“World Gym” สวนกระแสไซซ์เล็ก ส่ง Big Box ปักหลักสำโรง สปีดขยาย 6 สาขาใน 18 เดือน
ตลาดฟิตเนสไทยแข่งเดือด World Gym งัดโมเดล “Big Box” พื้นที่ 3,000 ตร.ม. ประเดิมปักหมุดโซนสำโรง เจาะกลุ่มประชากรชานเมือง 2.5 แสนคนที่ยังไร้เชนอินเตอร์ พร้อมเปิดศึกราคาต่ำกว่า 1,000 บาท กางโรดแมป 18 เดือน ปูพรม 6 สาขา
นายจอห์น คารัคซิโอ (John Caraccio) ประธานกรรมการและประธานบริษัท World Gym Corporation กล่าวว่า ตลาดศูนย์ออกกำลังกายและสุขภาพ (Fitness & Wellness) ในประเทศไทยที่มีมูลค่ารวมแตะระดับหมื่นล้านบาท กำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้างและการแข่งขันครั้งสำคัญ เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคยุคหลังโควิด-19 หันมาใส่ใจสุขภาพอย่างจริงจัง สวนทางกับโครงสร้างตลาดในปัจจุบันที่ตัวเลขอัตราการเข้าถึงฟิตเนส (Fitness Penetration Rate) ของประชากรไทยยังอยู่ในระดับต่ำเพียง 3% เท่านั้น


ตัวเลขดังกล่าวนับว่าตามหลังกลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกอย่าง ไต้หวัน ซึ่งมีอัตราการเข้าถึงอยู่ที่ 5% ตลอดจนเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และฮ่องกง ที่เฉลี่ยอยู่ในกรอบ 6-7% และทิ้งห่างจากตลาดพัฒนาแล้วอย่างออสเตรเลีย (20%) และสหรัฐอเมริกา (22%) อย่างเห็นได้ชัด ช่องว่างทางการตลาด (Market Gap) ขนาดใหญ่ที่มีประชากรอีกกว่า 97% ที่ยังไม่ได้เข้าสู่ระบบสมาชิกฟิตเนส กลายเป็นขุมทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์ที่ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากผู้เล่นข้ามชาติ
ทว่า ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ทิศทางการขยายตัวของผู้ประกอบการฟิตเนสในไทยส่วนใหญ่กลับมุ่งไปที่โมเดลสตูดิโอขนาดเล็ก หรือ “Boutique/Express Gym” ตึกแถวขนาด 200-500 ตารางเมตร ที่เน้นความคล่องตัว กระจายตัวตามชุมชน และใช้เงินลงทุนต่อสาขาต่ำ ขณะที่เชนฟิตเนสขนาดใหญ่ระดับพรีเมี่ยมที่เป็นผู้เล่นดั้งเดิมยังคงจำกัดการขยายตัวอยู่เฉพาะในศูนย์การค้าใจกลางเมืองหลวง พร้อมกำหนดอัตราค่าบริการรายเดือนในระดับสูงเฉลี่ย 1,800-3,500 บาทขึ้นไป ทำให้เกิดช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่าง “ความคุ้มค่าของพื้นที่บริการ” กับ “ราคาที่คนส่วนใหญ่เข้าถึงได้”
ช่องว่างนี้เองที่เป็นตัวเร่งให้ World Gym Corporation เชนฟิตเนสระดับโลกที่มีจุดเริ่มต้นจาก Muscle Beach รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ในปี 1976 และปัจจุบันจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไต้หวัน (2762.TWSE) มีเครือข่ายแฟรนไชส์และสาขามากกว่า 297 แห่งทั่วโลก ดูแลฐานสมาชิกรวมกว่า 1 ล้านคน ตัดสินใจกระโดดเข้ามาปักธงดำเนินธุรกิจในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ หลังจากใช้เวลาซุ่มศึกษาและเฝ้ามองพลวัตของตลาดไทยมานานกว่า 8 ปี
“Big Box” ฉีกสงครามยิมไซซ์เล็ก
นายจอห์นเปิดเผยว่า บริษัทมองเห็นโอกาสการเติบโตมหาศาลในประเทศไทยจากการที่อัตราการเข้าถึงยิมของคนไทยยังต่ำมากเพียง 3% ขณะที่สภาพแวดล้อมทางธุรกิจในปัจจุบันเอื้ออำนวยอย่างยิ่ง โดยเฉพาะต้นทุนค่าเช่าและพื้นที่ว่างในอาคารพาณิชย์ที่มีความยืดหยุ่นกว่าเมื่อ 8 ปีก่อน
“เราเฝ้าดูตลาดไทยมา 8 ปี วันนี้ถึงเวลาที่เหมาะสมที่สุด ตลาดฟิตเนสในไทยช่วงหลังมีแต่ยิมขนาดเล็กเข้ามาเปิด แต่ดีมานด์ของคนที่ต้องการฟิตเนสขนาดใหญ่แบบดั้งเดิมที่มีอุปกรณ์ครบครันและเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดยังมีอยู่สูงมาก สไตล์ของเราคือการทำ Big Box พื้นที่ขนาดใหญ่ 3,000-4,000 ตารางเมตร นำเสนอโมเดลที่คล้ายกับ Costco หรือ Makro ในวงการค้าปลีก นั่นคือการให้พื้นที่กว้างขวาง อุปกรณ์ระดับมาตรฐานโลกอย่าง Matrix, Life Fitness, Hammer Strength และนำเทคโนโลยีเข้ามาผสาน เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงฟิตเนสระดับเวิลด์คลาสในราคาที่จ่ายได้จริง”
การนำเสนอโมเดล Big Box นับเป็นการฉีกแนวโน้มตลาดฟิตเนสไทยอย่างชัดเจน โดยมุ่งแก้ Pain Point ของผู้บริโภคที่เผชิญกับความแออัดของเครื่องเล่นในยิมขนาดเล็ก ด้วยการจัดวางพื้นที่ออกกำลังกายที่หลากหลาย ทั้งโซนคาร์ดิโอ โซนฟรีเวต ห้องคลาส Group X ห้องพิลาทิส และโซนหญ้าเทียม (Turf Area) ควบคู่กับการนำเทคโนโลยี World Gym FitTech เข้ามาช่วยวิเคราะห์ร่างกาย เช่น ระบบประเมินสรีระด้วย AI (AI Posture Diagnostics) ที่วิเคราะห์ความยืดหยุ่นและโครงสร้างร่างกายได้ภายใน 3 นาที และสายรัดติดตามอัตราการเต้นหัวใจ MyZone Switch เพื่อวัดผลการฝึกซ้อมตามพลังงานที่ใช้จริง



Price Disruption เปิดศึกราคา 888 บาท ดึงตลาดแมส
นางสาวศิวิไล บุญสวัสดิ์ ผู้จัดการทั่วไป World Gym Thailand เปิดเผยว่า กลยุทธ์สำคัญในการเจาะตลาดไทยของ World Gym คือการเปิดเกม “Price War” เข้ามาดิสรัปต์โครงสร้างราคาเดิมของอุตสาหกรรม โดยเคาะราคาช่วงพรีเซลเริ่มต้นที่ 888 บาทต่อเดือน ผูกสัญญาระยะยาว 24-36 เดือน ซึ่งตัวเลขดังกล่าวต่ำกว่าค่าบริการเฉลี่ยของเชนฟิตเนสระดับพรีเมี่ยมในไทยที่เกาะกลุ่มอยู่ในช่วง 1,200-2,500 บาทขึ้นไป การตั้งราคาในระดับต่ำกว่า 1,000 บาทนี้ จึงเป็นการสร้างแรงกดดันโดยตรงต่อผู้เล่นรายเดิมในตลาด ทั้งการดึงฐานลูกค้าใหม่ที่ไม่เคยเข้ายิม และการแย่งชิงสัดส่วนผู้ใช้บริการจากยิมขนาดเล็กที่คิดค่าบริการใกล้เคียงกันแต่มีพื้นที่และอุปกรณ์ที่จำกัดกว่า
“ตลอด 26 ปีในวงการฟิตเนสไทย ราคาเปิดตัวแบรนด์ใหญ่เมื่อ 25 ปีที่แล้วยังอยู่ที่ 1,200 กว่าบาท แต่เราต้องการให้คนไทยเข้าถึงมาตรฐานระดับโลกในราคาที่เป็นธรรม ตัวเลข 888 บาทต่อเดือน ถูกกว่าค่าบุฟเฟต์มื้อเดียวในปัจจุบันเสียอีก สมาชิกสามารถเข้ามาใช้บริการได้ตั้งแต่ 6 โมงเช้าถึงเที่ยงคืน เล่นได้ทุกโซน เข้าคลาสได้ทั้งหมด เข้ามาสัปดาห์ละวันก็คุ้มแล้ว เราต้องการตัดความลังเลเรื่องราคาออกไป เพื่อขยายฐานสมาชิกให้กว้างที่สุด โดยสาขาแรกตั้งเป้าสมาชิก 2,500 รายภายในสิ้นปี”
ปักหมุด “สำโรง” ยุทธศาสตร์ชานเมืองเจาะ Blue Ocean
นายจอห์นให้เหตุผลในด้านทำเลที่ตั้ง World Gym เลือกที่จะไม่เปิดศึกในย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) อย่างสุขุมวิท สีลม หรือสาทร แต่เลือกปักหมุดสาขาแรกที่ศูนย์การค้า “อิมพีเรียล เวิลด์ สำโรง” บนพื้นที่กว่า 3,000 ตารางเมตร ซึ่งถือเป็นยุทธศาสตร์แบบป่าล้อมเมือง (Blue Ocean Strategy)
ทั้งนี้ทำเลย่านสำโรง-สมุทรปราการ มีประชากรพักอาศัยหนาแน่นกว่า 250,000 คน และเป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิตของครอบครัว ชุมชน โรงงาน และคนทำงาน แต่ในพื้นที่กลับไม่มีฟิตเนสเชนระดับนานาชาติขนาดใหญ่เข้าไปเปิดให้บริการเลย การเลือกศูนย์การค้าอิมพีเรียล เวิลด์ สำโรง ตอบโจทย์ทั้งเรื่องการเดินทาง มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบวงจร และมีที่จอดรถรองรับสมาชิกฟรี 3 ชั่วโมง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการดึงดูดกลุ่มลูกค้าแบบครอบครัว

คว้าลิขสิทธิ์ HYROX ดักจับเทรนด์กีฬายุคใหม่
นายจอห์นอธิบายว่า นอกจากการออกกำลังกายทั่วไปแล้ว World Gym ยังใช้ความได้เปรียบของการเป็นพันธมิตรฟิตเนสรายใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ HYROX การแข่งขันฟิตเนสระดับโลกที่ผสมผสานระหว่างการวิ่งและการออกกำลังกายแบบ Functional Training ซึ่งกำลังเป็นกระแสไวรัลและเติบโตอย่างรวดเร็วในหมู่นักวิ่งและกลุ่มคนรักสุขภาพรุ่นใหม่
World Gym สาขาสำโรง ได้ออกแบบพื้นที่ Turf Area และนำอุปกรณ์สำหรับการฝึกซ้อมฐานต่าง ๆ ของ HYROX มาติดตั้งในยิม เพื่อเปิดโอกาสให้สมาชิกได้ฝึกซ้อมก่อนลงแข่งขันจริงในสนามใหญ่ที่จัดขึ้นทุก 6 เดือน พร้อมทั้งเตรียมจัดกิจกรรม “Hyrox Challenge” ประจำทุกไตรมาสเพื่อสร้างคอมมิวนิตี้ภายในสาขา
“กระแส HYROX ช่วยดึงดูดกลุ่มนักวิ่ง กลุ่มที่ชอบคาร์ดิโอ วิ่งมาราธอน 5K หรือ 10K ให้เข้ามาเสริมการฝึกด้าน Strength Training และ Core Training ในยิม ซึ่งขนาดพื้นที่แบบ Big Box ของเราสามารถรองรับอุปกรณ์และฐานฝึกซ้อมเหล่านี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ แตกต่างจากฟิตเนสขนาดเล็กที่ไม่มีพื้นที่เพียงพอ”
ทุ่มงบฯสาขาละ 100 ล้าน ปูพรม 6 สาขาใน 18 เดือน
World Gym วางแผนธุรกิจในรูปแบบการลงทุนเอง 100% โดยไม่มีการขายแฟรนไชส์ เพื่อควบคุมมาตรฐานการบริการและคุณภาพของบุคลากรอย่างเบ็ดเสร็จ แต่ละสาขาจะมีการจ้างงานบุคลากรประจำราว 50 ตำแหน่ง ทั้งฝ่ายบริการ ฝ่ายขาย และเทรนเนอร์ประจำ 30-35 คน รวมถึงครูผู้สอนคลาสเต้นและโปรแกรม Les Mills
บริษัทตั้งงบฯลงทุนเฉลี่ยสาขาละ 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 100 ล้านบาท (รวมค่าก่อสร้าง ตกแต่ง และเครื่องเล่นนำเข้า) โดยวางแผนขยายสาขาอย่างต่อเนื่องทุก ๆ 3 เดือน ตั้งเป้าเปิดครบ 6 สาขาภายใน 18 เดือน คิดเป็นเม็ดเงินลงทุนรวมไม่ต่ำกว่า 600 ล้านบาท ทั้งในรูปแบบศูนย์การค้าและคอมมิวนิตี้มอลล์ทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยมีกำหนดเปิดให้บริการสาขาแรกที่สำโรงในช่วงเดือนธันวาคมนี้ ก่อนจะเริ่มพรีเซลสาขาที่ 2 ในช่วงปลายปีต่อเนื่องทันที
นายจอห์นเน้นย้ำถึงความมั่นคงทางการเงินของกลุ่มบริษัทว่า World Gym Corporation เติบโตอย่างมั่นคงในตลาดไต้หวันมายาวนานกว่า 25 ปี มีสาขามากกว่า 144 แห่ง และเป็นบริษัทที่มีสถานะปลอดหนี้ธนาคาร (Zero Bank Debt) ทำให้มีความพร้อมด้านสภาพคล่องในการขยายการลงทุนในไทยอย่างเต็มที่