกหนองโดกเพื่อฟื้นฟูแหล่งน้ำธรรมชาติ พร้อมพัฒนาเป็นสวนสาธารณะเพื่อการออกกำลังกายของคนในชุมชน” นายสุริยะกล่าว
สำหรับสถานการณ์อุทกภัยช่วงวันที่ 3-5 สิงหาคม 2569 ในพื้นที่ลุ่มน้ำอูน ห้วยปลาหาง และลำน้ำยาม ซึ่งกระทบพื้นที่ประมาณ 20,000 ไร่ นายสุริยะระบุว่า ได้มอบหมายให้กรมชลประทานบูรณาการกับทุกภาคส่วนเร่งระบายน้ำ จนสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติตั้งแต่วันที่ 7 สิงหาคม 2569
พร้อมกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมความพร้อมเครื่องจักรและเครื่องมือ เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีหากเกิดสถานการณ์เร่งด่วนอีกครั้ง