เปิดด่านใหม่สะเทือน ‘ด่านเก่า’ หมื่นล้าน ยอดค้าร่วง-โรงแรมวูบ จ่อปิดกิจการ
ด่านนอกหรือด่านศุลกากรสะเดาเดิม (แห่งที่ 1) หรือที่ชาวบ้านรู้จักกันในชื่อ “ตลาด 90 ไร่” หรือด่านนอก ตั้งอยู่ที่ตำบลสำนักขาม อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา เป็นชุมชนและจุดผ่านแดนถาวรไทย-มาเลเซีย ที่ตั้งอยู่ติดกับด่านบูกิตกายูฮิตัม ประเทศมาเลเซีย
นับเป็นศูนย์กลางการค้าชายแดนไทย-มาเลเซียที่สำคัญ เนื่องจากมีการลงทุนด้านโรงแรม ที่พัก อาคารพาณิชย์ บ้านจัดสรร ร้านค้า ห้างค้าปลีก ร้านสะดวกซื้อ ภัตตาคาร ร้านอาหาร สถานบันเทิง สถาบันการเงิน และร้านทอง รวมมูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท โดยในช่วงเทศกาลสำคัญจะมีเม็ดเงินสะพัดหลายร้อยล้านบาท ถือเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจใกล้เคียงกับเมืองหาดใหญ่

ยอดการค้า-บุ๊กกิ้งโรงแรมทรุด
ภายหลังรัฐบาลเปิดใช้งานด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ (แห่งที่ 2) ตั้งแต่วันที่ 11 กรกฎาคม 2569 โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดอย่างเป็นทางการ ซึ่งมีแผนแบ่งการใช้งานให้ด่านแห่งใหม่รองรับรถบรรทุกสินค้า ขณะที่ด่านศุลกากรเก่าแห่งที่ 1 (ด่านเก่า) ใช้รองรับรถบัสนำเที่ยว รถตู้ และรถยนต์ส่วนบุคคล เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการเดินทางระหว่างนักท่องเที่ยวไทย-มาเลเซีย
นางณัฐฌา แซ่เตียว นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจด่านนอก อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ด่านแห่งใหม่เปิดจนถึงปัจจุบัน พบว่ารถบัสนำเที่ยว รถตู้ และรถยนต์ส่วนบุคคลต่างพากันเปลี่ยนไปใช้ด่านสะเดาแห่งใหม่เกือบทั้งหมด โดยผู้ใช้บริการมองว่าด่านเก่ามีความแออัด โดยเฉพาะช่วงวันศุกร์-เสาร์ ซึ่งมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศจำนวนมาก ทำให้การผ่านพิธีการใช้เวลานานกว่า ส่งผลให้ย่านด่านนอกกลายเป็นเพียงทางผ่าน ส่งผลกระทบต่อธุรกิจค้าปลีก ร้านอาหาร และโรงแรมอย่างรุนแรง
ตั้งแต่มีการเปิดด่านใหม่ ธุรกิจในพื้นที่ได้รับผลกระทบทันที โดยยอดค้าปลีกลดลงไม่ต่ำกว่า 80-90% ร้านค้าหลายแห่งแทบไม่มีลูกค้า ต่างจากเดิมที่พึ่งพานักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นหลักเกือบทั้งหมด หากสถานการณ์ยังยืดเยื้อ ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยอาจต้องทยอยปิดกิจการ
นอกจากนี้เส้นทางจากด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่สามารถเดินทางตรงเข้าสู่ตัวเมืองหาดใหญ่ได้ทันที หากต้องการแวะด่านนอกจะต้องอ้อมไปอีกประมาณ 5-6 กิโลเมตร จึงทำให้นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เลือกเดินทางผ่านโดยไม่แวะพัก
จากผลกระทบที่เกิดขึ้น ผู้ประกอบการและประชาชนในพื้นที่ได้ร่วมกันยื่นหนังสือถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี รวมทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา และคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้เร่งแก้ไขปัญหาก่อนที่ธุรกิจในพื้นที่จะได้รับผลกระทบหนักยิ่งขึ้น
“นักท่องเที่ยวที่เคยเดินทางผ่านด่านสะเดาเดิมและแวะใช้บริการ ทั้งรับประทานอาหาร ดื่ม ใช้บริการที่พัก รวมถึงจับจ่ายซื้อสินค้า ทั้งขาเข้าและขาออก ปัจจุบันเปลี่ยนไปใช้ด่านใหม่ ทำให้ไม่แวะเข้าด่านนอกอีก ส่งผลให้ย่านเศรษฐกิจแห่งนี้ซบเซาอย่างหนัก”

ชี้ด่านเก่าบุคลากรไม่พอ
ด้าน ดร.สิทธิพงษ์ สิทธิภัทรประภา นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้ใช้บริการหันไปใช้ด่านสะเดาแห่งใหม่ เพราะด่านสะเดาเดิมประสบปัญหาบุคลากรไม่เพียงพอ โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดยาว ขณะที่ด่านแห่งใหม่มีเจ้าหน้าที่รองรับเพียงพอ จึงสามารถอำนวยความสะดวกได้รวดเร็วกว่า แม้เดิมจะกำหนดให้รองรับกลุ่มรถบรรทุกสินค้าเป็นหลัก
แต่ในความเป็นจริง รถบัสนำเที่ยว รถตู้ และรถยนต์ส่วนบุคคลไม่เดินทางผ่านด่านสะเดาเดิม ส่งผลให้ด่านนอกซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจชายแดนสูญเสียกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ ยอดการค้าลดลงกว่า 80% ส่วนธุรกิจโรงแรมและที่พักยอดเข้าพักลดลงประมาณ 40-50% ปัจจุบันพื้นที่แห่งนี้กลายเป็นทางผ่านไปโดยปริยาย
รายย่อยจ่อยุติกิจการ
ขณะที่ผู้ประกอบการในพื้นที่ด่านนอกเปิดเผยว่า เดิมภาครัฐและภาคเอกชนได้มีการทำความเข้าใจร่วมกันในการบริหารจัดการให้ทั้งสองด่านทำหน้าที่แตกต่างกัน แต่เมื่อเปิดใช้งานจริงพบว่ามีนักท่องเที่ยวจำนวนมากได้รับคำแนะนำให้เปลี่ยนไปใช้ด่านใหม่ เนื่องจากด่านเดิมมีเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ ส่งผลให้ด่านนอกกลายเป็นเพียงเส้นทางผ่าน
ทั้งนี้ผู้ประกอบการหลายรายเคยมีรายได้ต่อวันหลักพันบาท ตอนนี้แทบไม่มีรายได้ หากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย อาจมีผู้ประกอบการจำนวนมากต้องยุติกิจการ พร้อมยืนยันว่าจะเดินหน้าผลักดันข้อเรียกร้องผ่านรัฐบาลและฝ่ายนิติบัญญัติต่อไป เพื่อให้มีการปรับแนวทางบริหารจัดการด่านชายแดนให้สามารถฟื้นเศรษฐกิจของด่านนอกได้โดยเร็ว